ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

สถานการณ์วิกฤตโรคมือเท้าปากช่วงน้ำท่วมขังและความเสี่ยงที่พ่อแม่ต้องระวัง

สถานการณ์น้ำท่วมขังในปัจจุบันส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขอนามัยและสภาพแวดล้อม ทำให้เชื้อโรคหลายชนิดแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะโรคมือเท้าปาก (Hand Foot and Mouth Disease) ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม Enterovirus โดยเฉพาะสายพันธุ์ Enterovirus 71 หรือที่เรียกกันว่าอีวีเจ็ดสิบเอ็ด และ Coxsackievirus เชื้อเหล่านี้มักปนเปื้อนมากับน้ำที่ท่วมขัง อาหาร หรือสิ่งของเครื่องใช้ที่เด็กสัมผัส ในฐานะกุมารแพทย์พบว่าช่วงเวลาวิกฤตินี้มีอัตราการป่วยของเด็กเล็กและทารกเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ และเด็กมักเล่นน้ำหรือสัมผัสสิ่งสกปรกโดยไม่รู้ตัว

ความน่ากลัวของโรคมือเท้าปากในช่วงน้ำท่วมขังไม่ได้อยู่ที่ผื่นตามมือและเท้าเท่านั้น แต่ปัญหาใหญ่ที่ทำให้เด็กต้องนอนโรงพยาบาลคืออาการแผลในปากที่รุนแรงจนเด็กกลืนน้ำลายหรือทานอาหารไม่ได้ ส่งผลให้เกิดภาวะขาดน้ำอย่างรวดเร็ว หากผู้ปกครองสังเกตอาการไม่ทันและปล่อยให้เด็กขาดน้ำ อาจเกิดภาวะช็อก ไตวาย หรือมีภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทที่อันตรายถึงชีวิตได้

สาเหตุและกลไกการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในภาวะน้ำท่วม

โรคมือเท้าปากติดต่อจากการได้รับเชื้อไวรัสเข้าทางปากโดยตรง เชื้อจะปะปนมากับน้ำลาย น้ำมูก น้ำจากตุ่มพอง และอุจจาระของผู้ติดเชื้อ ในช่วงน้ำท่วมขัง เชื้อโรคจะถูกชะล้างและกระจายตัวอยู่ในน้ำรอบๆ บริเวณบ้าน ทำให้เด็กที่เดินลุยน้ำหรือสัมผัสสิ่งของที่ถูกน้ำท่วมมีความเสี่ยงสูงมากที่จะนำมือเข้าปากหรือสัมผัสใบหน้า เชื้อไวรัสจะเข้าสู่ร่างกายและเพิ่มจำนวนที่เยื่อบุลำคอและทางเดินอาหาร ก่อนจะกระจายเข้าสู่กระแสเลือดและเดินทางไปยังผิวหนังและเยื่อบุช่องปาก

กลุ่มเสี่ยงสูงสุดคือเด็กอายุต่ำกว่าห้าปี ทารกในศูนย์อพยพ หรือเด็กที่อาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังซึ่งยากต่อการรักษาความสะอาด อาการของโรคจะเริ่มแสดงออกหลังจากได้รับเชื้อประมาณสามถึงเจ็ดวัน โดยเด็กจะมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ตามมาด้วยอาการเจ็บปากและมีตุ่มน้ำใสหรือแผลหลุมบริเวณกระพุ้งแก้ม เหงือก และลิ้น

ลักษณะตุ่มแผลในปากและอาการเตือนความเสี่ยงภาวะขาดน้ำรุนแรง

อาการเจ็บปวดจากแผลในปากของโรคมือเท้าปากมีความรุนแรงมาก ลักษณะแผลมักจะเป็นแผลตื้นๆ ที่มีขอบแดงโดยรอบและกระจายอยู่ทั่วช่องปาก ทำให้เด็กทุกข์ทรมานทุกครั้งที่ต้องกลืนน้ำลาย ดื่มนม หรือทานอาหาร ลักษณะแผลที่บ่งบอกว่าลูกกำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายและต้องระวังภาวะขาดน้ำรุนแรงสังเกตได้จาก

  • เด็กปฏิเสธการดื่มนม น้ำ และอาหารทุกชนิดอย่างสิ้นเชิง แม้แต่ของเหลวที่ชอบ
  • มีอาการน้ำลายไหลย้อยตลอดเวลาเนื่องจากเจ็บคอมากจนไม่กล้ากลืนน้ำลายลงคอ
  • ร้องกวนต่อเนื่อง ปลอบยาก หรือซึมลงอย่างเห็นได้ชัด
  • ปัสสาวะน้อยลง ปัสสาวะมีสีเข้มจัด หรือผ้าอ้อมแห้งสนิทนานเกินกว่าหกถึงแปดชั่วโมง
  • ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปากแห้ง ผิวแห้งตึง และตาลึกโหล ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กมีแผลในปากร่วมกับอาการปฏิเสธการดื่มน้ำและปัสสาวะน้อยลง ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที เพราะหากปล่อยทิ้งไว้จนเกิดภาวะขาดน้ำรุนแรง เด็กอาจต้องได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำในโรงพยาบาลและอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนทางไตตามมา

สัญญาณอันตรายอื่นๆ (Red Flag Symptoms) ที่ต้องพาไปโรงพยาบาลด่วน

นอกจากภาวะขาดน้ำแล้ว โรคมือเท้าปากบางสายพันธุ์ เช่น Enterovirus 71 อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงทางสมองและระบบประสาท ผู้ปกครองต้องสังเกตสัญญาณอันตรายเหล่านี้อย่างใกล้ชิด

  • ไข้สูงลอยเกินสามสองถึงสามสององศาเซลเซียส หรือไข้ไม่ยอมลดแม้จะเช็ดตัวและทานยาลดไข้
  • มีอาการซึมมาก ปลุกตื่นยาก หรือตาลอย
  • สะดุ้งผวาอย่างรุนแรง ผวาซ้ำๆ แม้ในขณะที่ไม่ได้นอนหลับ หรือมีอาการกระตุกของกล้ามเนื้อ
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็วผิดปกติ หรือมีหน้าอกบุ๋มเวลาหายใจ
  • อาเจียนพุ่งบ่อยครั้ง เดินเซ ทรงตัวไม่ได้ หรือมีอาการชัก

วิธีตรวจวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล กุมารแพทย์จะทำการซักประวัติการสัมผัสโรคและประวัติในช่วงน้ำท่วมขัง พร้อมทั้งตรวจร่างกายอย่างละเอียดโดยเฉพาะภายในช่องปาก ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และบริเวณก้น ในกรณีที่มีอาการรุนแรงหรือสงสัยภาวะแทรกซ้อน แพทย์อาจพิจารณาตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม เช่น การตรวจเลือดเพื่อดูระดับการอักเสบ การตรวจปัสสาวะเพื่อประเมินภาวะขาดน้ำ หรือการเก็บตัวอย่างจากคอเพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสจำเพาะ

แนว การรักษาหลักของโรคมือเท้าปากเป็นการรักษาตามอาการ เนื่องจากยังไม่มีon ยาต้านไวรัสเฉพาะสำหรับโรคนี้ แพทย์จะประเมินความรุนแรงของภาวะขาดน้ำ หากเด็กไม่สามารถดื่มน้ำหรือทานอาหารได้เลย แพทย์จะรับตัวให้นอนโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ ให้สารอาหาร และเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนทางสมองอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้ยาลดไข้และยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ

คำแนะนำจากคุณหมอ: การให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำในโรงพยาบาลไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยชีวิตเด็กที่มีภาวะขาดน้ำรุนแรง ให้ร่างกายกลับมามีสมดุลและฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

วิธีดูแลรักษาและบรรเทาอาการเจ็บแผลในปากของลูกน้อยที่บ้าน

สำหรับเด็กที่มีอาการไม่รุนแรงและแพทย์อนุญาตให้กลับมาดูแลที่บ้านได้ การจัดการกับแผลในปากเพื่อให้ลูกยอมดื่มน้ำและทานอาหารเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ผู้ปกครองสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำทางการแพทย์ดังนี้

  • ให้อาหารที่มีลักษณะอ่อนนุ่ม เย็น หรือมีรสจืด เช่น โจ๊กเย็น ไอศกรีม โยเกิร์ต นมเย็น หรือซุปแช่เย็น อาหารเย็นจะช่วยลดอาการอักเสบและชาบริเวณแผลในปากชั่วคราวทำให้เด็กกลืนได้ง่ายขึ้น
  • งดอาหารรสจัด อาหารเผ็ด อาหารเปรี้ยวจัด หรืออาหารที่มีความร้อนสูง เพราะจะไปกระตุ้นให้แผลแสบและเจ็บมากขึ้น
  • กระตุ้นให้เด็กจิบน้ำหรือเกลือแร่ (ORS) ทีละน้อยแต่บ่อยครั้งตลอดทั้งวัน เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • ดูแลความสะอาดช่องปากด้วยการให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาดหลังมื้ออาหาร
  • ให้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามขนาดน้ำหนักตัวที่ถูกต้องเพื่อลดไข้และบรรเทาอาการปวดแผล

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในการดูแลเด็กป่วย

ในกระบวนการดูแลเด็กที่เป็นโรคมือเท้าปากช่วงน้ำท่วมขัง มีข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามทางการแพทย์ที่เคร่งครัดดังนี้

  • ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) หรือยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในการลดไข้เด็ดขาด เนื่องจากยาแอสไพรินอาจทำให้เกิดกลุ่มอาการเรย์ (Reye's syndrome) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต และยาไอบูโพรเฟนอาจเพิ่มความเสี่ยงในการระคายเคืองกระเพาะอาหารหรือทำให้เลือดออกง่ายในภาวะที่อาจยังไม่แน่ชัดว่าเป็นไข้เลือดออกหรือไม่
  • ขนาดยาพาราเซตามอลที่ถูกต้องสำหรับเด็กคือ 10-15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ให้กินทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเมื่อมีไข้หรือปวด และห้ามให้เกินขนาดที่แพทย์หรือเภสัชกรกำหนด
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย) มารับประทานเองเด็ดขาด เนื่องจากโรคมือเท้าปากเกิดจากเชื้อไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะจึงไม่มีผลในการรักษาโรค และอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาหรือผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย
  • ห้ามพาเด็กไปคลุกคลีกับเด็กอื่นในช่วงที่มีการระบาดเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ

วิธีป้องกันและการสร้างเสริมสุขอนามัยระยะยาวในช่วงวิกฤติน้ำท่วม

การป้องกันการติดโรคมือเท้าปากในช่วงน้ำท่วมขังต้องอาศัยมาตรการด้านสุขอนามัยที่เข้มงวด เนื่องจากยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปากสำหรับเชื้อทุกสายพันธุ์ในปัจจุบัน วิธีการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุดประกอบด้วย

  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาดบ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ และหลังจากสัมผัสสิ่งสกปรกหรือลุยน้ำท่วม
  • หลีกเลี่ยงการให้เด็กเดินลุยน้ำท่วมขังโดยไม่สวมรองเท้าบูทยาง หากสัมผัสน้ำท่วมขังต้องรีบทำความสะอาดร่างกายทันที
  • ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคของเล่น พื้นผิวสัมผัส และอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคสม่ำเสมอ
  • แยกภาชนะในการรับประทานอาหารและแก้วน้ำของเด็กออกจากสมาชิกคนอื่นในครอบครัว
  • หากพบเด็กป่วยในบ้านหรือในศูนย์พักพิง ควรแยกเด็กป่วยให้อยู่ในพื้นที่เฉพาะเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาด

สรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแลเด็กในสถานการณ์น้ำท่วม

โรคมือเท้าปากในช่วงน้ำท่วมขังเป็นภัยสุขภาพที่ต้องอาศัยความใส่ใจและการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดจากผู้ปกครอง หัวใจสำคัญคือการป้องกันไม่ให้เด็กเกิดภาวะขาดน้ำจากแผลในปากที่รุนแรงและการเฝ้าระวังอาการทางสมอง หากลูกน้อยมีไข้สูง ซึม ไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำ ปัสสาวะลดลง หรือมีอาการผิดปกติทางระบบประสาท ควรรีบพาไปพบกุมารแพทย์ที่โรงพยาบาลทันทีเพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down