ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกตัวร้อนจัดไข้ไม่ยอมลด ความกังวลใจสูงสุดของคนเป็นพ่อแม่

อาการไข้สูงในเด็กเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนที่ร่างกายกำลังต่อสู้กับการติดเชื้อ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกตัวร้อนจัดแต่ไข้ไม่ยอมลดลงแม้จะเช็ดตัวหรือกินยาแล้วก็ตาม ความวิตกกังวลของพ่อแม่จะพุ่งสูงขึ้นทันที ภาวะนี้ไม่เพียงแต่สร้างความทรมานให้กับเด็กน้อย แต่ยังเป็นชนวนเหตุสำคัญของภาวะชักจากไข้สูง (Febrile Seizure) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางกุมารเวชศาสตร์ที่สร้างความตกใจให้กับผู้ดูแลเป็นอย่างมาก ในฐานะกุมารแพทย์ การทำความเข้าใจถึงกลไกของไข้ อาการเตือนที่ต้องเฝ้าระวัง และวิธีรับมือที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ จะช่วยชีวิตและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้อย่างทันท่วงที

กลไกการเกิดไข้และสาเหตุที่ทำให้ไข้ลด

ไข้ (Fever) ไม่ใช่โรค แต่เป็นกลไกการตอบสนองตามธรรมชาติของระบบภูมิคุ้มกัน เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ระบบส่วนกลางของสมองที่ทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิจะปรับตั้งอุณหภูมิร่างกายให้สูงขึ้น เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ไวรัสและแบคทีเรียส่วนใหญ่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดไข้สูงในเด็ก เช่น เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ เชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) หรือการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน ในเด็กเล็กอุณหภูมิร่างกายสามารถพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในสมองยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้เมื่อตัวร้อนจัดแต่ยาลดไข้หรือการเช็ดตัวไม่ได้ผล พ่อแม่มักตื่นตระหนกและกังวลว่าสมองของลูกจะถูกทำความร้อนทำลาย ซึ่งในความเป็นจริงไข้จากโรคติดเชื้อทั่วไปจะไม่ทำให้สมองเสียหาย ยกเว้นไข้ที่เกิดจากการติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ

ภาวะชักจากไข้สูง ความจริงที่พ่อแม่ต้องทำความเข้าใจ

ภาวะชักจากไข้สูง (Febrile Seizure) มักเกิดขึ้นในเด็กอายุตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี โดยมีปัจจัยด้านพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง อาการชักมักเกิดขึ้นในช่วงที่อุณหภูมิร่างกายพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาอันสั้น มากกว่าที่จะขึ้นอยู่กับตัวเลขความสูงของอุณหภูมิเพียงอย่างเดียว ลักษณะอาการที่พบได้คือเด็กจะมีเกร็งกระตุกทั้งตัว ตาเหลือก หมดสติไปชั่วขณะ และมักมีอาการกินเวลาสั้นๆ น้อยกว่าห้าสิบนาที หลังจากนั้นเด็กจะค่อยๆ ฟื้นคืนสติแต่อาจมีอาการสะลึมสะรือร่วมด้วย แม้ว่าภาพเหตุการณ์เด็กชักจะน่ากลัวสำหรับพ่อแม่ แต่ในทางการแพทย์ภาวะชักจากไข้สูงแบบธรรมดานี้มักไม่ทิ้งความผิดปกติทางสมองระยะยาวและไม่พัฒนาไปเป็นโรคปะก์หรือโรคลมชักเสมอไป แต่อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยแยกโรคอันตรายอื่นๆ เช่น โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ออกไปก่อน

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้วิธีฝังเข็มพื้นบ้าน งัดปากเด็ก ห้ามใช้วัตถุใดๆ ยัดใส่ปากเด็กขณะกำลังชักเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ฟันหัก แผลในช่องปาก หรือเกิดการสำลักสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ทางเดินหายใจ ปลอดภัยที่สุดคือการจัดให้เด็กนอนตะแคงเพื่อป้องกันการสำลักเสมหะหรืออาเจียน

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาไปโรงพยาบาลทันที

เมื่อลูกมีไข้สูงร่วมกับอาการอื่นๆ พ่อแม่ต้องสังเกตและประเมินความรุนแรงของอาการอย่างใกล้ชิด หากพบอาการเหล่านี้ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

  • ไข้สูงเกินสามสิบเก้าองศาเซลเซียส และไม่ตอบสนองต่อยาลดไข้หรือการเช็ดตัว นานติดต่อกันเกินสามวัน
  • มีอาการชักเกร็ง แม้จะเป็นเพียงครั้งแรกหรือใช้เวลาไม่นานก็ตาม
  • เด็กซึมลงมาก ปลุกตื่นยาก ไม่สบตา หรือร้องกวนงอแงผิดปกติไม่ยอมหยุด
  • มีภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ปากแห้งแห้ง แรริมฝีปากแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะน้อยลงมากหรือไม่มีปัสสาวะเลยนานเกินหกถึงแปดชั่วโมง
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม หรือมีเสียงหายใจผิดปกติ
  • มีผื่นขึ้นตามตัวโดยเฉพาะผื่นจุดเลือดออกที่ไม่จางหายเมื่อกดทับ

วิธีรับมือฉุกเฉินเมื่อลูกชักจากไข้สูงที่บ้าน

หากเกิดเหตุการณ์ลูกชักจากไข้สูงขึ้นที่บ้าน พ่อแม่ต้องตั้งสติและปฏิบัติอย่างเป็นขั้นตอนดังนี้

  • ตั้งสติและบันทึกเวลาที่เริ่มชักและระยะเวลาในการชัก เพื่อแจ้งให้แพทย์ทราบ
  • จัดท่าให้เด็กนอนราบตะแคงข้างใดข้างหนึ่ง เพื่อเปิด างเดินหายใจให้โล่ง ป้องกันน้ำลายหรืออาเจียนไหลย้อนเข้าหลอดลม
  • ห้ามนำสิ่งของ ช้อน นิ้วมือ หรือยาใดๆ ยัดใส่ปากเด็กเด็ดขาดในขณะที่กำลังชัก
  • คลายเสื้อผ้าให้หลวมเพื่อให้ระบายความร้อนได้ดีและหายใจสะดวกขึ้น
  • ห้ามบังคับหรือล็อกตัวเด็กขณะกำลังชัก ปล่อยให้การชักดำเนินไปตามธรรมชาติ
  • เมื่อเด็กหยุดชักและเริ่มรู้สึกตัว ให้เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่นและรีบนำส่งโรงพยาบาลฉุกเฉินทันที
คำแนะนำจากคุณหมอ: การใช้ยาลดไข้พาราเซตามอลควรคำนวณตามน้ำหนักตัวเด็กที่ถูกต้อง คือหนึ่งถึงสิบห้ามิลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมง และห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กเด็ดขาดเนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์และภาวะตับวายรุนแรง

วิธีตรวจวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล กุมารแพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียด ประเมินสัญญาณชีพ และตรวจร่างกายเพื่อหาแหล่งของการติดเชื้อ หากเด็กมีอาการชัก แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจเลือดเพื่อหาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด การตรวจปัสสาวะ หรือในบางกรณีที่มีความเสี่ยงสูงของการติดเชื้อในระบบประสาท แพทย์อาจจำเป็นต้องเจาะน้ำไขสันหลังเพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ การรักษาหลักคือการรักษาที่ต้นเหตุของการติดเชื้อ ควบคู่กับการให้ยาลดไข้และการควบคุมอุณหภูมิร่างกายให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย รวมถึงการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำหากเด็กมีภาวะขาดน้ำจากการอาเจียนหรือปฏิเสธการดื่มน้ำ

การดูแลรักษาพยาบาลและการปฏิบัติตัวที่บ้านอย่างถูกต้อง

การเช็ดตัวลดไข้ควรใช้น้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งเด็ดขาด เพราะจะทำให้เส้นเลือดหดตัว ความร้อนระบายออกไม่ได้ และอาจทำให้เด็กหนาวสั่นมากขึ้น การเช็ดควรเช็ดลูบย้อนรูขุมขน เน้นบริเวณซอกพับ เช่น รักแร้ ขาหนีบ และหน้าผาก เพื่อช่วยระบายความร้อน นอกจากนี้ควรให้เด็กดื่มน้ำเกลือแร่หรือนมในปริมาณที่เหมาะสมทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ และสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อบางเบา ระบายอากาศได้ดี อยู่ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก

การป้องกันการเกิดไข้สูงซ้ำและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

เนื่องจากเด็กที่มีประวัติเคยชักจากไข้สูงมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีกในอนาคตเมื่อมีไข้สูง พ่อแม่จึงควรเตรียมตัวรับมือด้วยการมียาลดไข้ติดบ้าน ติดตามการวัดอุณหภูมิสม่ำเสมอเมื่อเด็กเริ่มมีอาการป่วยเบื้องต้น และรีบให้ยาลดไข้ทันทีที่อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับลูกน้อยทำได้โดยการให้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วน พักผ่อนให้เพียงพอ และเข้ารับวัคซีนป้องกันโรคตามกำหนดของกระทรวงสาธารณสุขและวัคซีนเสริมเพื่อป้องกันเชื้อโรคเฉพาะทาง เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปีและวัคซีนไอพีดี

คำแนะนำจากคุณหมอ: พ่อแม่ควรปรึกษากุมารแพทย์ประจำตัวของเด็ก เพื่อขอรับคำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการใช้ยาลดไข้ฉุกเฉินและการสังเกตอาการชักจากไข้ซ้ำอย่างใกล้ชิด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down