ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำความเข้าใจภาวะไหลตายและภัยเงียบยามหลับ

ภาวะไหลตายหรือที่ในทางการแพทย์เรียกว่ากลุ่มอาการบรูกาดา (Brugada Syndrome) รวมถึงภาวะการเสียชีวิตกะทันหันในเวลานอนหลับ ถือเป็นหนึ่งในความผิดปกติทางระบบหัวใจและหลอดเลือดที่สร้างความตื่นตระหนกและมีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว ภาวะนี้มักเกิดขึ้นกับผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงเป็นปกติ ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า และมักเกิดขึ้นในขณะที่ผู้ป่วยกำลังนอนหลับพักผ่อนตอนกลางคืน การทำความเข้าใจถึงสาเหตุ กลไกการเกิดโรค และการสังเกตอาการเตือนจึงเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับคนในครอบครัว

ในประเทศไทย ภาวะนี้เคยเป็นที่รู้จักในนามของโรคไหลตาย ซึ่งมักพบรายงานบ่อยในกลุ่มแรงงานชายไทยวัยฉกรรจ์ที่ทำงานในต่างประเทศ หรือกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ สถิติทางการแพทย์ระบุว่าเพศชายมีโอกาสเผชิญกับภาวะนี้สูงกว่าเพศหญิงอย่างเห็นได้ชัด ในสัดส่วนที่มากกว่าถึงแปดถึงสิบเท่า และมักเริ่มต้นแสดงอาการในช่วงวัยทำงานตอนต้นหรือวัยกลางคน อายุเฉลี่ยตั้งแต่อยี่สิบถึงสี่สิบปี แม้ว่าเด็กและผู้สูงอายุจะมีอัตราการเกิดโรคนี้ต่ำกว่า แต่ก็อาจพบได้ในกรณีที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมร่วมด้วย

สาเหตุและกลไกการเกิดภาวะไหลตาย

สาเหตุหลักของภาวะไหลตายไม่ได้เกิดจากการถูกผีอำตามความเชื่อโบราณ แต่เกิดจากความผิดปกติทางไฟฟ้าของหัวใจโดยตรง ทางการแพทย์พบว่าภาวะนี้เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของยีนที่ควบคุมการสร้างโปรตีนทำหน้าที่ควบคุมช่องทางผ่านของประจุโซเดียม (Sodium Channel) บริเวณเยื่อหุ้มเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ ยีนที่พบบ่อยคือยีนเอสซีเอ็นห้าเอส (SCN5A) ความผิดปกตินี้ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าที่วิ่งผ่านหัวใจเกิดความปั่นป่วนและลัดวงจรอย่างกะทันหัน

เมื่อระบบไฟฟ้าหัวใจลัดวงจร หัวใจจะไม่สามารถบีบตัวส่งเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้อย่างเป็นระเบียบ แต่จะเปลี่ยนเป็นการเต้นแบบสั่นพลิ้วไร้ทิศทางที่เรียกว่าภาวะหัวใจห้องล่างเต้นพลิ้วระริก (Ventricular Fibrillation) ซึ่งเป็นภาวะวิกฤตที่หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองและอวัยวะสำคัญอื่นๆ ได้ ส่งผลให้ผู้ป่วยหมดสติและเสียชีวิตอย่างรวดเร็วหากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ปัจจัยกระตุ้นภายนอกมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการกระตุ้นให้ความผิดปกติทางไฟฟ้าหัวใจแสดงอาการออกมา ได้แก่ การรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงในปริมาณมากก่อนนอน ความเครียดสะสม การพักผ่อนไม่เพียงพอ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก หรือการมีไข้สูง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะไปรบกวนสมดุลของเกลือแร่และระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้หัวใจที่เสี่ยงอยู่แล้วเกิดอาการกำเริบขึ้นมาได้

อาการแสดงสำคัญและสัญญาณเตือนก่อนเกิดภาวะวิกฤต

ความน่ากลัวของภาวะไหลตายคือผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการผิดปกติใดๆ มาก่อนเลย แต่จะมีสัญญาณเตือนบางประการที่หากสังเกตเห็นควร1รีบพบแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจทันที อาการแสดงหลักในขณะนอนหลับที่คนใกล้ชิดต้องระมัดระวัง ได้แก่

  • อาการหายใจเสียงดังแปลกๆ หรือมีเสียงกรนร่วมกับภาวะหยุดหายใจชั่วขณะ
  • อาการหายใจเฮือกแรง สะดุ้งตื่นกลางดึกด้วยความรู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอก
  • อาการเกร็งกระตุกของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย หรือมีอาการตาค้างในขณะนอนหลับ
  • อาการหน้ามืด เป็นลมหมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุในเวลากลางวัน
  • อาการใจสั่น เจ็บแน่นหน้าอก หรือรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นผิดจังหวะขณะทำกิจกรรม

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

หากมีประวัติคนในครอบครัวเสียชีวิตกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีอาการที่เข้าข่ายความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจ แพทย์จะดำเนินการตรวจวินิจฉัยด้วยวิธีมาตรฐานทางการแพทย์ดังนี้

  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram หรือ ECG) เพื่อค้นหารูปแบบความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหัวใจจำเพาะสำหรับโรคนี้
  • การตรวจด้วยยาชักนำไฟฟ้าหัวใจ (Pharmacological Provocation Test) ในกรณีที่คลื่นไฟฟ้าหัวใจปกติ แต่แพทย์สงสัย เพื่อกระตุ้นให้ความผิดปรากฏชัดเจนขึ้น
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจต่อเนื่องยี่สิบสี่ชั่วโมงด้วยเครื่องฮอลเทอร์มอนิเตอร์ (Holter Monitoring) เพื่อบันทึกจังหวะการเต้นของหัวใจในชีวิตประจำวัน
  • การตรวจทางพันธุศาสตร์ (Genetic Testing) เพื่อหายีนกลายพันธุ์ที่อาจถ่ายทอดในครอบครัว

วิธีดูแลรักษาและการป้องกันที่ถูกต้อง

การรักษาภาวะไหลตายมุ่งเน้นไปที่การป้องกันการเกิดภาวะหัวใจห้องล่างเต้นพลิ้วระริกและการช่วยชีวิตผู้ป่วยอย่างทันท่วงที ทางการแพทย์มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนดังนี้

คำแนะนำจากคุณหมอ: สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีความเสี่ยงสูง แพทย์จะแนะนำให้ทำการฝังเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ (Implantable Cardioverter-Defibrillator หรือ ICD) ซึ่งเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะที่คอยตรวจสอบจังหวะหัวใจตลอดเวลา และจะปล่อยกระแสไฟฟ้าเพื่อกู้ชีพหัวใจทันทีเมื่อพบความผิดปกติ นอกจากนี้การรับประทานยาควบคุมจังหวะหัวใจบางชนิด เช่น ควินิดีน (Quinidine) ก็อาจถูกนำมาใช้ร่วมด้วยตามดุลยพินิจของแพทย์

ในส่วนของการดูแลตนเองและการป้องกันในชีวิตประจำวัน ผู้ที่มีความเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น ได้แก่ การนอนดึก การทำงานหนักเกินไป การรับประทานอาหารมื้อดึกที่ย่อยยากในปริมาณมากๆ การดื่มแอลกอฮอล์จัด และหากมีไข้สูงต้องรีบรับประทานยาลดไข้และพบแพทย์เพื่อควบคุมอุณหภูมิร่างกายไม่ให้สูงเกินไป เนื่องจากไข้คือตัวกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจที่สำคัญ

คำถาม-คำตอบที่พบบ่อย

รวบรวมข้อสงสัยสำคัญเกี่ยวกับภาวะไหลตายเพื่อให้ประชาชนเข้าใจและรับมือได้อย่างถูกต้อง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down