ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกน้อยเป็นหวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล: ความกังวลใจอันดับหนึ่งของคนเป็นพ่อแม่

อาการหวัด คัดจมูก และมีน้ำมูกไหล เป็นปัญหาส่วนใหญ่ที่เด็กๆ ทุกคนต้องเคยเผชิญ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กและทารกที่ระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ ในหนึ่งปีเด็กวัยเรียนหรือเด็กอนุบาลอาจป่วยเป็นหวัดได้ถึงห-แปดครั้ง ซึ่งสร้างความทรมานให้กับลูกน้อยเนื่องจากยังสั่งน้ำมูกเองไม่เป็น หายใจไม่สะดวก นอนหลับไม่สนิท งอแง และส่งผลกระทบต่อการทานนมหรืออาหาร บทความนี้จึงรวบรวมแนวทางการดูแล รักษา และวิธีเคลียร์น้ำมูกรวมถึงการล้างจมูกที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ เพื่อให้คุณพ่อแม่สามารถดูแลลูกรักได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยที่สุด

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคหวัดในเด็ก

โรคหวัด (Common Cold) ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจส่วนบน โดยมีเชื้อไวรัสมากกว่าสองร้อยชนิดที่ก่อโรคได้ ที่พบบ่อยที่สุดคือ ไรโนไวรัส (Rhinovirus) รองลงมาคือ อะดีโนไวรัส (Adenovirus) และไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus - RSV) เชื้อเหล่านี้ติดต่อได้ง่ายผ่านทางการไอ จาม หรือการสัมผัสสาร secretions ของผู้ป่วยผ่านมือและสิ่งของรอบตัว

เมื่อเชื้อไวรัสเข้าสู่เยื่อบุโพรงจมูก จะกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการอักเสบ มีการหลั่งสารฮีสตามีนและเมือกออกมามากกว่าปกติ เพื่อพยายามขับเชื้อโรคออกจากร่างกาย ส่งผลให้เยื่อบุจมูกบวมแดง มีน้ำมูกใสในระยะแรก และอาจเปลี่ยนเป็นน้ำมูกข้นสีเหลืองหรือเขียวในระยะต่อมา ซึ่งสีของน้ำมูกที่เปลี่ยนไปไม่ได้แปลว่าต้องใช้ยาปฏิชีวนะเสมอไป แต่เกิดจากเม็ดเลือดขาวที่เข้ามาต่อสู้กับเชื้อโรค

อาการสำคัญและระยะเวลาการดำเนินโรค

อาการของโรคหวัดในเด็กมักเริ่มปรากฏหลังจากได้รับเชื้อประมาณหนึ่งถึงสามวัน โดยทั่วไปจะแบ่งระยะอาการออกเป็นดังนี้

  • ระยะเริ่มต้น: มีอาการคันคอ เจ็บคอ จาม และเริ่มมีน้ำมูกใส ไหลออกมาตลอดเวลา ร่วมกับมีไข้ต่ำๆ
  • ระยะลุกลาม: น้ำมูกจะเริ่มเหนียวข้นขึ้น มีอาการคัดจมูกหายใจคร่ำครวญ หายใจทางปาก นอนกรน หรือสะดุ้งตื่นบ่อย อาการไออาจตามมาเนื่องจากมีเสมหะไหลลงคอ (Post-nasal drip)
  • ระยะฟื้นตัว: อาการคัดจมูกและน้ำมูกจะค่อยๆ ลดปริมาณและจางลง โดยทั่วไปอาการหวัดจากไวรัสจะหายได้เองภายในเจ็ดถึงสิบวัน

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms)

แม้ว่าหวัดจะเป็นโรคที่หายเองได้ แต่ในเด็กเล็กอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย คุณพ่อแม่ควรสังเกตอาการฉุกเฉินที่ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที ดังนี้

  • ไข้สูงมากโดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่าสามเดือน หรือไข้สูงเกินสามวันไม่ยอมลด
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม ปีกจมูกบาน หรือมีเสียงหายใจผิดปกติ
  • ริมฝีปาก เล็บ หรือผิวหนังมีสีเขียวคล้ำ (Cyanosis) จากภาวะพร่องออกซิเจน
  • ซึมมาก ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมดูดนมหรือดื่มน้ำ เสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ
  • อาเจียนพุ่ง คอแข็ง ชักจากไข้ หรือมีผื่นขึ้นร่วมด้วย
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กมีอาการหอบเหนื่อยร่วมด้วย ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด ควรรีบพาไปพบกุมารแพทย์หรือห้องฉุกเฉินทันที เพราะอาจเป็นโรคหลอดลมฝอยอักเสบ หรือปอดบวมได้

วิธีรักษาตามอาการและการดูแลรักษาที่บ้าน

การรักษาหวัดในเด็กเป็นการรักษาตามอาการ (Symptomatic Treatment) เนื่องจากยังไม่มีon-target antiviral drug สำหรับไข้หวัดทั่วไป การดูแลที่บ้านอย่างถูกวิธีจึงมีความสำคัญมาก

  • การลดไข้: ให้ใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง (สิบถึงสิบห้าิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมงเมื่อมีไข้) ร่วมกับการเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง
  • การชดเชยน้ำ: ให้ดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆ หรือดื่มนมแม่เพิ่มขึ้นสำหรับทารก เพื่อช่วยละลายเสมหะและป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • การพักผ่อน: จัดสิ่งแวดล้อมให้ห้องนอนถ่ายเทสะดวก ไม่เปิดแอร์เย็นจัดจนเกินไป
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามซื้อยาแก้แพ้ ยาแก้ไอ หรือยาลดน้ำูกชนิดผสมหลายตัวให้เด็กกินเองโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่าสองปี เนื่องจากอาจเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อระบบประสาทและหัวใจได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง

วิธีเคลียร์น้ำมูกและล้างจมูกที่ถูกต้องปลอดภัย

การกำจัดน้ำมูกในโพรงจมูกช่วยให้เด็กหายใจโล่งขึ้น นอนหลับดีขึ้น และลดอาการไอจากการระคายคอ วิธีการที่นิยมมีดังนี้

  • การใช้ลูกยางแดงหรือเครื่องดูดน้ำมูก: เหมาะสำหรับทารกและเด็กเล็ก ก่อนดูดควรหยอดน้ำเกลือ (Normal Saline Solution 0.9%) ข้างละหนึ่งถึงสองหยด เพื่อช่วยละลายน้ำมูกที่แห้งกรังให้หลุดออกง่ายขึ้น บีบลูกยางไล่อากาศออกก่อนสอดเข้าไปเบาๆ ในรูจมูกแล้วปล่อยมือช้าๆ เพื่อดูดน้ำมูก
  • การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ: เหมาะสำหรับเด็กโตที่ให้ความร่วมมือ การล้างจมูกช่วยชะล้างน้ำมูกเหนียวข้น เชื้อโรค และสารก่อภูมิแพ้ออกจากโพรงจมูกโดยตรง

ขั้นตอนการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือสำหรับเด็ก

  1. ล้างมือและเตรียมอุปกรณ์ให้สะอาด ได้แก่ ไซริงค์ (Syringe) ขนาดเหมาะสม (เด็กเล็กใช้สองถึงห้าซีซี เด็กโตใช้สิบซีซี) และน้ำเกลือปราศจากเชื้อ
  2. ให้เด็กอยู่ในท่านั่งโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย หรือท่านอนตะแคงสำหรับเด็กเล็ก
  3. นำปลายไซริงค์ที่บรรจุน้ำเกลือสอดเข้าที่รูจมูกข้างหนึ่งเบาๆ
  4. กลั้นหายใจหรืออ้าปากไว้ แล้วดันน้ำเกลือเข้าไปอย่างรวดเร็วแต่มั่นคง น้ำเกลือจะไหลผ่านโพรงจมูกและออกทางรูจมูกอีกข้างหนึ่ง
  5. ให้เด็กสั่งน้ำมูกส่วนเกินออกเบาๆ และเช็ดทำความสะอาด

ข้อห้ามและข้อควรระวังสำคัญ

  • ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็กที่ป่วยเป็นไข้หวัดเด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ (Reye syndrome) ซึ่งเป็นภาวะตับและสมองอักเสบรุนแรงถึงชีวิต
  • ห้ามใช้ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หากยังไม่แน่ใจว่าเด็กป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่หรือไข้เลือดออกหรือไม่ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการมีเลือดออกในทางเดินอาหาร
  • ห้ามใช้ยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ซี้ซั้ว เพราะโรคหวัดส่วนใหญ่เกิดจากไวรัส การทานยาปฏิชีวนะไม่มีผลรักษาโรคหวัดแต่อย่างใด และยังสร้างปัญหาเชื้อดื้อยาในอนาคต

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันไม่ให้เด็กเป็นหวัดซ้ำๆ สามารถทำได้โดยการดูแลสุขภาพและสุขอนามัยพื้นฐาน

  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ หลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กเอามือเข้าปากขยี้ตา
  • หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการระบาดของโรคทางเดินหายใจ
  • สวมหน้ากากอนามัยและแยกของใช้ส่วนตัวหากมีสมาชิกในบ้านป่วย
  • รับวัคซีนป้องกันโรคตามวัยให้ครบถ้วน เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza vaccine) ฉีดเป็นประจำทุกปี
  • ส่งเสริมการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบห้าหมู่ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ
สรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่: อาการหวัด คัดจมูก และน้ำมูกไหลในเด็กส่วนใหญ่สามารถรักษาและดูแลให้หายได้เองที่บ้านด้วยความรัก ความเข้าใจ และการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง หากหมั่นทำความสะอาดโพรงจมูก ให้ยาลดไข้ตามขนาดที่แพทย์กำหนด และคอยสังเกตอาการเตือนอันตรายอย่างใกล้ชิด ลูกน้อยก็จะสามารถกลับมาสดใสและมีสุขภาพแข็งแรงได้ดังเดิมอย่างรวดเร็ว
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down