ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความวิตกกังวลของพ่อแม่เมื่อลูกรักมีผื่นแดงและอาการคันตามตัว

อาการผื่นแดงและอาการคันตามตัวในเด็กเล็กถือเป็นหนึ่งในปัญหาทางสุขภาพที่สร้างความวิตกกังวลให้กับพ่อแม่และผู้ปกครองมากที่สุด เนื่องจากผิวหนังของเด็กมีความบอบบางและไวต่อสิ่งกระตุ้นสูงมาก เมื่อลูกน้อยเริ่มมีตุ่มน้ำใส ผื่นแดง หรืออาการเกาด้วยความหงุดหงิด คำถามแรกที่มักเกิดขึ้นในใจคือ ลูกกำลังเผชิญกับโรคติดต่ออันตรายอย่างโรคมือเท้าปาก หรือเป็นเพียงโรคผิวหนังเรื้อรังอย่างผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) การสังเกตและแยกแยะลักษณะของผื่นให้ถูกต้องตามหลักการแพทย์จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เด็กได้รับการดูแลรักษาอย่างทันท่วงทีและตรงจุด

ความสำคัญทางการแพทย์และสถิติเบื้องต้น

ในทางการแพทย์ โรคผิวหนังในเด็กแบ่งออกเป็นกลุ่มโรคติดเชื้อ (Infectious Diseases) และกลุ่มโรคภูมิแพ้ (Allergic Diseases) ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในด้านการรักษาและการแพร่กระจายของโรค โรคมือเท้าปากพบได้บ่อยในเด็กอายุต่ำกว่าห้าปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและฤดูร้อนที่มีอากาศชื้น ส่วนโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังเป็นโรคเรื้อรังที่พบได้ประมาณร้อยละสิบถึงร้อยละยี่สิบของเด็กทั่วไป มักมีประวัติโรคภูมิแพ้ในครอบครัว การวินิจฉัยโรคผิดพลาดอาจนำไปสู่การใช้ยาที่ไม่เหมาะสม เช่น การทายาสเตียรอยด์ในโรคติดเชื้อไวรัส ซึ่งอาจทำให้อาการลุกลามรุนแรงขึ้นได้

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคของผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันร่วมกับความบกพร่องของเกราะป้องกันผิวหนัง (Skin Barrier Dysfunction) ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย และเปิดทางให้สารก่อภูมิแพ้หรือเชื้อโรคเข้าสู่ผิวหนังได้ง่ายขึ้น ปัจจัยกระตุ้นสำคัญได้แก่ สารเคมีในสบู่หรือโลชั่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ อุณหภูมิและความชื้นที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงความเครียดทางอารมณ์ กลไกนี้ทำให้ผิวหนังเกิดการอักเสบเรื้อรัง มีอาการคันรุนแรงจนเด็กต้องเกา ซึ่งยิ่งเกาก็ยิ่งกระตุ้นให้ผิวหนังหนาตัวและอักเสบมากขึ้น

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคของโรคมือเท้าปาก

ในทางตรงกันข้าม โรคมือเท้าปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสในกลุ่ม Enteroviruses เช่น Coxsackievirus A16 และ Enterovirus 71 โรคนี้ติดต่อได้ง่ายผ่านทางสาร secretions ของร่างกาย เช่น น้ำลาย น้ำมูก น้ำจากตุ่มใส และอุจจาระของผู้ติดเชื้อ ผ่านการสัมผัสโดยตรงหรือของเล่นที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะฟักตัวประมาณสามถึงเจ็ดวัน ก่อนจะแสดงอาการไข้และเกิดรอยโรคที่เยื่อบุช่องปาก ฝ่ามือ และฝ่าเท้า

ลักษณะเด่นของผื่นภูมิแพ้ผิวหนังและการดำเนินโรค

การสังเกตลักษณะผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมีความจำเพาะตามช่วงวัย ในทารกมักพบผื่นแดงและตุ่มน้ำใสบริเวณแก้ม หน้าผาก และหนังศีรษะ ต่อมาในเด็กโตมักพบผื่นบริเวณข้อพับแขนและข้อพับขา ลักษณะของผื่นจะมีสีแดง ผิวแห้ง ขุย และมีอาการคันอย่างมาก อาการมักเป็นๆ หายๆ เรื้อรังตามการได้รับปัจจัยกระตุ้น ไม่มีอาการไข้ร่วมด้วย ยกเว้นในรายที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนจากการเกา

ลักษณะเด่นของโรคมือเท้าปากและการดำเนินโรค

โรคมือเท้าปากจะเริ่มจากอาการไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย และเจ็บคอ หลังจากนั้นหนึ่งถึงสองวันจะเริ่มมีตุ่มน้ำใส (Vesicles) ขนาดเล็กปรากฏขึ้นบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และรอบๆ ช่องปาก บางครั้งอาจพบที่บริเวณก้นหรือเข่าด้วย ตุ่มน้ำเหล่านี้มักมีฐานสีแดงล้อมรอบ และแผลในปากจะทำให้เด็กเจ็บเวลากลืนน้ำลาย ไม่ยอมดื่มนมหรือรับประทานอาหาร อาการทั้งหมดมักหายได้เองภายในเจ็ดถึงสิบวันหากไม่มีภาวะแทรกซ้อน

คำแนะนำจากคุณหมอ: วิธีสังเกตเบื้องต้นที่ง่ายที่สุดคือ โรคมือเท้าปากจะมีตุ่มน้ำที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และในปากร่วมกับไข้ ส่วนผื่นภูมิแพ้ผิวหนังจะคันมากตามข้อพับ ผิวแห้ง และไม่มีไข้

อาการและระยะของโรคมือเท้าปาก

การดำเนินของโรคมือเท้าปากแบ่งออกเป็นระยะชัดเจน เริ่มจากระยะรับเชื้อและฟักตัว ต่อมาเข้าสู่ระยะเริ่มต้นที่มีไข้และเจ็บคอ ตามด้วยระยะออกดอกของผื่นและแผลในปาก ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กจะงอแงมากที่สุดเพราะความเจ็บปวด และเข้าสู่ระยะฟื้นตัวที่แผลจะแห้งสะเก็ดและลอกออกเองโดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็น ยกเว้นในกรณีที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

พ่อแม่ต้องเฝ้าระวังอาการเตือนภัย (Red Flag Symptoms) ของโรคมือเท้าปากอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเชื้อสายพันธุ์ Enterovirus 71 ที่อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางสมองและระบบหัวใจและหลอดเลือด สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพาเด็กไปโรงพยาบาลทันทีได้แก่:

  • ไข้สูงมากเกินสามสิบเก้าองศาเซลเซียส หรือไข้ไม่ลดลงหลังรับประทานยาลดไข้
  • ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด หรือนอนหลับปลุกไม่ตื่น
  • สะดุ้งผวาแรง ผนังกั้นทางเดินหายใจทำงานผิดปกติ หรือมีอาการชัก
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็ว ปีกจมูกบาน หรือหน้าอกบุ๋ม
  • อาการแสดงของภาวะขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะสีเข้มหรือไม่อปัสสาวะนานเกินหกชั่วโมง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กมีอาการซึมร่วมกับสะดุ้งผวาบ่อยครั้งแม้จะอยู่ในช่วงไข้ลด ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยอันตรายของก้านสมองอักเสบ ต้องรีบพบแพทย์ฉุกเฉินทันที

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

แพทย์จะทำการวินิจฉัยโรคโดยอาศัยการซักประวัติอย่างละเอียด เช่น ประวัติการสัมผัสโรค ประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว และการตรวจร่างกายโดยการดูลักษณะของผื่นและแผลในปาก ในกรณีของผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง อาจมีการทดสอบทางผิวหนัง (Skin Prick Test) เพื่อหาสารก่อภูมิแพ้ ส่วนโรคมือเท้าปากโดยทั่วไปสามารถวินิจฉัยได้จากอาการทางคลินิก การตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมเช่นการ Swab เชื้อไวรัสจะทำในกรณีจำเป็นเพื่อการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคทั้งสองชนิดมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังเน้นการฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวหนังด้วยการใช้สารให้ความชุ่มชื้น (Emollients) ทาบ่อยๆ และการใช้ยาทาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์อ่อนๆ เฉพาะช่วงที่มีการอักเสบภายใต้การดูแลของแพทย์ ส่วนโรคมือเท้าปากเป็นการรักษาตามอาการเนื่องจากเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่ไม่มี ยาต้านไวรัสเฉพาะ

  • ให้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามน้ำหนักตัวที่ถูกต้องเพื่อบรรเทาอาการไข้และปวด
  • ดูแลให้เด็กได้รับสารน้ำอย่างเพียงพอ เช่น น้ำเย็น นมเย็น หรือไอศกรีม เพื่อลดอาการเจ็บแผลในปาก
  • เลือกอาหารอ่อนนุ่ม รสจืด และไม่ร้อน เพื่อกระตุ้นให้เด็กยอมรับประทานอาหาร
  • ตัดเล็บเด็กให้สั้นเพื่อป้องกันการเกาจนเกิดแผลติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ในการดูแลเด็กที่มีไข้และผื่น มีข้อควรระวังทางการแพทย์ที่สำคัญมากซึ่งพ่อแม่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด:

  • ห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กเด็ดขาด เนื่องจากอาจทำให้เกิดกลุ่มอาการเรย์ส์ซินโดรม (Reye syndrome) ซึ่งส่งผลให้ตับและสมองเสียหายรุนแรงถึงชีวิต
  • การคำนวณขนาดยาพาราเซตามอลต้องใช้น้ำหนักตัวของเด็กเป็นหลัก (สิบถึงสิบห้าิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมง) ไม่ควรใช้เกณฑ์อายุ
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อมาให้เด็กรับประทานเอง เพราะโรคมือเท้าปากเกิดจากไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะไม่มีผลรักษาและอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันโรคมือเท้าปากทำได้โดยการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำเป็นประจำ ทำความสะอาดของเล่นและพื้นผิวสัมผัสด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปสถานที่แออัดในช่วงที่มีการระบาด ส่วนการป้องกันผื่นภูมิแพ้ผิวหนังทำได้โดยการหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยน ปราศจากน้ำหอม และบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอเพื่อเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down