ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจความจริงอันเจ็บปวด อาการปวดปลายประสาทหลังจากหายจากงูสวัดคืออะไร

เมื่อโรคเรื้องกวางหรือที่เรารู้จักกันในชื่อโรคงูสวัด (Shingles) หายดีจนผื่นและแผลพุพองบนผิวหนังแห้งตกสะเก็ดและจางหายไป หลายคนมักคิดว่าความเจ็บป่วยได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่ในความเป็นจริง ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ กลับต้องเผชิญกับภัยเงียบที่สร้างความทรมานทางร่างกายและจิตใจอย่างยาวนาน นั่นคือ อาการปวดปลายประสาทหลังจากหายจากงูสวัด (Post-Herpetic Neuralgia หรือย่อว่า PHN) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยที่สุดและสร้างความวิตกกังวลให้กับผู้ป่วยอย่างมาก

ภาวะนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความเจ็บปวดธรรมดา แต่เป็นความผิดปกติของระบบประสาทที่ถูกไวรัสทำลายอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าตัวไวรัสจะสงบลงไปแล้วก็ตาม ความเข้าใจที่ถูกต้องและการรักษาที่ตรงจุดจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยหลุดพ้นจากความทรมานนี้ได้

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค ทำไมเส้นประสาทจึงยังคงเจ็บปวด

สาเหตุหลักของโรคงูสวัดและอาการปวดปลายประสาทหลังจากหายจากงูสวัดมาจากการติดเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า วาริเซลลา ซอสเตอร์ (Varicella-Zoster Virus หรือย่อว่า VZV) ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกันกับที่ทำให้เกิดโรคอีุกสุกอีใส (Chickenpox) เมื่อบุคคลเคยเป็นอีสุกอีใสในวัยเด็ก ไวรัสตัวนี้จะไม่ถูกกำจัดออกไปจากร่างกายอย่างหมดจด แต่จะเดินทางไปหลบซ่อนตัวอยู่ในปมประสาทไขสันหลังหรือปมประสาทสมองในสภาพหลับใหล (Dormant State) เป็นเวลาหลายปีหรือหลายสิบปี

เมื่อภูมิคุ้มกันในร่างกายลดต่ำลงจากอายุที่มากขึ้น ความเครียด ความเหนื่อยล้า หรือโรคประจำตัว ไวรัสจะตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้งและเคลื่อนตัวตามเส้นประสาทมาสู่ผิวหนัง ก่อให้เกิดตุ่มน้ำใสเรียงตามแนวเส้นประสาท พร้อมกับทำลายเส้นประสาทนั้นอย่างรุนแรง

ในกระบวนการอักเสบนี้ เซลล์ประสาทจะได้รับความเสียหายถาวร เส้นประสาทที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณความรู้สึกร้อน หนาว เจ็บปวด หรือสัมผัส จะเกิดความแปรปรวนในการส่งสัญญาณ แม้ว่าแผลที่ผิวหนังจะสมานตัวดีแล้ว แต่เส้นประสาทที่เสียหายยังคงส่งสัญญาณความเจ็บปวดไปยังสมองอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บปวด แสบร้อน หรือเสียวแปลบเหมือนถูกเข็มแท่งหรือไฟฟ้าช็อต ณ บริเวณเดิมที่เคยเป็นแผลเรื้องกวาง

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นเรื้องกวางแล้วจะต้องเผชิญกับภาวะนี้เสมอไป แต่มีกลุ่มเสี่ยงสำคัญที่มีโอกาสเกิดอาการปวดปลายประสาทหลังจากหายจากงูสวัดสูงกว่าคนทั่วไป ได้แก่

  • ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ห้าสิบปีขึ้นไป เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติเสื่อมถอยลง และความยืดหยุ่นในการฟื้นตัวของเส้นประสาทลดลง
  • ผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผู้ที่ได้รับยาเคมีบำบัด ผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง หรือผู้ติดเชื้อเอชไอวี (HIV)
  • ผู้ที่มีอาการของโรคงูสวัดรุนแรง มีผื่นลุกลามเป็นบริเวณกว้าง มีตุ่มน้ำหนาแน่น หรือมีอาการปวดรุนแรงมากตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
  • ผู้ที่มีอาการทางผิวหนังบริเวณใบหน้าหรือรอบดวงยา ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อการกระทบกระเทือนเส้นประสาทสมอง

ลักษณะอาการและสัญญาณเตือนของอาการปวดปลายประสาทหลังจากหายจากงูสวัด

อาการปวดปลายประสาทหลังจากหายจากงูสวัดมักจะถูกนิยามว่าเป็นความเจ็บปวดเรื้อรังที่กินเวลาเกินกว่าสามเดือนหลังจากผื่นหาย หรือในบางรายอาจยาวนานเป็นปี อาการที่ผู้ป่วยมักบรรยายมีลักษณะเฉพาะตัว ดังนี้

  • อาการปวดแสบปวดร้อน (Burning Pain) ราวกับถูกไฟลวกหรือน้ำร้อนลวกบริเวณผิวหนัง
  • อาการปวดแปลบเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านหรือถูกเข็มจำนวนมากแทงเข้าที่ผิวหนัง
  • ความรู้สึกไวต่อการสัมผัสผิดปกติ (Allodynia) แม้แต่การสัมผัสเบาๆ เช่น การสวมเสื้อผ้า การโดนลมพัดผ่าน หรือการถูกผ้าห่มคลุม ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดความเจ็บปวดอย่างรุนแรงได้
  • อาการคันยิบๆ หรือชาเรื้อรังร่วมด้วยในบริเวณที่มีรอยโรคเดิม
  • อาการปวดอาจกำเริบรุนแรงขึ้นในช่วงเวลากลางคืน หรือเมื่อร่างกายเผชิญกับความเครียดและความเหนื่อยล้า
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากปล่อยให้อาการปวดปลายประสาทเรื้อรังนี้ดำเนินไปโดยไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยอาจเผชิญกับภาวะแทรกซ้อนทางจิตใจ เช่น โรคซึมเศร้า วิตกกังวล นอนไม่หลับเรื้อรัง และคุณภาพชีวิตที่ลดลงอย่างรุนแรง

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

การวินิจฉัยอาการปวดปลายประสาทหลังจากหายจากงูสวัด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทหรืออายุรแพทย์จะอาศัยขั้นตอนดังต่อไปนี้

  • การซักประวัติอย่างละเอียด โดยเฉพาะประวัติการเป็นโรคงูสวัดในอดีต ระยะเวลาตั้งแต่แผลหายจนถึงระยะเวลาที่เริ่มมีอาการปวดต่อเนื่อง
  • การตรวจร่างกายทางระบบประสาท เพื่อประเมินระดับความรู้สึก การตอบสนองต่อการสัมผัส อุณหภูมิ และความเจ็บปวดบริเวณผิวหนัง
  • การประเมินความรุนแรงของอาการปวดด้วยแบบประเมินมาตรฐาน เพื่อใช้ติดตามผลการรักษา
  • การตรวจเพิ่มเติมอื่นๆ ในกรณีที่แพทย์ต้องการแยกโรคความผิดอื่นของระบบประสาทออกไป เช่น การตรวจเลือด หรือการตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อและเส้นประสาท (EMG/NCS) ในกรณีที่จำเป็น

วิธีรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์เพื่อให้หายขาด

การรักษาอาการปวดปลายประสาทหลังจากหายจากงูสวัดมีความท้าทายเนื่องจากเป็นความเสียหายระดับเส้นประสาท การรักษาจึงเน้นไปที่การควบคุมความเจ็บปวด ปรับปรุงการทำงานของระบบประสาท และฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดยมักใช้แนวทางร่วมกันดังนี้

การใช้ยารักษาเฉพาะทาง

การใช้ยาแก้ปวดทั่วไปพาราเซamol หรือยาแก้อักเสบไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) มักไม่ได้ผลดีนักกับอาการปวดประเภทนี้ แพทย์จึงมักพิจารณาใช้กลุ่มยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทโดยตรง ได้แก่

  • ยากลุ่มลดการทำงานของเส้นประสาทที่ไวเกิน (Anticonvulsants) เช่น กาบาเพนติน (Gabapentin) หรือ พรีดูกาบาลิน (Pregabalin) ซึ่งช่วยลดการส่งกระแสประสาทความเจ็บปวดที่ผิดปกติ
  • ยากลุ่มปรับสารสื่อประสาทในสมอง (Antidepressants) เช่น อะมิทริปไทลีน (Amitriptyline) ซึ่งในขนาดที่ใช้รักษาอาการปวดจะช่วยยับยั้งสัญญาณความเจ็บปวดในไขสันหลัง
  • ยาทาเฉพาะที่ เช่น แผ่นแปะลิโดเคน (Lidocaine Patch) หรือครีมแคปซาซิน (Capsaicin Cream) สำหรับใช้ทาบริเวณที่ปวดเพื่อบล็อกสัญญาณประสาทเฉพาะจุด
  • ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ (Opioids) อ่อนๆ ในรายที่อาการรุนแรงมากและไม่ตอบสนองต่อยาอื่น แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลอย่างเคร่งครัดของแพทย์เพื่อป้องกันการติดยา

หัตถการและการรักษาเสริมทางการแพทย์

ในผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการใช้ยา หรือมีอาการปวดรุนแรงมาก แพทย์อาจพิจารณาแนวทางการรักษาขั้นสูง เช่น

  • การฉีดยาชาเฉพาะที่หรือสเตียรอยด์เข้าที่ปมประสาท (Nerve Block) เพื่อตัดวงจรความเจ็บปวดชั่วคราว
  • การฝังเข็มทางการแพทย์ (Medical Acupuncture) โดยแพทย์ผู้ chuyênชาญ เพื่อกระตุ้นการหลั่งสารระงับปวดตามธรรมชาติในร่างกาย
  • การทำกายภาพบำบัดและการใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าเส้นประสาทผ่านผิวหนัง (TENS Therapy)
คำแนะนำจากคุณหมอ: การรักษาอาการปวดปลายประสาทต้องอาศัยความอดทนและการรับประทานยาอย่างต่อเนื่องตามแพทย์สั่ง ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาดแม้ว่าอาการจะเริ่มดีขึ้นแล้ว เพราะอาจทำให้กลับมามีอาการปวดรุนแรงซ้ำได้

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันไม่ให้เกิดโรคงูสวัดตั้งแต่แรก คือวิธีที่ดีที่สุดในการตัดวงจรปัญหาอาการปวดปลายประสาทหลังจากหายจากงูสวัด ปัจจุบันวงการแพทย์มีแนวทางป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูง ได้แก่

  • การฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด (Shingles Vaccine) โดยเฉพาะวัคซีนชนิดรีคอมบิแนนท์ (Recombinant Zoster Vaccine) ซึ่งได้รับการแนะนำให้ฉีดในผู้ที่มีอายุห้าสิบปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันจำเพาะต่อเชื้อไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ ลดโอกาสการเกิดโรคและลดความรุนแรงของอาการปวดปลายประสาทได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วน เพื่อรักษาระบบภูมิคุ้มกันให้อยู่ในเกณฑ์ดี
  • การจัดการความเครียดในชีวิตประจำวัน เนื่องจากความเครียดเป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลงและไวรัสที่หลบซ่อนอยู่ตื่นตัวขึ้นมา

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแล

เพื่อการรับมือกับอาการปวดปลายประสาทหลังจากหายจากงูสวัดอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ป่วยและผู้ดูแลสามารถปฏิบัติตามแนวทางเหล่านี้ได้ทันที

  • สังเกตและบันทึกระดับความความเจ็บปวด ลักษณะอาการ และสิ่งกระตุ้น เพื่อนำไปปรึกษาแพทย์ประจำตัว
  • รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ห้ามปรับลดขนาดยาหรือหยุดยาเอง
  • หลีกเลี่ยงการสวมเสื้อผ้าที่คับหรือเสียดสีบริเวณที่เคยเป็นแผลเรื้องกวาง เลือกใช้ผ้าเนื้อนุ่มและโปร่งสบาย
  • หลีกเลี่ยงความเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ และผ่อนคลายจิตใจ
  • รีบพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทหรือแพทย์เฉพาะทางทันทีหากอาการปวดไม่ทุเลาลงหรือรบกวนการนอนหลับและการใช้ชีวิตประจำวัน
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down