ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

สถานการณ์น้ำท่วมหน้าฝนกับวิกฤตสุขภาพดวงตาของเด็กนักเรียนในจังหวัดตรัง

ในช่วงฤดูฝนที่มีน้ำท่วมขังในพื้นที่จังหวัดตรัง มักมาพร้อมกับปัญหาด้านสุขาภิบาลและโรคระบาดที่มักเกิดขึ้นในกลุ่มเด็กนักเรียน โรงเรียนและศูนย์เด็กเล็กมักเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อโรคได้อย่างรวดเนื่องจากลักษณะการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างใกล้ชิด หนึ่งในโรคที่พบบ่อยและสร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่และคุณครูมากที่สุดคือ โรคตาแดง (Conjunctivitis) ซึ่งหากได้รับการดูแลที่ไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนทางกระจกตาที่เป็นอันตรายได้ การมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์จึงเป็นกุศลสำคัญในการปกป้องดวงตาของเด็กๆ ให้ปลอดภัยจากวิกฤตการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคตาแดงและเยื่อบุตาอักเสบในช่วงน้ำท่วม

โรคตาแดงที่ระบาดในช่วงน้ำท่วมขังมักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส (Viral Conjunctivitis) หรือเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Conjunctivitis) โดยมีสาเหตุหลักมาจากน้ำสกปรกที่มีสิ่งปฏิกูล เชื้อโรค ดินโคลน หรือน้ำฝนที่ไม่สะอาดกระเด็นเข้าตา หรือจากการที่เด็กๆ ใช้มือที่ไม่สะอาดซึ่งสัมผัสกับสิ่งสกปรกในพื้นที่น้ำท่วมมาขยี้ตา เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุส่วนใหญ่ในกลุ่มระบาดวิทยา ได้แก่ อะดีโนไวรัส (Adenovirus) ซึ่งมีความสามารถในการติดต่อสูงมากผ่านทางการสัมผัสสารคัดหลั่ง น้ำตา หรือสิ่งของเครื่องใช้ร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ของเล่น หรือโต๊ะเรียนในห้องเรียน

อาการสำคัญและระยะเวลาการดำเนินของโรคตาแดง

อาการของโรคตาแดงมักจะปรากฏขึ้นหลังจากการได้รับเชื้อประมาณหนึ่งถึงสามวัน โดยมีลำดับอาการและระยะเวลาการดำเนินโรคที่ผู้ปกครองควรสังเกตอย่างใกล้ชิด ดังนี้

  • ระยะเริ่มต้น: เด็กจะมีอาการระคายเคืองตา เหมือนมีฝุ่นอยู่ในตา รู้สึกแสบตา น้ำตาไหลมาก และตาดำหรือตาขาวเริ่มมีสีแดงเรื่อๆ
  • ระยะลุกลามและอาการเด่นชัด: ตาจะแดงจัดบวมอย่างเห็นได้ชัด หนังตาบวม มีขี้ตามากผิดปกติ โดยหากเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียจะมีขี้ตาสีเหลืองข้นเขียวจนทำให้ลืมตาไม่ขึ้นในตอนเช้า แต่หากเป็นการติดเชื้อไวรัสจะมีขี้ตาใสหรือเป็นเมือกขาว ร่วมกับอาจมีต่อมน้ำเหลืองหน้ากกหูโต เจ็บคอ หรือมีไข้ต่ำร่วมด้วย
  • ระยะฟื้นตัว: อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายเป็นปกติภายในเจ็ดถึงสิบสี่วัน หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่กระจกตา
คำแนะนำจากคุณหมอ: ในช่วงที่มีการระบาดของโรคตาแดงในโรงเรียน หากเด็กเริ่มมีอาการตาแดงเพียงข้างเดียว ควรแยกเด็กออกจากเพื่อนทันทีเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ เพราะโรคนี้ติดต่อกันง่ายมากจากการสัมผัสเพียงเล็กน้อย

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาไปพบจักษุแพทย์หรือกุมารแพทย์ทันที

แม้โรคตาแดงส่วนใหญ่จะสามารถหายได้เองโดยการรักษาตามอาการ แต่มีสัญญาณเตือนบางประการที่จัดเป็นภาวะเร่งด่วนทางการแพทย์ ซึ่งผู้ปกครองต้องพาบุตรหลานไปพบแพทย์โดยเร็ว ได้แก่

  • อาการปวดตาอย่างรุนแรง หรือเด็กไม่ยอมลืมตาเลย
  • ตามัวลง มองเห็นภาพไม่ชัดเจน หรือสู้แสงสว่างไม่ได้
  • มีตุ่มหนองหรือแผลที่กระจกตาดำ
  • เปลือกตาบวมแดงมากร่วมกับมีไข้สูง หรือเด็กมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาพบแพทย์ แพทย์จะทำการวินิจฉัยโดยการซักประวัติการสัมผัสน้ำท่วมหรือประวัติการสัมผัสผู้ป่วยโรคตาแดงร่วมด้วย พร้อมทั้งทำการตรวจร่างกายทางจักษุวิทยาด้วยเครื่องมือขยายภาพตรวจตา (Slit Lamp) เพื่อประเมินระดับความรุนแรงของการอักเสบของเยื่อบุตา ตรวจดูว่ามีการติดเชื้อที่กระจกตา (Keratitis) ร่วมด้วยหรือไม่ หรือต้องส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมในกรณีที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรงเพื่อเพาะเชื้อและเลือกยาปฏิชีวนะที่ตรงกับชนิดของเชื้อโรค

วิธีดูแลรักษาและการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคตาแดงต้องทำอย่างระมัดระวังและถูกวิธีเพื่อป้องกันการลุกลามและการแพร่เชื้อ โดยมีแนวทางปฏิบัติที่สำคัญ ดังนี้

  • การใช้ยาตามคำสั่งแพทย์: หากเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย แพทย์จะจ่ายยาหยอดตาหรือป้ายตาปฏิชีวนะ ซึ่งต้องใช้อย่างเคร่งครัดจนครบกำหนด ห้ามหยุดยาเองแม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้ว ส่วนการติดเชื้อไวรัสไม่มีหายยาฆ่าเชื้อเฉพาะ จะเป็นการรักษาตามอาการ เช่น การใช้น้ำตาเทียมเพื่อลดความระคายเคืองและการประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม
  • การประคบตา: หากมีอาการบวมแดงมาก สามารถใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเย็นประคบบริเวณเปลือกตาครั้งละสิบถึงสิบห้านาที วันละหลายๆ ครั้ง
  • การรักษาความสะอาด: ใช้สำลีสะอาดชุบน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว เช็ดทำความสะอาดรอบดวงตาดึงขี้ตาออกเบาๆ จากหัวตาไปหางตา และห้ามใช้สำลีแผ่นเดิมเช็ดตาทั้งสองข้างเพื่อป้องกันการติดเชื้อข้ามข้าง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาหยอดตาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ (Steroid) มาหยอดตาเองเด็ดขาด เนื่องจากยาสเตียรอยด์อาจทำให้แผลที่กระจกตาลุกลามรุนแรง ติดเชื้อราซ้ำซ้อน และอาจสูญเสียการมองเห็นถาวรได้ ต้องอยู่ภายใต้การดูแลและสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น

สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในช่วงที่เป็นโรคตาแดง

เพื่อป้องกันไม่ให้อาการแย่ลงและป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น มีข้อห้ามสำคัญที่เด็กและผู้ปกครองควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ได้แก่

  • ห้ามขยี้ตาเด็ดขาด เพราะจะทำให้เยื่อบุตาอักเสบมากขึ้นและเสี่ยงต่อการเกิดแผลที่กระจกตา
  • ห้ามใช้ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว หมอน หรือเครื่องนอนร่วมกับผู้อื่นในบ้านหรือที่โรงเรียน
  • ห้ามใส่คอนแทคเลนส์เด็ดขาดจนกว่าจะหายขาดจากโรคตาแดงและแพทย์อนุญาต
  • ห้ามเด็กไปโรงเรียนหรือสถานที่แออัดในช่วงที่ยังมีอาการระบาด เพื่อตัดวงจรการแพร่กระจายเชื้อโรค

วิธีป้องกันโรคตาแดงและการเสริมสร้างสุขอนามัยในเด็กนักเรียน

การป้องกันการติดเชื้อโรคตาแดงในช่วงหน้าฝนและน้ำท่วม สามารถทำได้โดยการปลูกฝังสุขอนามัยที่ดีให้กับเด็กนักเรียน ดังนี้

  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาดบ่อยๆ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสสิ่งของในพื้นที่สาธารณะหรือหลังลุยน้ำท่วม
  • หลีกเลี่ยงการเอามือมาสัมผัสใบหน้าและขยี้ตา
  • หากต้องเดินลุยน้ำท่วม ควรใส่รองเท้าบูทกันน้ำ และรีบทำความสะอาดร่างกายและเท้าทันทีเมื่อถึงบ้าน
  • คุณครูและโรงเรียนควรทำความสะอาดโต๊ะเรียน เก้าอี้ ลูกบิดประตู และของเล่นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเป็นประจำในช่วงที่มีการระบาด
คำแนะนำจากคุณหมอ: การสร้างวินัยในการล้างมือให้ถูกต้องและสม่ำเสมอในเด็กนักเรียน เป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันโรคติดต่อทางสัมผัสทุกชนิด รวมถึงโรคตาแดงในช่วงหน้าฝนนี้

สรุปแนวปฏิบัติสำหรับผู้ปกครองและคุณครูในการรับมือโรคตาแดง

โรคตาแดงในช่วงน้ำท่วมหน้าฝนเป็นภัยสุขภาพที่ใกล้ตัวเด็กนักเรียนในจังหวัดตรัง แต่สามารถป้องกันและรักษาให้หายขาดได้ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง ผู้ปกครองและคุณครูควรสังเกตอาการของเด็กอย่างใกล้ชิด หากพบเด็กมีอาการตาแดง เคืองตา หรือมีขี้ตามาก ควรให้หยุดเรียนทันที แยกของใช้ส่วนตัว และพาไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาด้วยยาที่ถูกต้อง หลีกเลี่ยงการใช้ยาหยอดตาเองโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์ เพื่อปกป้องดวงตาคู่สวยของเด็กๆ ให้มีสุขภาพดีและปลอดภัยตลอดฤดูน้ำท่วมนี้

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down