ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ฝนตกหนักน้ำท่วมขังในตรัง โรคฉี่หนูภัยเงียบที่ต้องระวัง

สถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่จังหวัดตรัง สร้างความกังวลใจให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก นอกจากการระมัดระวังเรื่องอุบัติภัยจากกระแสน้ำและสัตว์มีพิษแล้ว อีกหนึ่งภัยสุขภาพที่แพทย์ให้ความสำคัญและมีความห่วงใยสูงสุดคือโรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อโรคฉี่หนู ซึ่งเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่มักพบการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในช่วงฤดูฝนและช่วงที่มีน้ำท่วมขัง การทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการเกิดโรค อาการแสดง และแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง จึงเป็นเกราะป้องกันชีวิตที่สำคัญสำหรับทุกคนในครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เกษตรกร ผู้ที่ต้องลุยน้ำย่ำโคลน หรือผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคฉี่หนู เชื้อร้ายมากับสายน้ำและโคลน

โรคฉี่หนูเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่าเลปโตสไปรา (Leptospira) ซึ่งเป็นเชื้อโรคที่อาศัยอยู่ในทางเดินปัสสาวะของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด โดยสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคหลักคือสัตว์ฟันแทะ เช่น หนูบ้าน หนูนา รวมถึงโค กระบือ สุนัข และสุกร เชื้อแบคทีเรียนี้จะถูกขับออกมากับปัสสาวะของสัตว์ที่ติดเชื้อ และปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำขัง พื้นที่ดินโคลน หรือทุ่งนา

กลไกการเข้าสู่ร่างกายของเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้มีความแนบเนียนและรวดเร็ว เชื้อสามารถไอน์หรือซึมผ่านเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้ผ่านทางผิวหนังที่มีรอยแผล รอยขีดข่วน แผลถลอก หรือแม้กระทั่งผิวหนังที่แช่อยู่ในน้ำเป็นระยะเวลานานจนเปื่อยยุ่ย นอกจากนี้เยื่อบุอ่อน เช่น เยื่อบุตา ช่องปาก หรือจมูก ก็เป็นช่องทางที่เชื้อสามารถเล็ดลอดเข้าสู่กระแสเลือดได้เช่นกัน เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะเดินทางเข้าสู่กระแสเลือดและกระจายตัวไปยังอวัยวะต่างๆ ส่งผลให้เกิดการอักเสบในระบบอวัยวะภายในอย่างรุนแรง

อาการสำคัญและระยะของโรคฉี่หนู สังเกตอย่างไรให้ทันท่วงที

ระยะฟักตัวของโรคฉี่หนูโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณสองถึงยี่สิบวัน แต่โดยเฉลี่ยแล้วมักจะเริ่มแสดงอาการภายในเจ็ดถึงสิบวันหลังจากการสัมผัสเชื้อ อาการของโรคแบ่งออกเป็นสองระยะที่สำคัญ ดังนี้

ระยะแรก (Leptospiremic Phase)

ในระยะนี้ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายกับไข้หวัดใหญ่หรือโรคไข้เลือดออก ทำให้หลายคนมักซื้อยารับประทานเองและมาพบแพทย์ล่าช้า อาการเด่นชัดประกอบด้วย

  • มีไข้สูงฉับพลัน ปวดศีรษะอย่างรุนแรง
  • หนสั่น อ่อนเพลียอย่างรุนแรง
  • ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณน่องและหลัง ซึ่งเป็นลักษณะจำเพาะของโรคนี้
  • ตาแดง มีภาวะเลือดคั่งที่เยื่อบุตา
  • เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน

ระยะที่สอง (Immune Phase)

หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาการจะดำเนินเข้าสู่ระยะที่สองซึ่งมีความรุนแรงมากขึ้น เชื้อจะเริ่มทำลายอวัยวะเป้าหมาย ได้แก่ ตับ ไต และเยื่อหุ้มสมอง อาการแสดงในระยะนี้ประกอบด้วย

  • ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน) เนื่องจากตับถูกทำลาย
  • ปัสสาวะน้อยลง ปัสสาวะมีสีเข้ม หรือมีเลือดปน ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะไตวายเฉียบพลัน
  • มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง ไอเป็นเลือด หรือมีเลือดออกในทางเดินอาหาร
  • ปวดท้องอย่างรุนแรง
  • ซึมลง สับสน หรือมีอาการทางระบบประสาทหากมีการอักเสบของเยื่อหุ้มสมอง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ผู้ป่วยโรคฉี่หนูในกลุ่มที่มีอาการรุนแรงหรือที่เรียกว่ากลุ่มซินโดรมเวลล์ (Weil Disease) จะมีภาวะไตวาย ตับวาย และเลือดออกในปอดร่วมด้วย ซึ่งหากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที อาจทำให้อัตราการเสียชีวิตสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นประวัติการสัมผัสน้ำท่วมขังจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวินิจฉัยโรค

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

ในสถานการณ์น้ำท่วมขัง หากบุคคลในครอบครัวมีประวัติลุยน้ำย่ำโคลนแล้วมีอาการไข้สูงร่วมกับอาการปวดกล้ามเนื้อน่องอย่างรุนแรง ห้ามรอให้ไข้ลดเองเด็ดขาด ควรนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีเมื่อพบสัญญาณอันตรายดังต่อไปนี้

  • ไข้สูงต่อเนื่องเกินสามวันและไม่มีทีท่าว่าจะลดลง
  • ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะมีสีโคคาโคล่า หรือปัสสาวะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง ผิวหนังซีดเซียวหรือมีจ้ำเลือดออก
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจลำบาก หรือไอมีเลือดปน
  • ซึมลง ปลุกตื่นยาก สับสน หรือกระสับกระส่าย
  • อาเจียนรุนแรงจนไม่สามารถรับประทานอาหารหรือน้ำได้

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการสงสัยโรคฉี่หนู แพทย์จะดำเนินการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดรอบคอบ เริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียดโดยเน้นประวัติการสัมผัสน้ำท่วมขัง อาชีพ และกิจกรรมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามด้วยการตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อประเมินภาวะตับโต ไตวาย และอาการแสดงทางผิวหนัง

สำหรับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ แพทย์จะสั่งตรวจเลือดเพื่อดูความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด การทำงานของไตและตับ (BUN, Creatinine, Liver Function Tests) และอาจมีการส่งตรวจทาง serology เช่น การตรวจหาแอนติบอดีจำเพาะต่อเชื้อเลปโตสไปรา หรือการตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อด้วยวิธี Polymerase Chain Reaction (PCR) ในรายที่มีอาการรุนแรง เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและให้การรักษาที่จำเพาะเจาะจงได้อย่างแม่นยำ

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคฉี่หนูขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค โดยแบ่งแนวทางออกเป็นหลักการสำคัญดังนี้

การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ

แพทย์จะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะที่ตรงกับเชื้อ เช่น ยากลุ่มเพนนิซิลลิน (Penicillin) ด็อกซีไซคลิน (Doxycycline) หรือเซฟไตรอะโซน (Ceftriaxone) ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและระยะเวลาที่เริ่มป่วย การได้รับยาปฏิชีวนะเร็วจะช่วยลดระยะเวลาและความรุนแรงของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเองเด็ดขาด

การรักษาตามอาการและการประคับประคอง

ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อน จะต้องรับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ การควบคุมสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย การฟอกไตในกรณีที่มีภาวะไตวายเฉียบพลัน รวมถึงการดูแลระบบหายใจอย่างใกล้ชิดในหอผู้ป่วยวิกฤต

คำแนะนำจากคุณหมอ: การดูแลรักษาที่บ้านสามารถทำได้เฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการเริ่มต้นและแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าอาการไม่รุนแรง โดยต้องรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งให้ครบถ้วน ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ และเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่น ร่วมกับการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากมีไข้สูงขึ้นหรือปัสสาวะน้อยลงต้องรีบกลับมาพบแพทย์ทันที

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ในช่วงที่เกิดน้ำท่วมขังและมีอาการไข้ ประชาชนมักมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและอาจปฏิบัติสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจส่งผลอันตรายถึงชีวิตได้ ข้อควรระวังที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดมีดังนี้

  • ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในการลดไข้เด็ดขาด เนื่องจากโรคฉี่หนูอาจทำให้มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำและเลือดออกง่าย การใช้ยาเหล่านี้จะไปเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารและอวัยวะภายในอย่างรุนแรง
  • การใช้ยาลดไข้ที่ปลอดภัยควรใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัว
  • ห้ามลุยน้ำท่วมขังด้วยเท้าเปล่าเด็ดขาด หากมีความจำเป็นต้องเดินลุยน้ำควรสวมรองเท้าบูทยางกันน้ำความสูงเหนือเข่า
  • ห้ามปล่อยให้แผลสัมผัสกับน้ำท่วมขัง หากมีแผลที่เท้าหรือขาควรปิดด้วยพลาสเตอร์กันน้ำให้สนิท

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันโรคฉี่หนูที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงการสัมผัสเชื้อโรค โดยมีแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยดังนี้

  • สวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เช่น รองเท้าบูทยาง ถุงมือยาง หากต้องทำงานในพื้นที่น้ำท่วมขังหรือทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลด
  • ล้างมือ ล้างเท้า และอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดทันทีหลังขึ้นจากน้ำหรือเสร็จสิ้นภารกิจ
  • กำจัดขยะมูลฝอยภายในบ้านและรอบบ้านไม่ให้เป็นแหล่งอาศัยของหนู และเก็บอาหารให้มิดชิดเพื่อป้องกันหนู
  • ดื่มน้ำสะอาดและรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ด้วยความร้อนอยู่เสมอ
กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล (Actionable Checklist)
  • สำรวจความเสี่ยง: ตรวจสอบว่าสมาชิกในครอบครัวมีประวัติการเดินลุยน้ำท่วมขัง ย่ำโคลน หรือมีแผลที่สัมผัสกับน้ำในรอบสองสัปดาห์ที่ผ่านมาหรือไม่
  • สังเกตอาการเตือน: เฝ้าระวังอาการไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อน่องอย่างรุนแรง และตาแดง
  • ห้ามซื้อยาอันตราย: งดการใช้ยาแอสไพรินและไอบูโพรเฟนเด็ดขาด หลีกเลี่ยงการซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเอง
  • รีบพบแพทย์ทันที: หากมีไข้สูงร่วมกับปัสสาวะน้อยลง ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือซึมลง ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน
  • ปฏิบัติสุขอนามัย: สวมรองเท้าบูททุกครั้งที่ต้องลุยน้ำและรีบทำความสะอาดร่างกายทันที
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down