ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความตระหนักรู้เบื้องต้นเมื่อทารกถ่ายเป็นมูกเลือด

ภาวะทารกถ่ายเป็นมูกเลือดเรื้อรังถือเป็นอาการผิดปกติทางระบบทางเดินอาหารที่ผู้ปกครองและกุมารแพทย์ต้องให้ความสำคัญและรีบดำเนินการหาสาเหตุอย่างเร่งด่วน เนื่องจากลำไส้ของทารกมีความเปราะบางและยังพัฒนาไม่เต็มที่ การมีเลือดปนในอุจจาระร่วมกับลักษณะที่เป็นมูกข้นแสดงถึงการอักเสบที่เกิดขึ้นเยื่อบุลำไส้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดูดซึมสารอาหาร การเจริญเติบโต และในรายที่มีอาการรุนแรงอาจนำไปสู่ภาวะช็อกจากการสูญเสียเลือดหรือการติดเชื้อในกระแสเลือดได้ บทความฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ข้อมูลที่ครอบคลุม ถูกต้อง และเป็นแนวทางปฏิบัติที่ปลอดภัยสำหรับครอบครัว

กลไกการเกิดโรคและสาเหตุหลักในทารก

การที่ทารกถ่ายอุจจาระมีมูกเลือดปน เกิดจากการระคายเคืองและการทำลายเนื้อเยื่อบุผิวของลำไส้ใหญ่หรือลำไส้เล็กส่วนปลาย ส่งผลให้มีเลือดออกซึมและมีการสร้างเมือก (Mucus) มากกว่าปกติเพื่อปกป้องเนื้อเยื่อที่เสียหาย สาเหตุที่พบบ่อยในทารกสามารถแบ่งออกได้ดังนี้

  • การแพ้โปรตีนนมวัว (Cow's Milk Protein Allergy - CMPA): เป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ในทารกกินนมผสม หรือทารกที่กินนมแม่แต่แม่รับประทานผลิตภัณฑ์จากนมวัว ระบบภูมิคุ้มกันของทารกเข้าใจผิดว่าโปรตีนในนมวัวเป็นสารแปลกปลอม จึงกระตุ้นการอักเสบเรื้อรังที่ผนังลำไส้
  • การติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสในทางเดินอาหาร (Infectious Enterocolitis): เชื้อโรคบางชนิดเช่นเชื้อแบคทีเรียกลุ่มซัลโมเนลลา (Salmonella) แคมไพโลแบคเทอร์ (Campylobacter) หรือเชื้อบิดมีตัว (Amebiasis) ทำให้เกิดการทำลายเยื่อบุลำไส้และมีเลือดปน
  • ภาวะลำไส้กลืนกัน (Intussusception): เป็นภาวะฉุกเฉินในเด็กเล็ก มักพบในช่วงอายุสี่เดือนถึงสองปี เกิดจากลำไส้ส่วนหนึ่งเลื่อนเข้าไปสอดอยู่ในลำไส้อีกส่วน ทำให้เกิดการอุดตัน การไหลเวียนเลือดติดขัด จนเกิดการหลุดลอกของเยื่อบุและถ่ายอุจจาระมีลักษณะคล้ายเจลลี่ลูกเกดหรือมูกเลือด
  • แผลที่รอยแยกขอบทวารหนัก (Anal Fissure): มักเกิดจากอาการท้องผูก ทำให้ทารกเบ่งแรงจนเกิดแผลฉีกขาดเล็กๆ บริเวณปากทวารหนัก เลือดที่ออกมาจะเคลือบอยู่บนผิวอุจจาระภายนอก ไม่มีมูกปนในเนื้ออุจจาระ

ลักษณะอาการและรูปแบบการดำเนินโรค

อาการถ่ายเป็นมูกเลือดเรื้อรังในทารกอาจแสดงออกแตกต่างกันตามสาเหตุหลัก โดยในกลุ่มทารกที่แพ้นนมวัวมักมีอาการถ่ายเหลวมีมูกเลือดปนเรื้อรังร่วมกับอาการผื่นผิวหนังอักเสบ (Atopic Dermatitis) มีลมในท้องมาก ร้องกวนโคลิก (Colic) น้ำหนักตัวขึ้นน้อยกว่าเกณฑ์ หรืออาเจียนบ่อย ส่วนในกลุ่มติดเชื้อจะมีไข้ร่วมด้วย ทารกจะซึมลงและปวดท้องแสดงออกด้วยการงอขาเข้าหาลำตัว สำหรับภาวะลำไส้กลืนกัน ทารกจะร้องกวนอย่างรุนแรงเป็นพักๆ หน้าตาซีดเซียว และอาเจียนพุ่งก่อนที่จะถ่ายเป็นมูกเลือด

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากพบว่าทารกถ่ายอุจจาระมีเลือดปน แม้จะเป็นปริมาณเพียงเล็กน้อย ห้ามรอสังเกตอาการนานเกินหนึ่งวัน เนื่องจากทารกมีความเสี่ยงต่อการขาดน้ำและภาวะช็อกได้รวดเร็วกว่าเด็กโตและผู้ใหญ่มาก

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

ผู้ปกครองต้องสังเกตอาการทางคลินิกอย่างใกล้ชิด หากพบสัญญาณอันตราย (Red Flag Symptoms) ดังต่อไปนี้ จำเป็นต้องพาบุตรหลานมาพบแพทย์ ณ ห้องฉุกเฉินทันที

  • ทารกมีไข้สูงร่วมด้วย หรือซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้า
  • อาเจียนพุ่งตลอดเวลา หรืออาเจียนเป็นน้ำlียว (Bile-stained vomiting)
  • ท้องอืดแน่นแข็ง ร้องกวนตลอดเวลาเนื่องจากปวดท้องรุนแรง
  • มีภาวะขาดน้ำ เช่น กระหม่อมบุ๋ม ตาโหล ปากแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะน้อยลงหรือผ้าอ้อมแห้งเกินห ชั่วโมง
  • ถ่ายเป็นเลือดสดปริมาณมาก หรืออุจจาระมีลักษณะคล้ายเยลลี่สีแดงเข้ม

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อทารกมาพบแพทย์ด้วยอาการถ่ายเป็นมูกเลือดเรื้อรัง กุมารแพทย์จะมีกระบวนการวินิจฉัยอย่างเป็นระบบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ประกอบด้วย

  • การซักประวัติอย่างละเอียด: ประวัติการรับประทานอาหารของทารกและมารดา ลักษณะและสีของอุจจาระ ระยะเวลาที่เป็น และอาการร่วมอื่นๆ
  • การตรวจร่างกาย: ประเมินภาวะขาดน้ำ การตรวจช่องท้องเพื่อหาความผิดปกติ ก้อนเนื้อ หรืออาการกดเจ็บ และการตรวจบริเวณทวารหนัก
  • การตรวจอุจจาระทางห้องปฏิบัติการ (Stool Examination): ตรวจหาเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง ไข่พยาธิ และเชื้อแบคทีเรีย
  • การตรวจเลือด (Blood Tests): ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) เพื่อประเมินภาวะซีดและการติดเชื้อ รวมถึงการตรวจการทำงานของไตและเกลือแร่ในกรณีที่มีภาวะขาดน้ำ
  • การวินิจฉัยเพิ่มเติม: ในรายที่สงสัยภาวะลำไส้กลืนกันหรือความผิดรูปของลำไส้ แพทย์อาจพิจารณาทำอัลตราซาวนด์ช่องท้อง (Abdominal Ultrasound) หรือการเอกซเรย์ตามความเหมาะสม

วิธีดูแลรักษาและการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

การรักษาทารกถ่ายเป็นมูกเลือดเรื้อรังจะขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยโรคที่เป็นสาเหตุ

  • กรณีแพ้นนมวัว: หากกินนมแม่ มารดาต้องงดผลิตภัณฑ์จากนมวัวและอาหารที่มีส่วนประกอบของโปรตีนนมวัวอย่างเคร่งครัด หากกินนมผสม แพทย์จะพิจารณาเปลี่ยนเป็นนมสูตรพิเศษ เช่น นมสูตรไฮอไลซ์อย่างทั่วถึง (Extensively Hydrolyzed Formula) หรือนมสูตรกรดอะมิโนอิสระ (Amino Acid-based Formula)
  • กรณีติดเชื้อ: แพทย์จะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะที่จำเพาะเจาะจงตามผลเพาะเชื้อ ร่วมกับการให้สารน้ำทดแทนทางหลอดเลือดดำในกรณีที่ทารกมีภาวะขาดน้ำระดับปานกลางถึงรุนแรง
  • กรณีภาวะลำไส้กลืนกัน: ถือเป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องได้รับการแก้ไขด้วยการสวนแป้งหรือสวนลมภายใต้การควบคุมของรังสีแพทย์ หรืออาจต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาโดยศัลยแพทย์เด็ก
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามทำการสวนอุจจาระให้ทารกด้วยตนเองเด็ดขาดหากพบว่ามีเลือดปน เพราะอาจทำให้อาการของโรครุนแรงขึ้น เช่น ในกรณีที่เป็นภาวะลำไส้กลืนกัน การสวนอุจจาระเองอาจทำให้ลำไส้ทะลุได้

วิธีการป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพลำไส้ในระยะยาว

การป้องกันการเกิดภาวะลำไส้อักเสบและลดความเสี่ยงของการแพ้นนมวัวในทารก สามารถปฏิบัติได้ดังนี้

  • ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อยหกเดือนติดต่อกัน เนื่องจากนมแม่มีภูมิคุ้มกันและจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ช่วยพัฒนาเยื่อบุลำไส้ให้แข็งแรง
  • ระมัดระวังเรื่องความสะอาดในการเตรียมอาหารและนม ล้างมือก่อนสัมผัสทารกทุกครั้งเพื่อป้องกันการติดเชื้อทางเดินอาหาร
  • หลีกเลี่ยงการป้อนอาหารเสริมก่อนวัยอันควร (แนะนำให้เริ่มอาหารตามวัยเมื่ออายุครบหกเดือน)
  • สังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิดเมื่อเริ่มให้อาหารชนิดใหม่ทีละอย่าง เพื่อคัด องการแพ้อาหาร

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

ขั้นตอนปฏิบัติที่ผู้ปกครองสามารถนำไปใช้ได้ทันทีกรณีพบทารกถ่ายเป็นมูกเลือด มีดังนี้

  • เก็บตัวอย่างอุจจาระหรือบันทึกภาพลักษณะอุจจาระและปริมาณเลือดที่พบเพื่อให้แพทย์ประเมิน
  • งดการให้ยาหยุดถ่ายหรือยาปฏิชีวนะใดๆ เองโดยเด็ดขาด
  • รีบพาไปพบกุมารแพทย์หรือแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินอาหารเด็กทันที
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องอาหารและยาของแพทย์อย่างเคร่งครัด และมาติดตามอาการนัดหมายตามกำหนด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down