ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขข้อข้องใจเรื่องโรคงูสวัดกินรอบตัวและความจริงทางการแพทย์

เมื่อพูดถึงโรคงูสวัด หลายคนมักจะนึกถึงความเจ็บปวดทรมานจากผื่นตุ่มใสและอาการปวดแสบปวดร้อนตามแนวเส้นประสาท แต่ความกังวลที่สร้างความตื่นตระหนกมากที่สุดในสังคมคือความเชื่อที่ว่า หากโรคงูสวัดลุกลามพันรอบตัวแล้วจะทำให้เสียชีวิตได้ทันที ในฐานะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงต้องอธิบายให้เข้าใจอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์ว่า ความเชื่อดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนในแง่ของกลไกการเกิดโรค แต่ในขณะเดียวกันโรคงูสวัดก็เป็นโรคที่ไม่ควรละเลยเพราะอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ในกลุ่มผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

โรคงูสวัด (Shingles) เกิดจากการ reactivation หรือการกลับมาทำงานซ้ำของเชื้อไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์ (Varicella-Zoster Virus หรือ VZV) ซึ่งเป็นเชื้อชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีุกสุกอีใส (Chickenpox) เมื่อบุคคลเคยเป็นอีสุกอีใสหายแล้ว เชื้อไวรัสนี้จะไม่ถูกกำจัดออกจากร่างกายทั้งหมด แต่จะเดินทางไปหลบซ่อนตัวอยู่ตามปมประสาท (Sensory Nerve Ganglia) บริเวณไขสันหลังและสมองโดยไม่แสดงอาการใดๆ เป็นเวลาหลายปีหรือหลายสิบปี จนกระทั่งภูมิคุ้มกันในร่างกายลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น ความเครียด ความเหนื่อยล้า หรือภาวะโรคประจำตัว เชื้อไวรัสจึงตื่นขึ้นและเคลื่อนตัวตามเส้นประสาทมาแสดงอาการที่ผิวหนัง

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคงูสวัดและการลุกลาม

กลไกการเกิดโรคงูสวัดเริ่มต้นจากการที่ไวรัสที่หลบซ่อนในปมประสาทเริ่มแบ่งตัวและทำลายเส้นประสาทเส้นนั้น ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวดตามแนวเส้นประสาทก่อนที่จะมีผื่นปรากฏขึ้น เมื่อไวรัสเดินทางมาถึงปลายประสาทที่มาเลี้ยงผิวหนังบริเวณใด ก็จะทำให้เกิดตุ่มน้ำใสเรียงตัวตามแนวเส้นประสาท (Dermatome) ซึ่งโดยทั่วไปมักจะปรากฏอยู่เพียงซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย (Unilateral) เช่น ซีกขวาหรือซีกซ้ายเท่านั้น และมักจะไม่ข้ามเส้นกึ่งกลางลำตัว

คำแนะนำจากคุณหมอ: กรณีที่เรียกว่างูสวัดกินรอบตัว แท้จริงแล้วในทางการแพทย์มักเกิดขึ้นในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องอย่างรุนแรง เช่น ผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน หรือผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งทำให้ไวรัสสามารถแพร่กระจายผ่านเส้นประสาทมากกว่าหนึ่งเส้นหรือกระจายทางกระแสเลือดจนเกิดผื่นรอบเอวหรือรอบลำตัวได้ การที่ผื่นลามรอบตัวไม่ได้หมายความว่าพิษจะวิ่งมาบรรจบกันจนเสียชีวิตตามความเชื่อโบราณ แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายมีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำมากและเชื้อไวรัสกำลังกระจายตัวเป็นวงกว้าง

อาการสำคัญและระยะการดำเนินของโรค

การสังเกตอาการในระยะเริ่มต้นมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสอย่างทันท่วงที ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงและระยะเวลาของโรคได้ โดยโรคงูสวัดแบ่งออกเป็น 3 ระยะสำคัญดังนี้

  • ระยะก่อนเกิดผื่น (Prodromal Phase): เกิดขึ้นก่อนมีผื่น 1 ถึง 5 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการปวดแสบปวดร้อน คัน ยิบๆ หรือเสียวแปลบ บริเวณผิวหนังที่จะเกิดโรค บางรายอาจมีอาการคล้ายไข้หวัดร่วมด้วย เช่น ปวดเมื่อยตามตัว มีไข้ต่ำๆ และอ่อนเพลีย
  • ระยะมีผื่นและตุ่มน้ำใส (Acute Eruptive Phase): เริ่มมีผื่นสีแดงขึ้นตามแนวเส้นประสาท จากนั้นจะกลายเป็นตุ่มน้ำใสเรียงตัวเป็นกลุ่มหรือเป็นแนว ภายใน 1 ถึง 2 วันตุ่มน้ำจะขุ่นขึ้น และอาจแตกออกเป็นแผลถลอกก่อนจะตกสะเก็ด ระยะนี้ผู้ป่วยจะมีอาการปวดมากที่สุด
  • ระยะฟื้นตัวและอาการปวดเรื้อรังปลายประสาท (Post-Herpetic Neuralgia - PHN): ผื่นและสะเก็ดจะค่อยๆ หลุดลอกและหายไปภายใน 2 ถึง 4 ทิ้งรอยแผลเป็นหรือรอยดำไว้ แต่ในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ อาการปวดตามแนวเส้นประสาทอาจยังคงหลงเหลืออยู่ยาวนานหลายเดือนหรือเป็นปี

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

แม้โรคงูสวัดส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่มีบางกรณีที่จัดเป็นภาวะเร่งด่วนทางการแพทย์และต้องรีบพบแพทย์ทันทีหากพบอาการดังต่อไปนี้

  • งูสวัดขึ้นบริเวณใบหน้าและดวงตา: หากมีผื่นขึ้นที่บริเวณหน้าผาก รอบดวงตา หรือปลายจมูก ไวรัสอาจลามเข้าสู่กระจกตาและทำให้เกิดแผลที่กระจกตา สูญเสียการมองเห็น หรือต้อหินได้ ต้องพบจักษุแพทย์ทันที
  • งูสวัดร่วมกับอาการทางระบบประสาท: มีอาการปวดศีรษะรุนแรง คอแข็ง สับสน หรือมีอาการอ่อนแรงของใบหน้า ซึ่งบ่งชี้ว่าไวรัสอาจลุกลามเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง
  • ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องและมีอาการลุกลามรอบตัว: จำเป็นต้องได้รับการดูแลในโรงพยาบาลเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไปยังอวัยวะภายใน

วิธีดูแลรักษาและการใช้ยาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคงูสวัดมีเป้าหมายเพื่อยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัส บรรเทาอาการปวด และป้องกันภาวะแทรกซ้อน โดยแนวทางการรักษาประกอบด้วย

  • การใช้ยาต้านไวรัส (Antiviral Drugs): เช่น ยาอะซัยโคลเวียร์ (Acyclovir), วาลาซัยโคลเวียร์ (Valacyclovir) หรือฟามซัยโคลเวียร์ (Famciclovir) ยาเหล่านี้จะมีประสิทธิภาพสูงสุดหากเริ่มรับประทานภายใน 72 ชั่วโมงแรก (3 วัน) นับตั้งแต่เริ่มมีผื่นขึ้น เพื่อช่วยลดความรุนแรงของโรคและลดโอกาสเกิดอาการปวดเรื้อรังปลายประสาท
  • การรักษาตามอาการ: แพทย์อาจจ่ายยาแก้ปวดกลุ่มพาราเซตามอล ยาบรรเทาอาการปวดปลายประสาท (เช่น Gabapentin หรือ Pregabalin) รวมถึงยาทาเฉพาะที่เพื่อลดอาการคันและป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้มือแกะ เกา หรือเจาะตุ่มน้ำใสเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนจนกลายเป็นแผลเป็นลึก และห้ามใช้ยาสสมุนไพรพอกบริเวณแผลเด็ดขาดเนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อรุนแรง

การดูแลรักษาความสะอาดและการพยาบาลที่บ้าน

การดูแลผิวหนังบริเวณที่เป็นโรคอย่างถูกวิธีจะช่วยให้แผลหายเร็วและลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ

  • รักษาความสะอาดบริเวณผื่นด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อนโยน ซับให้แห้งเบาๆ
  • สวมเสื้อผ้าเนื้อนุ่ม หลวม และระบายอากาศได้ดี เพื่อไม่ให้เสียดสีกับตุ่มน้ำใส
  • หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับหญิงตั้งครรภ์ที่ยังไม่เคยเป็นอีสุกอีใส ทารกแรกเกิด และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง จนกว่าตุ่มน้ำจะแห้งและตกสะเก็ดสนิท

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

ปัจจุบันทางการแพทย์มีวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งแนะนำเป็นพิเศษในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง วัคซีนจะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันเฉพาะที่ให้สูงขึ้น ลดความเสี่ยงในการเกิดโรค และหากป่วยเป็นโรค อาการจะมีความรุนแรงน้อยลง รวมถึงลดโอกาสเกิดภาวะปวดปลายประสาทเรื้อรังได้อย่างมีนัยสำคัญ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down