ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันในจังหวัดตรังกับภัยเงียบด้านสุขภาพ

สถานการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่จังหวัดตรัง ไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนและทรัพย์สิน แต่ยังนำมา

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคท้องร่วงและอาหารเป็นพิษในช่วงน้ำท่วม

เมื่อเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานมักได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ระบบประปาอาจปนเปื้อนเชื้อโรคจากน้ำท่วมขัง ทำให้แหล่งน้ำดื่มน้ำใช้ไม่สะอาด อาหารที่ปรุงไว้แล้วอาจบูดเสียได้ง่ายเนื่องจากขาดกระแสไฟฟ้า หรือถูกแมลงวันและสัตว์พาหะนำโรคตอม เชื้อโรคที่เป็นสาเหตุหลักของโรคท้องร่วงและอาหารเป็นพิษแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ ได้แก่ กลุ่มเชื้อแบคทีเรีย เช่น เชื้ออีโคไล (Escherichia coli) เชื้อซัลโมเนลลา (Salmonella species) เชื้อวิบริโอ คอเลอรี (Vibrio cholerae) และเชื้อชิเกลลา (Shigella species) และกลุ่มเชื้อไวรัส เช่น เชื้อโนโรไวรัส (Norovirus) และเชื้อโรตาไวรัส (Rotavirus) เชื้อโรคเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายผ่านทางการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อนอุจจาระของ

อาการสำคัญและระยะเวลาการดำเนินของโรค

อาการของโรคท้องร่วงและอาหารเป็นพิษมักปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วหลังได้รับเชื้อโรคหรือสารพิษ โดยอาการสำคัญที่พบบ่อยได้แก่ อาการถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำตั้งแต่สามครั้งขึ้นไปภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง มีอาการปวดบิดเกร็งในช่องท้อง คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ต่ำๆ หรือไข้สูงร่วมด้วย และมีอาการอ่อนเพลียจากภาวะสูญเสียเกลือแร่ ในผู้ป่วยบางรายอาจพบมูกเลือดปนในอุจจาระหากเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดรุนแรง ระยะเวลาของโรคในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันปกติดีมักจะดีขึ้นได้เองภายในสามถึงห้าวัน หากได้รับการดูแลรักษาประคับประคองอย่างถูกต้อง แต่ในกลุ่มเปราะบาง อาการอาจรุนแรงและลุกลามจนเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) คือภัยเงียบที่น่ากลัวที่สุดในผู้ป่วยโรคท้องร่วง หากปล่อยให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากเกินไป จะทำให้ความดันโลหิตลดต่ำลง เกิดภาวะช็อก ไว และไตวายฉับพลันตามมาได้

สัญญาณอันตรายระดับวิกฤตที่ต้องพบแพทย์ทันที

การดูแลผู้ป่วยโรคท้องร่วงและอาหารเป็นพิษส่วนใหญ่สามารถทำได้ที่บ้าน แต่มีสัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) หลายประการที่บ่งบอกว่าผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงและจำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาจากแพทย์โดยด่วน ได้แก่:

  • มีอาการถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำจำนวนมากตลอดเวลา จนไม่สามารถดื่มน้ำชดเชยได้ทัน
  • อาเจียนรุนแรงทุกครั้งที่ดื่มน้ำหรือรับประทานอาหาร
  • มีไข้สูงเกินสามสิบเก้าองศาเซลเซียส หรือไข้ไม่ยอมลด
  • ถ่ายอุจจาระมีมูกเลือดปน หรืออุจจาระมีสีดำเข้มคล้ายยางมะตอย
  • ปวดท้องรุนแรงมากผิดปกติและอาการไม่ทุเลา
  • มีสัญญาณของภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น กระหายน้ำมาก ปากแห้ง ผิวหนังเหี่ยวย่น ปัสสาวะออกน้อยมากหรือไม่มีเลยนานหลายชั่วโมง วิงเวียนศีรษะขณะเปลี่ยนท่า
  • มีอาการซึมลง สับสน หรือในเด็กเล็กอาจมีอาการงอแงผิดปกติ ร้องไห้ไม่มีน้ำตา

วิธีตรวจวินิจฉัยโรคทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ แพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับลักษณะของอุจจาระ ความถี่ อาหารที่รับประทานในช่วงก่อนป่วย และประวัติการสัมผัสน้ำท่วม จากนั้นจะทำการตรวจร่างกายเพื่อประเมินระดับความรุนแรงของภาวะขาดน้ำและความผิดปกติในช่องท้อง ในบางกรณีที่มีอาการรุนแรงหรือมีไข้สูงร่วมด้วย แพทย์อาจพิจารณา ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม เช่น การตรวจอุจจาระ (Stool Examination and Culture) เพื่อหาชนิดของเชื้อแบคทีเรียหรือพยาธิ การตรวจเลือดเพื่อดูระดับเกลือแร่ การทำงานของไต และความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดขาว เพื่อประกอบการวางแผนรักษาที่จำเพาะเจาะจง

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

แนว

การดื่มสารละลายเกลือแร่ (ORS)

การดื่มเกลือแร่ชนิดผงละลายน้ำ (Oral Rehydration Salts - ORS) เป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการรักษาโรคท้องร่วง เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไปจากการถ่ายและอาเจียน ควรจิบเกลือแร่ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง ไม่ควรดื่มรวดเดียวหมดแก้วเพราะอาจกระตุ้นให้อาเจียนมากขึ้น ห้ามใช้เกลือแร่สำหรับนักกีฬามาทดแทนเกลือแร่ทางการแพทย์ เนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลสูงและเกลือแร่ไม่สมดุล ซึ่งอาจทำให้อาการท้องร่วงแย่ลงได้

โภชนาการที่เหมาะสมระหว่างป่วย

ในช่วงที่มีอาการท้องร่วง ควรงดอาหารรสจัด อาหารเผ็ด อาหารดิบ อาหารที่มีไขมันสูง นมวัว และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน แนะนำให้รับประทานอาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น ข้าวต้มโจ๊ก ปลาเนื้อขาวนึ่ง กล้วยสุก หรือแอปเปิ้ลปั่น เพื่อให้ลำไส้ได้พักฟื้นและลดการหลั่งน้ำในลำไส้

คำแนะนำจากคุณหมอ: การใช้ยาหยุดถ่าย (Anti-motility drugs) เช่น ยาโลเปราไมด์ (Loperamide) มีข้อห้ามเด็ดขาดในผู้ป่วยเด็กเล็ก และห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีไข้สูงหรือมีมูกเลือดปน เพราะจะทำให้เชื้อโรคและสารพิษค้างอยู่ในร่างกาย ขับถ่ายไม่ออก และอาจทำให้อาการติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรงขึ้นได้ ควรให้แพทย์เป็นผู้พิจารณาจ่ายยาปฏิชีวนะหรือยาควบคุมอาการตามความจำเป็นเท่านั้น

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในช่วงน้ำท่วม

ท่ามกลางสถานการณ์ความยากลำบากในช่วงน้ำท่วม มีข้อปฏิบัติทางการแพทย์ที่ต้องระมัดระวังอย่างเคร่งครัด:

  • ห้ามดื่มน้ำประปาหรือน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติโดยเด็ดขาด ยกเว้นผ่านการต้มเดือดจัดนานอย่างน้อยหนึ่งนาที หรือผ่านระบบกรองที่ได้มาตรฐาน
  • ห้ามรับประทานอาหารที่ทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องนานเกินสองชั่วโมง หรืออาหารที่มีกลิ่นและรสชาติผิดปกติ
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) มารับประทานเองตามร้านขายยาโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ เนื่องจากส่วนใหญ่ร้อยละแปดสิบของโรคท้องร่วงเกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งยาปฏิชีวนะไม่มีผลในการรักษา และอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้
  • การใช้ยาลดไข้พาราเซตามอล (Paracetamol) ต้องคำนวณตามน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง คือสิบถึงสิบห้าิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมง และห้ามใช้ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือแอสไพริน (Aspirin) ในผู้ป่วยที่มีไข้สูงจนกว่าจะได้รับการวินิจฉัยแน่ชัดว่าไม่ใช่โรคไข้เลือดออก เนื่องจากจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเลือดออกผิดปกติ

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพเพื่อรับมือภัยน้ำท่วม

การป้องกันโรคท้องร่วงและอาหารเป็นพิษในช่วงน้ำท่วมต้องเน้นหลักสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด ได้แก่ การล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาดทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ การเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ร้อนๆ ใช้ช้อนกลางส่วนตัว และการเก็บรักษาอาหารในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดเพื่อป้องกันแมลงวันตอม สำหรับกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กเล็กและผู้สูงอายุ ควรได้รับการดูแลเรื่องความสะอาดของน้ำดื่มและอาหารเป็นพิเศษ รวมถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดต่อทางเดินอาหารตามคำแนะนำของกุมารแพทย์และแพทย์เฉพาะทาง

สรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ดูแลเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

น้ำท่วมฉับพลันในจังหวัดตรังเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคท้องร่วงและอาหารเป็นพิษ การรู้เท่าทันสาเหตุ อาการ และวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกต้องจะช่วยลดความรุนแรงของโรคและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย ผู้ดูแลควรสังเกตสัญญาณเตือนอันตรายอย่างใกล้ชิด และรีบนำผู้ป่วยมาพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการรุนแรง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงทีตามมาตรฐานทางการแพทย์

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down