ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หน้าฝนในตรัง กับวิกฤตโรคมือเท้าปากระบาดที่พ่อแม่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ช่วงฤดูฝนของจังหวัดตรังมักมาพร้อมกับความชื้นในอากาศและสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กและทารก ซึ่งเป็นวัยที่ระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก และสถานที่แออัดกลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อชั้นดี โรคมือเท้าปาก (Hand, Foot and Mouth Disease) จึงเป็นภัยเงียบที่สร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ชาวตรังเป็นอย่างมาก การทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้อย่างลึกซึ้งตั้งแต่สาเหตุ อาการ การสังเกตสัญญาณอันตราย ไปจนถึงวิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในการปกป้องลูกรักให้ปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคมือเท้าปากที่ควรรู้

โรคมือเท้าปากเกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโรไวรัส (Enteroviruses) โดยสายพันธุ์ที่พบบ่อยและมักทำให้เกิดการระบาดรุนแรงคือ ค็อกซากีไวรัส เอ 16 (Coxsackie virus A16) และเอนเทอโรไวรัส 71 (Enterovirus 71 หรือ EV71) ซึ่งสายพันธุ์หลังนี้มีความน่ากลัวเป็นพิเศษเนื่องจากมักเกี่ยวข้องกับภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทที่รุนแรง

เชื้อไวรัสเหล่านี้ติดต่อกันได้ง่ายมากผ่านทางระบบทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ โดยมีกลไกการแพร่กระจายผ่าน:

  • การสัมผัสโดยตรงกับน้ำมูก น้ำลาย สาร secretions จากลำคอ หรือน้ำจากตุ่มพองและแผลของผู้ติดเชื้อ
  • การสัมผัสอุจจาระของผู้ป่วยที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่
  • การใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น ของเล่น จาน ช้อน ชาม แก้วน้ำ หรือผ้าเช็ดตัว
  • ละอองฝอยจากการไอหรือจามที่ลอยอยู่ในอากาศ

เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านทางปากหรือทางเดินหายใจ เชื้อจะไปเพิ่มจำนวนที่บริเวณลำคอและต่อมน้ำเหลือง ก่อนจะกระจายตัวเข้าสู่กระแสเลือดและเดินทางไปยังผิวหนังและเยื่อบุช่องปาก ทำให้เกิดเป็นตุ่มน้ำใสและแผลอักเสบตามอวัยวะต่างๆ

ลำดับอาการและการดำเนินโรคตามช่วงเวลา

การสังเกตอาการของโรคมือเท้าปากสามารถแบ่งออกเป็นระยะตามการดำเนินของโรค ดังนี้

  • ระยะไข้และเริ่มป่วย (วันที่ 1 ถึง 2): เด็กจะมีไข้ต่ำถึงไข้สูง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร เจ็บคอ กลืนน้ำลายลำบาก เนื่องจากมีแผลในปาก
  • ระยะแสดงอาการเด่นชัด (วันที่ 2 ถึง 7): จะเริ่มมีตุ่มน้ำใสเกิดขึ้นที่บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และบางครั้งอาจพบที่บริเวณก้น หัวเข่า หรือข้อศอกร่วมด้วย ในช่องปากจะพบแผลอักเสบที่มีขอบแดงรอบๆ บริเวณกระพุ้งแก้ม ลิ้น และเหงือก ทำให้เด็กงอแงมากเพราะเจ็บแผลในปาก
  • ระยะฟื้นตัว (สัปดาห์ที่ 2 เป็นต้นไป): ไข้จะเริ่มลดลง แผลในปากจะค่อยๆ สมานตัวหายไปเอง ตุ่มน้ำใสที่มือและเท้าจะแห้งและตกสะเก็ดโดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็น ในบางรายอาจพบอาการเล็บลอกหลังจากหายป่วยแล้ว 2 ถึง 4 สัปดาห์ ซึ่งเป็นกระบวนการปกติของร่างกาย
ข้อควรระวังทางการแพทย์: เด็กบางคนอาจไม่มีไข้สูงแต่มีแผลในปากเพียงอย่างเดียว ผู้ดูแลต้องสังเกตพฤติกรรมการกินและการกลืนของเด็กอย่างใกล้ชิดเสมอ

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที

โดยทั่วไปโรคมือเท้าปากเป็นโรคที่สามารถหายได้เองหากดูแลรักษาตามอาการ แต่หากเกิดจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ EV71 หรือมีอาการรุนแรง อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนทางสมองและหัวใจได้ คุณพ่อคุณแม่ต้องรีบพาลูกส่งโรงพยาบาลทันทีหากพบสัญญาณเตือนเหล่านี้:

  • ไข้สูงมากติดต่อกันนานเกิน 3 วัน และไข้ไม่ยอมลดลงแม้จะเช็ดตัวและทานยาลดไข้แล้ว
  • มีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ปลุกตื่นยาก หรือมีความรู้สึกตัวลดลง
  • สะดุ้งผวาแรง ผหวีด แขนขากระตุก หรือเดินเซ ขณะนอนหลับหรือตื่นนอน
  • อาเจียนพุ่งบ่อยครั้ง กินอาหารหรือดื่มน้ำไม่ได้เลย
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็วผิดปกติ หรือมีหน้าอกบุ๋มเวลาหายใจ
  • มีอาการของภาวะขาดน้ำ เช่น ปากแห้งมาก ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะน้อยลงหรือไม่มีปัสสาวะนานเกิน 6 ชั่วโมง
  • มีอาการชักเกร็ง

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

กุมารแพทย์จะทำการวินิจฉัยโรคมือเท้าปากเป็นหลักจากการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด โดยพิจารณาร่วมกับลักษณะของผื่น ตุ่มน้ำใส และแผลในช่องปากที่มีความจำเพาะต่อโรค ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจเลือดเพื่อดูระดับเม็ดเลือดขาวและการอักเสบ การตรวจสารคัดหลั่งทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาชนิดของเชื้อไวรัส หรือการเจาะน้ำไขสันหลังในกรณีที่สงสัยว่ามีภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องและการพยาบาลเด็กป่วยที่บ้าน

เนื่องจากโรคมือเท้าปากเกิดจากเชื้อไวรัส จึงยังไม่มีการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเฉพาะเจาะจง การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการและการประคับประคองเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้เองตามธรรมชาติ

  • การจัดการไข้และอาการปวด: ให้ยาลดไข้พาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำโดยคำนวณตามน้ำหนักตัวเด็กอย่างเคร่งครัด
  • การดูแลแผลในปาก: ให้เด็กทานอาหารอ่อนที่มีรสจืด เย็น หรืออยู่ในอุณหภูมิห้อง เช่น โจ๊กเย็น ซุปแช่เย็น ไอศกรีมรสจืด หรือนมเย็น เพื่อช่วยลดความเจ็บปวดขณะกลืนอาหาร
  • การป้องกันภาวะขาดน้ำ: ให้เด็กจิบน้ำบ่อยๆ หรือดื่มเกลือแร่ (ORS) ในปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้ง หากเป็นทารกควรให้ดูดนมแม่หรือนมผสมตามปกติเพื่อความชุ่มชื้นของร่างกาย
  • การเช็ดตัวลดไข้: ควรใช้น้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องในการเช็ดตัวเพื่อระบายความร้อน ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งเด็ดขาด
คำแนะนำจากคุณหมอ: ในช่วงที่เด็กเจ็บปากจากแผลในคอ เด็กอาจปฏิเสธอาหารและน้ำ สิ่งสำคัญคือการป้องกันภาวะขาดน้ำ หากเด็กไม่ยอมดื่มน้ำเลยและซึมลง ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในการดูแลเด็กป่วย

ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในการดูแลเด็กป่วยอาจนำอันตรายมาสู่ชีวิตเด็กได้ ผู้ดูแลควรปฏิบัติตามข้อควรระวังเหล่านี้อย่างเคร่งครัด:

  • ห้ามให้ยาแอสไพริน (Aspirin) หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) เด็ดขาด: การใช้ยาแอสไพรินในเด็กที่ป่วยเป็นโรคติดเชื้อไวรัสอาจเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ (Reye syndrome) ซึ่งเป็นภาวะสมองและตับอักเสบรุนแรงถึงชีวิต ส่วนไอบูโพรเฟนอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดเลือดออกในทางเดินอาหารหรือทำให้โรคไตแย่ลงในกรณีที่เด็กมีภาวะขาดน้ำ
  • ขนาดยาพาราเซตามอลที่ถูกต้อง: การให้ยาลดไข้พาราเซตามอลต้องคำนวณตามน้ำหนักตัวเด็ก คือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเมื่อมีไข้ ห้ามให้ติดต่อกันเกินขนาดที่กำหนด
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ทานเอง: โรคมือเท้าปากเกิดจากไวรัส การทานยาปฏิชีวนะไม่มีผลรักษาโรคแต่อย่างใด และยังอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยา รวมถึงเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินอาหารของเด็กด้วย
  • ห้ามพาเด็กไปโรงเรียนหรือสถานที่ชุมชน: ต้องให้เด็กหยุดเรียนและกักตัวอยู่บ้านจนกว่าแผลและตุ่มน้ำจะแห้งสนิทและหายดี เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปยังเด็กคนอื่นในชุมชน

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดโรคมือเท้าปากสามารถทำได้โดยการเน้นย้ำสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด เนื่องจากยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปากครบทุกสายพันธุ์ในประเทศไทยในปัจจุบัน (วัคซีนที่มีในปัจจุบันป้องกันได้เฉพาะสายพันธุ์ EV71)

  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาดบ่อยๆ ก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ และหลังจากเปลี่ยนผ้าอ้อม
  • ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อของเล่นเด็ก เครื่องใช้ และพื้นผิวสัมผัสร่วมกันอย่างสม่ำเสมอด้วยน้ำยาทำความสะอาดทั่วไปหรือน้ำยาฟอกขาวเจือจาง
  • หลีกเลี่ยงการพาเด็กเล็กไปในสถานที่แออัด อากาศถ่ายเทไม่สะดวกในช่วงที่มีการระบาดของโรค
  • สอนให้เด็กล้างมือถูกวิธีและไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

เพื่อให้พ่อแม่สามารถรับมือกับโรคมือเท้าปากในช่วงหน้าฝนได้อย่างมั่นใจ นี่คือเช็กลิสต์ขั้นตอนปฏิบัติที่ควรทำทันที

  • หมั่นสังเกตอาการ: ตรวจดูไข้ ผื่นที่มือ เท้า และแผลในปากของเด็กทุกวันในช่วงที่มีการระบาด
  • จัดเตรียมอาหารอ่อนและเย็น: เตรียมอาหารที่กลืนง่าย ไม่ร้อนจัด เพื่อลดความเจ็บปวดจากแผลในปาก
  • ควบคุมการใช้ยาอย่างปลอดภัย: ใช้พาราเซตามอลตามน้ำหนักตัว ห้ามใช้แอสไพรินหรือไอบูโพรเฟน และงดจ่ายยาปฏิชีวนะเอง
  • เฝ้าระวังอาการเตือนภัย: หากมีไข้สูงเกิน 3 วัน ซึม ชัก สะดุ้งผวา หรือหายใจหอบ รีบพาไปโรงพยาบาลทันที
  • กักตัวและทำความสะอาด: ให้เด็กหยุดเรียนเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ พร้อมทำความสะอาดบ้านและของเล่นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down