ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกไอเรื้อรังตอนกลางคืนสัญญาณที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม

อาการไอในเด็กเป็นอาการที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน แต่หากลูกน้อยมีอาการไอเรื้อรังเฉพาะช่วงกลางคืนหรือช่วงใกล้รุ่งเช้า โดยไม่มีไข้และเป็นติดต่อกันนานหลายสัปดาห์ อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่หวัดธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนสำคัญของโรคหอบหืดในเด็ก (Pediatric Asthma) ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังของทางเดินหายใจที่มีความไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ ส่งผลให้หลอดหดตัว บวม และมีเสมหะมากจนเกิดอาการไอ หายใจมีเสียงหวีด (Wheezing) และแน่นหน้าอก การทำความเข้าใจกลไกของโรค อาการเตือนที่สำคัญ และวิธีดูแลรักษาอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์ จึงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดที่จะช่วยปกป้องลูกน้อยจากภาวะทางเดินหายใจวิกฤต

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการไอจากโรคหอบหืดในเด็ก

โรคหอบหืดในเด็กเกิดจากปฏิกิริยาการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุหลอดหายใจ (Chronic Airway Inflammation) ทำให้หลอดหายใจมีความไวต่อสิ่งกระตุ้น (Airway Hyperresponsiveness) มากกว่าเด็กทั่วไป เมื่อเด็กได้รับสิ่งกระตุ้น กล้ามเนื้อรอบหลอดหายใจจะหดเกร็ง เยื่อบุจะบวมหนาขึ้น และมีการสร้างเมือกหรือเสมหะปริมาณมากมาอุดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้อากาศเข้าและออกได้ยาก

ทำไมอาการไอจึงมักกำเริบตอนกลางคืน ในทางการแพทย์อธิบายว่าในช่วงเวลากลางคืนและใกล้รุ่งสาง ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ในร่างกายซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบตามธรรมชาติจะมีระดับลดลง นอกจากนี้ อุณหภูมิและความชื้นของอากาศที่ลดต่ำลงในเวลากลางคืน รวมถึงท่านอนที่ทำให้สารคัดหลั่งไหลลงคอ ล้วนเป็นปัจจัยกระตุ้นให้หลอดลมที่ไวต่อสิ่งกระตุ้นอยู่แล้วเกิดอาการหดเกร็งและกระตุ้นตัวรับการไอ (Cough Receptors) ส่งผลให้เด็กตื่นขึ้นมาไอเรื้อรัง

สิ่งกระตุ้นสำคัญที่พบบ่อยในเด็ก ได้แก่ สารก่อภูมิแพ้ในอากาศ เช่น ไรฝุ่น ละอองเกสรดอกไม้ ขนสัตว์เลี้ยง สปอร์ของเชื้อรา ควันบุหรี่มือสอง ควันธูป มลพิษทางอากาศฝุ่นขนาดเล็ก รวมถึงการติดเชื้อไวรัสในทางเดินหายใจส่วนบน เช่น โรคหวัด หรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างฉับพลัน

อาการสำคัญและลักษณะอาการไอของโรคหอบหืด

อาการไอจากโรคหอบหืดในเด็กมักมีลักษณะเฉพาะที่พ่อแม่สังเกตได้ ดังนี้

  • ไอแห้งๆ หรือไอมีเสมหะใสๆ แบบเรื้อรัง เป็นๆ หายๆ นานเกินกว่าสัปดาห์ขึ้นไป
  • มักไอมากเป็นพิเศษในช่วงเวลากลางคืน ตอนดึก หรือช่วงเช้ามืด จนทำให้เด็กตื่นกลางคันและนอนหลับไม่สนิท
  • ไอหลังจากการวิ่งเล่น ออกกำลังกาย หรือร้องไห้เสียงดัง ซึ่งเป็นการกระตุ้นการหายใจแรง
  • มีเสียงหายใจดังหวีด (Wheezing) คล้ายเสียงนกหวีดเบาๆ หรือมีเสียงครืดคราดในลำคอขณะหายใจออก
  • เด็กอาจบ่นว่าแน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก หรือรู้สึกเหนื่อยหอบหายใจไม่ทัน
สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องพาลูกพบแพทย์ทันที: อาการเหล่านี้บ่งบอกถึงภาวะหลอดลมหดเกร็งรุนแรงและขาดออกซิเจน ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ ได้แก่ หายใจหอบเหนื่อยรุนแรงจนชายโครงบุ๋มหรืออกบุ๋ม หายใจเร็วปีกจมูกบาน ริมฝีปากหรือปลายนิ้วเขียวคล้ำ ซึมลงหรือไม่ยอมตอบสนอง อาการไอไม่ทุเลาแม้จะพ่นยาขยายหลอดลมเบื้องต้นแล้ว หรือเด็กไม่สามารถพูดเป็นประโยคยาวๆ ได้เพราะเหนื่อยหอบ

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อพามาพบกุมารแพทย์หรือแพทย์เฉพาะทางด้านโรคภูมิแพ้และทางเดินหายใจ แพทย์จะดำเนินการวินิจฉัยอย่างละเอียด ดังนี้

  • การซักประวัติอย่างละเอียด: ประวัติการเจ็บป่วย ประวัติโรคภูมิแพ้ในครอบครัว ลักษณะอาการไอ เวลาที่ไอ และสิ่งกระตุ้นที่ทำให้มีอาการ
  • การตรวจร่างกาย: ฟังเสียงปอดด้วยเครื่องตรวจฟังเสียง (Stethoscope) เพื่อค้นหาเสียงหวีด (Wheezing) หรือเสียงเสมหะในหลอดลม
  • การทดสอบสมรรถภาพปอด (Pulmonary Function Test หรือ Spirometry): ในเด็กโตที่สามารถร่วมมือได้ เพื่อวัดความกว้างของหลอดลมและความสามารถในการหายใจ
  • การตรวจหาภูมิแพ้ (Allergy Testing): เช่น การทดสอบทางผิวหนัง (Skin Prick Test) หรือการเจาะเลือดตรวจระดับภูมิแพ้จำเพาะ (Specific IgE) เพื่อค้นหาสารก่อภูมิแพ้ต้นเหตุ

วิธีดูแลรักษาและการพ่นยาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคหอบหืดในเด็กแบ่งออกเป็นการรักษาในช่วงเฉียบพลันและการควบคุมโรคระยะยาว เป้าหมายเพื่อให้เด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถใช้ชีวิตและทำกิจกรรมได้ปกติโดยไม่มีอาการไอหรือหอบกำเริบ

การใช้ยาขยายหลอดลมและยาควบคุมอาการอักเสบ เป็นหัวใจสำคัญของการรักษา ซึ่งส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบของยาพ่นสูดทางปาก (Inhaler) เพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์ตรงบริเวณหลอดลมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง ลดผลข้างเคียงทั่วร่างกาย

ขั้นตอนการพ่นยาแก้หอบหืดด้วยกระบอกพ่นยา (MDI with Spacer) อย่างถูกต้อง:
1. ตรวจสอบความสะอาดและวันหมดอายุของยาสูดพ่น พร้อมเขย่ายาเบาๆ ก่อนใช้งานทุกครั้ง
2. ถอดฝาครอบหลอดพ่นยาและฝาครอบกระบอกพ่นยาออก แล้วเสียบหลอดพ่นยาเข้ากับท้ายกระบอกพ่นยา (Spacer)
3. ให้เด็กหายใจออกทางปากให้สุดปอดจนหมดลมหายใจ
4. ครอบหน้ากากอนามัยสำหรับพ่นยาให้แนบสนิทกับใบหน้าของเด็ก (ครอบคลุมทั้งจมูกและปาก) หรือให้เด็กอมปากกระบอกพ่นยาให้สนิทโดยไม่ให้มีลมรั่วออกด้านข้าง
5. กดหลอดยาพ่น 1 ครั้ง เพื่อปล่อยละอองยาเข้าไปในกระบอกพ่น
6. ให้เด็กหายใจเข้าและออกลึกๆ ช้าๆ ทางปากประมาณ 5 ถึง 6 ครั้ง หรือนับในใจ 10 วินาที เพื่อให้ละอองยาถูกสูดเข้าสู่ปอดอย่างทั่วถึง
7. หากแพทย์สั่งให้พ่นยามากกว่า 1 ครั้ง ให้รอประมาณ 1 นาที จึงทำซ้ำตามขั้นตอนเดิม
8. หลังพ่นยาเสร็จสิ้น โดยเฉพาะยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ควรสอนให้เด็กบ้วนปากและล้างหน้าให้สะอาดเพื่อป้องกันเชื้อราในปากและอาการระคายเคือง

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ผู้ปกครองห้ามทำเด็ดขาด

การดูแลเด็กที่เป็นโรคหอบหืดต้องอาศัยความระมัดระวังอย่างเคร่งครัด สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดมีดังนี้

  • ห้ามหยุดยาพ่นควบคุมอาการ (Controller) เองโดยพละการ แม้ว่าลูกจะไม่มีอาการไอหรือหอบแล้วก็ตาม เพราะการอักเสบเรื้อรังในหลอดลมยังคงอยู่ การหยุดยาจะทำให้โรคกำเริบซ้ำได้
  • ห้ามซื้อยาแก้ไอ ละลายเสมหะ หรือยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ให้เด็กทานเองตามคำแนะนำทั่วไป เนื่องจากอาการไอของหอบหืดเกิดจากการหดเกร็งของหลอดลม ไม่ใช่การติดเชื้อแบคทีเรีย การใช้ยาผิดประเภทอาจเป็นอันตรายและทำให้การวินิจฉัยคลาดเคลื่อน
  • ห้ามให้เด็กสัมผัสกับสารกระตุ้นที่ทราบแพ้ เช่น ควันบุหรี่ ควันธูป และไรฝุ่นอย่างเด็ดขาด

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การควบคุมสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันอาการไอจากหอบหืด ผู้ปกครองควรทำความสะอาดห้องนอนเป็นประจำ ซักผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนด้วยน้ำร้อนเพื่อกำจัดไรฝุ่น หลีกเลี่ยงการใช้ตุ๊กตาผ้าขนสัตว์หรือพรมในห้องนอน งดการสูบบุหรี่ภายในบ้านหรือบริเวณใกล้เคียงเด็ก เสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ และรับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ประจำปีตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสที่จะไปกระตุ้นอาการหอบหืดกำเริบ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down