ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

สถานการณ์วิกฤตโรคมือเท้าปากช่วงน้ำท่วมขังและความเสี่ยงในเด็กเล็ก

ช่วงเวลาที่เกิดอุทกภัยหรือน้ำท่วมขัง มักตามมาด้วยปัญหาสุขภาพมากมายที่สร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ หนึ่งในโรคติดเชื้อในเด็กที่พบบ่อยและมีความรุนแรงสูงในช่วงนี้คือ โรคมือเท้าปาก (Hand, Foot and Mouth Disease) ซึ่งเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วในสภาพแวดล้อมที่มีน้ำขัง ความอับชื้น และสถานที่ที่มีเด็กอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก เช่น ศูนย์พักพิงฉุกเฉิน โรงเรียน หรือสถานรับเลี้ยงเด็ก โรคนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่โรคผิวหนังทั่วไปที่มีไข้และตุ่มใส แต่ในกลุ่มเด็กเล็ก ทารก และเด็กที่มีโรคประจำตัว อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและดูแลรักษาอย่างทันท่วงที โดยเฉพาะปัญหาภาวะขาดน้ำจากการที่เด็กปฏิเสธการดื่มนมและอาหารเนื่องจากความเจ็บปวดจากแผลในปาก

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคในสภาวะน้ำท่วมขัง

โรคมือเท้าปากเกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่ม Enteroviruses โดยสายพันธุ์ที่พบบ่อยและมักทำให้เกิดอาการรุนแรง ได้แก่ Coxsackie A16 และ Enterovirus 71 (EV71) ซึ่งเชื้อไวรัสเหล่านี้มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมค่อนข้างสูง ในช่วงน้ำท่วมขัง ระบบสุขาภิบาลมักเสียหาย น้ำดื่มน้ำใช้ปนเปื้อนเชื้อโรค เชื้อไวรัสสามารถแพร่กระจายผ่านทางระบบทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ โดยติดต่อได้ง่ายผ่านการสัมผัสโดยตรงกับน้ำลาย น้ำมูก น้ำจากตุ่มใส หรืออุจจาระของผู้ติดเชื้อ รวมถึงการใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น ของเล่น ช้อนอาหาร แก้วน้ำ หรือผ้าเช็ดตัว เมื่อเด็กรับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย เชื้อจะฟักตัวประมาณสามถึงเจ็ดวัน ก่อนจะเข้าสู่กระแสเลือดและกระจายไปยังอวัยวะเป้าหมาย ได้แก่ ผิวหนัง เยื่อบุช่องปาก และระบบประสาทส่วนกลาง

อาการสำคัญและลำดับการดำเนินของโรค

การสังเกตอาการของโรคมือเท้าปากในช่วงเริ่มต้นจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถแยกแยะความผิดปกติและเตรียมรับมือได้อย่างถูกต้อง โดยอาการมักแบ่งเป็นระยะตามลำดับดังนี้

  • ระยะเริ่มต้น: เด็กจะมีไข้ต่ำถึงสูงปวดศีรษะ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย และมีอาการเจ็บคอหรือเจ็บปากนำมาก่อน
  • ระยะแสดงอาการเด่นชัด: หลังจากมีไข้ประมาณหนึ่งถึงสองวัน จะเริ่มพบตุ่มแผลอักเสบในปาก ซึ่งมักพบบริเวณเพดานปาก เหงือก และกระพุ้งแก้ม ต่อมาจะกลายเป็นแผลหลุมตื้นๆ ทำให้เด็กเจ็บมากจนกลืนน้ำลายไม่ได้ ตามด้วยการขึ้นของผื่นแดงหรือตุ่มน้ำใสขนาดเล็กที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และบริเวณก้น หรือหัวเข่า
  • ระยะฟื้นตัว: อาไข้จะค่อยๆ ลดลงภายในสามถึงเจ็ดวัน ตุ่มน้ำใสจะแห้งไปเอง และผิวหนังบริเวณที่เป็นตุ่มอาจมีอาการลอกได้โดยไม่ทิ้งแผลเป็น

ตุ่มแผลในปากแบบไหนที่อันตรายและเสี่ยงภาวะขาดน้ำรุนแรง

ความน่ากลัวที่สุดของโรคมือเท้าปากคือแผลในปากที่กระจายตัวเป็นวงกว้างและมีความเจ็บปวดสูง ทำให้เด็กไม่ยอมอ้าปาก ไม่ยอมกินข้าว ไม่ยอมดื่มน้ำ แม้แต่น้ำลายก็ไม่กลืนจนไหลย้อยออกมาตลอดเวลา (Drooling) ลักษณะแผลที่ถือว่าวิกฤตและเสี่ยงต่อการเกิดภาวะขาดน้ำรุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาล ได้แก่ แผลที่มีขนาดใหญ่ แผลรวมตัวกันหลายจุด หรือแผลที่ลามไปบริเวณคอหอยส่วนลึก เมื่อเด็กไม่ได้รับสารน้ำเพียงพอ จะทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะขาดน้ำอย่างรวดเร็ว สังเกตได้จากปัสสาวะมีสีเข้มจัดหรือไม่ออกเลยเป็นเวลาหลายชั่วโมง ปากแห้ง ตาโหล ร้องไห้ไม่มีน้ำตา และซึมลงอย่างเห็นได้ชัด

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ภาวะขาดน้ำในเด็กเล็กถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ หากปล่อยทิ้งไว้จะส่งผลให้ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ไตวายเฉียบพลัน และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การบังคับป้อนน้ำหรืออาหารอาจทำให้เด็กสำลัก ควรใช้วิธีการจิบน้ำเกลือแร่ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง หรือพิจารณาให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำในโรงพยาบาล

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

นอกจากภาวะขาดน้ำแล้ว การติดเชื้อไวรัส Enterovirus 71 (EV71) ยังอาจลุกลามไปยังระบบประสาทส่วนกลางและปอด ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตอาการเตือน (Red Flag Symptoms) เหล่านี้อย่างใกล้ชิด หากพบอาการเหล่านี้ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที

  • ไข้สูงลอยเกินสามวัน หรือไข้กลับมาสูงอีกครั้งหลังจากที่ลดลงไปแล้ว
  • อาการซึมลงอย่างผิดปกติ ปลุกตื่นยาก หรือมีอาการสะดุ้งผวา หงุดหงิดกระสับกระส่ายตลอดเวลา
  • อาเจียนพุ่งบ่อยครั้ง กินอะไรก็อาเจียนออกมาหมด
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็ว ปีกจมูกบาน หรือมีอาการอกบุ๋มเวลาหายใจ
  • แขนขาอ่อนแรง เดินเซ ชักเกร็ง หรือมีการกระตุกของกล้ามเนื้อโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ตัวลาย ตัวเย็น ชีพจรเต้นเร็ว ความดันโลหิตต่ำ ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะช็อก

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อเด็กมีอาการเข้าข่ายโรคมือเท้าปากและถูกพามาพบแพทย์ กุมารแพทย์จะดำเนินการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับอาการเริ่มต้น ระยะเวลาที่เป็น ประวัติการสัมผัสผู้ป่วยโรคเดียวกัน และสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ ตามด้วยการตรวจร่างกายโดยการตรวจดูช่องปาก คอหอย ผิวหนังบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และรอยโรคทั่วร่างกายอย่างละเอียด ในบางรายที่มีอาการรุนแรงหรือแพทย์ต้องการยืนยันสายพันธุ์ของไวรัสเพื่อเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนทางสมอง อาจมีการส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น การทำป้ายเก็บสิ่งส่งตรวจจากลำคอ (Throat Swab) หรืออุจจาระเพื่อตรวจหาเชื้อไวรัส การเจาะเลือดเพื่อดูระดับการอักเสบ และการเอกซเรย์ปอดหรือตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองในกรณีที่มีอาการทางระบบประสาท

วิธีดูแลรักษาและการจัดการอาการที่บ้านอย่างถูกต้อง

โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส ดังนั้นจึงไม่มีการใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อในการรักษาหลัก แต่เป็นการรักษาตามอาการและการประคับประคองเพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาจัดการกับเชื้อโรคด้วยตัวเอง

  • การลดไข้และบรรเทาปวด: ให้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามขนาดและน้ำหนักตัวที่ถูกต้องอย่างเคร่งครัด
  • การจัดการอาการเจ็บปาก: เน้นให้อาหารที่มีลักษณะอ่อนนุ่ม เย็น หรือเหลว เช่น ไอศกรีม โยเกิร์ต นมแช่เย็น น้ำซุปอุ่นๆ หรือโจ๊กเหลวอุณหภูมิห้อง เพื่อช่วยลดอาการแสบร้อนและกลืนง่ายขึ้น หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เปรี้ยวจัด หรือเค็มจัดที่อาจไปกระตุ้นแผลให้เจ็บมากขึ้น
  • การชดเชยสารน้ำ: ให้เด็กจิบน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือแร่สำหรับเด็ก (ORS) ทีละน้อยแต่บ่อยครั้งเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
คำแนะนำจากคุณหมอ: การดูแลเด็กที่เป็นโรคมือเท้าปากต้องอาศัยความใจเย็นและใส่ใจเป็นพิเศษ การบังคับให้เด็กกินอาหารอาจทำให้เด็กกลัวและต่อต้าน การเลือกให้อาหารเย็นๆ เช่น ไอศกรีมหรือนมแช่เย็น นอกจากจะช่วยให้พลังงานแล้ว ความเย็นยังช่วยชาบริเวณแผลในปากทำให้เด็กยอมกลืนได้ง่ายขึ้น

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ในการดูแลเด็กป่วย มีข้อควรปฏิบัติทางการแพทย์ที่สำคัญมากซึ่งผู้ปกครองต้องจำให้ขึ้นใจเพื่อความปลอดภัยของเด็ก

  • ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) หรือยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในการลดไข้เด็ดขาด เนื่องจากยาแอสไพรินในเด็กที่ติดเชื้อไวรัสอาจเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ (Reye's Syndrome) ซึ่งรุนแรงถึงขั้นตับวายและเสียชีวิต ส่วนไอบูโพรเฟนอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกในทางเดินอาหารหรือมีผลต่อการทำงานของไตในภาวะที่ร่างกายขาดน้ำ
  • การคำนวณขนาดยาพาราเซตามอล: ต้องให้ในขนาด 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเมื่อมีไข้เท่านั้น และห้ามให้เกินขนาดที่แพทย์หรือเภสัชกรกำหนด
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย) มาให้เด็กกินเอง เพราะโรคมือเท้าปากเกิดจากไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะไม่มีผลรักษาโรคและอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในสถานการณ์น้ำท่วม

การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคมือเท้าปากในช่วงน้ำท่วมขังต้องอาศัยมาตรการด้านสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด เนื่องจากเชื้อมีความคงทนในสิ่งแวดล้อมสูง

  • ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ: สอนเด็กและผู้ดูแลให้ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดนานอย่างน้อย 20 วินาที ก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ และทุกครั้งที่สัมผัสสิ่งสกปรก
  • ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อสิ่งแวดล้อม: ทำความสะอาดของเล่น ของใช้ และพื้นผิวสัมผัสบ่อยๆ ด้วยน้ำยาฟอกขาวเจือจางหรือน้ำยาฆ่าเชื้อที่ได้มาตรฐาน
  • หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วย: แยกเด็กที่ป่วยออกจากเด็กปกติอย่างน้อย 7 วัน หรือจนกว่าแผลจะหายสนิทและไม่มีไข้ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อในโรงเรียนหรือศูนย์พักพิง
  • จัดการน้ำดื่มและอาหารที่ปลอดภัย: ในช่วงน้ำท่วมต้องดื่มน้ำต้มสุกและรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ เสมอ
กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล:
1. สังเกตอาการไข้และตุ่มแผลในปากอย่างใกล้ชิดตั้งแต่เริ่มแรก
2. ป้องกันภาวะขาดน้ำด้วยการให้จิบน้ำ นมเย็น หรือเกลือแร่บ่อยๆ เลือกอาหารอ่อนและเย็นเพื่อลดความเจ็บปวด
3. ให้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามน้ำหนักตัว ห้ามใช้ยาแอสไพรินหรือไอบูโพรเฟนเด็ดขาด
4. สังเกตอาการ Red Flags เช่น ซึมมาก อาเจียนพุ่ง หายใจหอบเหนื่อย ไข้สูงไม่ลด รีบพาไปโรงพยาบาลทันที
5. เน้นย้ำเรื่องความสะอาด ล้างมือบ่อยๆ และแยกของใช้ในช่วงที่มีการระบาด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down