ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ภัยเงียบมากับน้ำท่วม โรคอุจจาระร่วงและน้ำกัดเท้าในเด็กที่พ่อแม่ต้องระวัง

ช่วงเวลาที่เกิดอุทกภัยหรือน้ำท่วมขัง นอกจากความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว ปัญหาด้านสุขภาพของเด็กๆ ถือเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก โรคอุจจาระร่วงและโรคผิวหนังอย่างน้ำกัดเท้า เป็นโรคติดเชื้อที่มักระบาดได้ง่ายในภาวะน้ำท่วม เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่ไม่ถูกสุขลักษณะ อาหารและน้ำดื่มอาจปนเปื้อนเชื้อโรค รวมถึงการที่เด็กๆ ต้องเดินลุยน้ำสกปรกเป็นเวลานาน ในฐานะกุมารแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผมพบว่าเด็กเล็กและทารกเป็นกลุ่มเปราะบางที่สุดที่มีความเสี่ยงสูงมาก หากไม่ได้รับการดูแลและการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง โรคท้องเสียรุนแรงอาจนำไปสู่ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรงและเกิดภาวะช็อกที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคอุจจาระร่วงและน้ำกัดเท้าในเด็ก

การเข้าใจสาเหตุและกลไกการเกิดโรคจะช่วยให้การป้องกันและรับมือมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยแบ่งออกเป็นสองโรคหลักที่มักมาพร้อมกันในช่วงน้ำท่วม ได้แก่

โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน

เกิดจากการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่มีการปนเปื้อนเชื้อโรคเข้าไปในร่างกาย เชื้อโรคเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นไวรัส เช่น โนโรไวรัส (Norovirus) และโรตาไวรัส (Rotavirus) หรืออาจเกิดจากแบคทีเรีย เช่น อีโคไล (E. coli), ซัลโมเนลา (Salmonella) และชิเกลลา (Shigella) รวมถึงปรสิตบางชนิด เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ทางเดินอาหารจะทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุลำไส้ ส่งผลให้ลำไส้ไม่สามารถดูดซึมน้ำและเกลือแร่กลับเข้าสู่ร่างกายได้ตามปกติ เกิดอาการถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำ อาเจียน และสูญเสียน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็ว

โรคน้ำกัดเท้าและการติดเชื้อที่ผิวหนัง

เกิดจากการที่ผิวหนังของเด็กต้องแช่อย่ในน้ำท่วมขังที่สกปรก มีดินโคลน และสิ่งปฏิกูลเป็นเวลานาน ความชื้นและสิ่งสกปรกจะทำให้เกราะป้องกันผิวหนังอ่อนแอลง เปิดทางให้เชื้อรา (Dermatophytes) และเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ผิวหนัง ทำให้เกิดการอักเสบ คัน เป็นแผลเปื่อยบริเวณซอกนิ้วเท้า ฝ่าเท้า และอาจลุกลามเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

อาการสำคัญและลำดับพัฒนาการของโรค

อาการของโรคอุจจาระร่วงมักเริ่มแสดงออกหลังจากได้รับเชื้อโรคเข้าไปภายในสิบสองถึงเจ็ดสิบสองชั่วโมง โดยมีลำดับอาการดังนี้

  • ระยะเริ่มต้น: เด็กอาจมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ ปวดท้องบิดเล็กน้อย และเริ่มอาเจียน
  • ระยะแสดงอาการเด่นชัด: ถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำมากกว่าสามครั้งขึ้นไปต่อวัน หรือถ่ายเป็นมูกเลือด (หากเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย) มีไข้สูงร่วมด้วย อ่อนเพลีย งอแงมากกว่าปกติ
  • ระยะสูญเสียน้ำ: หากร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากเกินไป เด็กจะเริ่มแสดงอาการของภาวะขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ตาโหล ปัสสาวะออกน้อยลงหรือไม่มีปัสสาวะเลยนานหลายชั่วโมง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา

สำหรับโรคน้ำกัดเท้า อาการเริ่มต้นคือผิวหนังเปื่อยยุ่ย บริเวณซอกนิ้วเท้าเริ่มแดง คัน มีผื่นตุ่มน้ำใส และหากปล่อยไว้ไม่รักษา ผิวหนังจะลอก แตกเป็นแผลเจ็บปวด และมีหนองไหลจากการติดเชื้อแบคทีเรีย

สัญญาณอันตรายระดับวิกฤตที่ต้องพบแพทย์ทันที

พ่อแม่ต้องสังเกตอาการเตือนหรือสัญญาณอันตราย (Red Flag Symptoms) อย่างใกล้ชิด หากพบบอาการเหล่านี้ร่วมกับโรคอุจจาระร่วง ควรรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีเพราะเด็กมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะช็อกและเป็นอันตรายถึงชีวิต

  • ภาวะซึมและหมดสติ: เด็กปลุกไม่ตื่น ซึมมาก ไม่ตอบสนองต่อสิ่งรอบตัว
  • ภาวะขาดน้ำรุนแรง: กระหม่อมยุ๋บลงอย่างเห็นได้ชัดในทารก ตาโหลมาก ริมฝีปากแห้งสนิท ผิวหนังเหี่ยวย่นเมื่อหยิกแล้วไม่คืนตัวทันที
  • ปัสสาวะไม่ออก: ไม่มีปัสสาวะเลยนานเกินหกถึงแปดชั่วโมง แสดงว่าไตเริ่มล้มเหลวจากการขาดเลือดไปเลี้ยง
  • ไข้สูงและชัก: มีไข้สูงเกินสามสิบเก้าองศาเซลเซียส หรือมีอาการชักเกร็งจากไข้สูง
  • หายใจหอบเหนื่อย: หายใจเร็ว หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม หรือมีอาการตัวเขียว
  • อาเจียนพุ่งทุกครั้งที่ดื่มน้ำ: ไม่สามารถรับประทานหรือดื่มอะไรได้เลย

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาถึงสถานพยาบาล กุมารแพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด ดังนี้

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย: สอบถามประวัติการรับประทานอาหาร การสัมผัสน้ำท่วมขัง ระยะเวลาและลักษณะของอุจจาระ พร้อมทั้งประเมินระดับความรุนแรงของภาวะขาดน้ำ
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการอุจจาระ: นำอุจจาระไปตรวจหาเชื้อแบคทีเรีย เม็ดเลือดขาว หรือพยาธิ เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด
  • การตรวจเลือด: เจาะเลือดเพื่อประเมินระดับเกลือแร่ในร่างกาย การทำงานของไต และภาวะการติดเชื้อในกระแสเลือด

วิธีดูแลรักษาและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่บ้าน

การปฐมพยาบาลที่ถูกต้องในระยะแรกสามารถช่วยชีวิตและลดความรุนแรงของโรคได้มาก

  • การให้น้ำเกลือแร่ (Oral Rehydration Salts - ORS): เป็นหัวใจสำคัญที่สุดเมื่อเด็กท้องเสีย ให้จิบสารละลายเกลือแร่ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป ห้ามให้เด็กดื่มน้ำเปล่าบริสุทธิ์ปริมาณมากๆ อย่างรวดเร็ว เพราะจะยิ่งทำให้ระดับเกลือแร่ในเลือดเจือจางลงและเกิดอันตรายได้
  • การดูแลเรื่องอาหาร: สำหรับเด็กที่ดื่มนมแม่ สามารถให้กินนมแม่ต่อได้ตามปกติเนื่องจากย่อยง่ายและมีภูมิคุ้มกัน ในเด็กโตให้อาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก เนื้อสัตว์ไม่ไขมัน กล้วยสุก แครอทบด หลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารรสจัด นมวัว และผลไม้รสเปรี้ยวชั่วคราว
  • การดูแลโรคน้ำกัดเท้า: ล้างเท้าให้สะอาดด้วยสบู่อ่อนและน้ำสะอาด เช็ดให้แห้งสนิทโดยเฉพาะซอกนิ้วเท้า ทายาฆ่าเชื้อราตามคำแนะนำของแพทย์ และหลีกเลี่ยงการให้เด็กเดินลุยน้ำท่วมซ้ำอีก หากจำเป็นต้องลุยน้ำควรสวมรองเท้าบูทยางกันน้ำ
คำแนะนำจากคุณหมอ: การเช็ดตัวลดไข้ควรใช้น้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นผสมเล็กน้อย ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งเช็ดตัวเด็ดขาด เพราะจะทำให้เส้นเลือดหดตัว ความร้อนระบายออกไม่ได้ และอาจทำให้เด็กหนสั่นรุนแรงขึ้น

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

การรักษาโรคอุจจาระร่วงและไข้ในเด็กมีข้อควรระวังทางการแพทย์ที่เคร่งครัด ดังนี้

  • ห้ามซื้อยาหยุดถ่าย (Anti-motility drugs) ให้เด็กรับประทานเองเด็ดขาด: ยาเหล่านี้จะไปหยุดการบีบตัวของลำไส้ ทำให้เชื้อโรคและสารพิษค้างอยู่ในร่างกาย ขับถ่ายออกมาไม่ได้ ซึ่งอาจทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดและเกิดภาวะช็อกที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ทานเอง: โรคอุจจาระร่วงส่วนใหญ่ในเด็กเกิดจากไวรัส การทานยาปฏิชีวนะจึงไม่ช่วยรักษาแถมยังทำให้เกิดเชื้อดื้อยาและทำลายแบคทีเรียดีในลำไส้ การใช้ยาปฏิชีวนะต้องอยู่ภายใต้คำสั่งของแพทย์เท่านั้นเมื่อพบว่าเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่จำเป็นต้องใช้ยา
  • การใช้ยาลดไข้พาราเซตามอล: ต้องคำนวณขนาดยาให้ถูกต้องตามน้ำหนักตัวของเด็ก คือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง เมื่อมีไข้
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) และยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในเด็กที่มีไข้สูงหรือสงสัยว่าเป็นโรคไข้เลือดออก โรคอุจจาระร่วง หรือโรคติดเชื้อเฉียบพลัน เพราะอาจทำให้เกิดกลุ่มอาการเรย์ (Reye syndrome) ซึ่งส่งผลให้ตับและสมองเสียหายรุนแรงถึงแก่ชีวิต หรือทำให้เลือดออกในทางเดินอาหารได้

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการเกิดซ้ำและการเตรียมความพร้อมในช่วงน้ำท่วมประกอบด้วยแนวทางปฏิบัติที่สำคัญ ดังนี้

  • สุขอนามัยเรื่องอาหารและน้ำ: ดื่มน้ำสะอาดที่ต้มสุกแล้วเท่านั้น ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำทุกครั้งก่อนเตรียมอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำ รวมถึงหลังสัมผัสน้ำท่วมขัง
  • การฉีดวัคซีนป้องกันโรค: ในเด็กเล็กควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคท้องเสียจากเชื้อโรตาไวรัส (Rotavirus Vaccine) ตามกำหนดของกุมารแพทย์ เพื่อช่วยลดความรุนแรงของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การป้องกันน้ำกัดเท้า: หลีกเลี่ยงการให้เด็กเดินย่ำน้ำท่วมขังโดยเท้าเปล่า หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรสวมรองเท้าบูทยาง และทำความสะอาดเท้าเช็ดให้แห้งทันทีเมื่อกลับถึงที่พักอาศัย

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

เพื่อให้พ่อแม่สามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องเมื่อลูกป่วยในช่วงน้ำท่วม สามารถใช้ขั้นตอนปฏิบัตินี้เป็นแนวทางเร่งด่วน

  • ขั้นตอนที่ 1 ประเมินอาการ: สังเกตลักษณะอุจจาระ อาการอาเจียน และระดับความรู้สึกตัวของเด็กอย่างใกล้ชิด
  • ขั้นตอนที่ 2 เริ่มต้นให้เกลือแร่: หากเด็กถ่ายเหลว ให้จิบสารละลายเกลือแร่ (ORS) ทันทีทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง ห้ามให้ยาหยุดถ่ายเอง
  • ขั้นตอนที่ 3 เช็ดตัวลดไข้และให้ยาถูกต้อง: เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น ให้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามน้ำหนักตัว ห้ามใช้แอสไพรินและไอบูโพรเฟนเด็ดขาด
  • ขั้นตอนที่ 4 สังเกต Red Flags: หากพบอาการซึมมาก ปัสสาวะไม่ออก หายใจหอบเหนื่อย อาเจียนพุ่งทุกครั้ง หรือไข้สูงมาก รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
  • ขั้นตอนที่ 5 ดูแลสุขอนามัยผิวหนัง: ล้างเท้าให้สะอาดเช็ดแห้งสนิทเพื่อป้องกันโรคน้ำกัดเท้าและแผลติดเชื้อ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down