ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำความรู้จักโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (Congenital Heart Disease - CHD) คือความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจหรือหลอดเลือดใหญ่ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ทารกยังอยู่ในครรภ์มารดา ส่งผลให้การไหลเวียนเลือดและการทำงานของหัวใจไม่เป็นไปตามปกติ ความรุนแรงของโรคมีตั้งแต่ระดับน้อยที่อาจปิดเองได้ ไปจนถึงระดับรุนแรงที่ส่งผลต่อชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ปัจจุบันอุบัติการณ์ของโรคนี้พบได้ประมาณ 8 ต่อ 1,000 การเกิดมีชีพ ซึ่งถือเป็นความผิดปกติแต่กำเนิดที่พบได้บ่อยที่สุดในเด็กทารก

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค

ส่วนใหญ่ของโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่เกิดจากปัจจัยร่วมหลายประการ ได้แก่ ปัจจัยทางพันธุกรรม (Genetic Factors) เช่น ความผิดปกติของโครโมโซม และปัจจัยจากสภาพแวดล้อมระหว่างตั้งครรภ์ อาทิ มารดาได้รับเชื้อไวรัสบางชนิด (เช่น หัดเยอรมัน) การใช้ยาหรือสารเคมีที่ส่งผลต่อตัวอ่อน การดื่มแอลกอฮอล์ หรือมารดาที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ กลไกเหล่านี้ขัดขวางกระบวนการพัฒนาของหัวใจในช่วง 8 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ ทำให้หัวใจมีรูรั่ว มีลิ้นหัวใจตีบ หรือหลอดเลือดวางตัวผิดปกติ

สัญญาณเตือนและอาการที่สังเกตได้ (Red Flag Symptoms)

พ่อแม่ผู้ปกครองควรสังเกตอาการสำคัญที่อาจบ่งบอกถึงโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในเด็ก ดังนี้:

  • อาการตัวเขียว (Cyanosis): สังเกตได้ชัดบริเวณริมฝีปาก เล็บมือ และลิ้น เมื่อเด็กมีอาการเขียวมากเวลาที่ร้องไห้หรือออกแรง
  • เหนื่อยง่ายผิดปกติ: ทารกดูดนมแล้วเหนื่อย ต้องหยุดพักบ่อย หายใจเร็ว หรือมีเหงื่อออกมากขณะดูดนม
  • เลี้ยงไม่โต: น้ำหนักตัวและส่วนสูงขึ้นช้ากว่าเกณฑ์มาตรฐานอย่างชัดเจน
  • หายใจหอบเหนื่อย: มีอาการหายใจเร็ว หอบแรง หรือหน้าอกบุ๋มขณะหายใจ
  • ติดเชื้อในทางเดินหายใจบ่อย: เด็กมักมีอาการปอดอักเสบหรือติดเชื้อในระบบทางหายใจบ่อยครั้งกว่าเด็กปกติ
สัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที: หากพบอาการเด็กซึมลงอย่างรวดเร็ว ตัวเขียวจัดจนเป็นสีม่วงคล้ำ หายใจหอบแรงจนหน้าอกบุ๋ม หรือมีอาการหมดสติ ชัก ต้องรีบนำส่งห้องฉุกเฉินทันที เพราะอาจเป็นภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันหรือภาวะเลือดไปเลี้ยงร่างกายไม่เพียงพอ

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

การวินิจฉัยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในปัจจุบันมีความก้าวหน้าอย่างมาก เริ่มตั้งแต่การตรวจคัดกรองในทารกแรกเกิด (Newborn Screening) ด้วยการวัดระดับออกซิเจนในเลือดที่ปลายนิ้วมือและเท้า (Pulse Oximetry) เพื่อหาภาวะออกซิเจนต่ำ หากผลการตรวจผิดปกติ กุมารแพทย์จะทำการตรวจเพิ่มเติม ได้แก่:

  • การฟังเสียงหัวใจ: ตรวจหาเสียงฟู่ (Heart Murmur) ซึ่งเป็นสัญญาณของเลือดที่ไหลผ่านรูรั่วหรือจุดตีบแคบ
  • การตรวจเอกซเรย์ทรวงอก (Chest X-ray): เพื่อดูลักษณะและขนาดของหัวใจ รวมถึงปริมาณเลือดในปอด
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG): เพื่อประเมินจังหวะการเต้นของหัวใจและการทำงานของไฟฟ้าหัวใจ
  • การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiogram): เป็นวิธีที่เป็นมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) ในการวินิจฉัยเพื่อเห็นภาพโครงสร้างหัวใจที่ผิดปกติได้อย่างละเอียดและชัดเจนที่สุด

วิธีรักษาและการดูแลเด็กที่เป็นโรคหัวใจ

การรักษาขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรค โดยแบ่งเป็น:

  • การติดตามอาการ: ในกรณีที่เป็นรูรั่วขนาดเล็กที่ไม่มีอาการ แพทย์อาจนัดตรวจติดตามเพื่อดูว่ารูรั่วนั้นปิดเองได้หรือไม่
  • การรักษาด้วยยา: ใช้ยาเพื่อช่วยให้หัวใจบีบตัวได้ดีขึ้น ลดภาระงานของหัวใจ หรือควบคุมความดันโลหิต
  • การรักษาโดยการสอดสายสวนหัวใจ (Cardiac Catheterization): เช่น การปิดรูรั่วหรือขยายเส้นเลือดโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่
  • การผ่าตัดหัวใจ (Cardiac Surgery): ในกรณีที่เป็นโรคหัวใจซับซ้อน จำเป็นต้องอาศัยศัลยแพทย์หัวใจเด็กในการผ่าตัดแก้ไขโครงสร้างให้กลับมาใกล้เคียงปกติที่สุด
คำแนะนำจากคุณหมอ: การได้รับโภชนาการที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญมาก เด็กโรคหัวใจมักต้องการพลังงานสูงกว่าเด็กปกติแต่เหนื่อยง่ายในการกิน คุณแม่ควรแบ่งมื้อนมเป็นมื้อย่อยๆ แต่ให้บ่อยครั้งขึ้น และควรปรึกษาโภชนากรหรือกุมารแพทย์เพื่อวางแผนอาหารเสริมที่เหมาะสมเพื่อป้องกันภาวะขาดสารอาหาร

การป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพ

แม้โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดจะป้องกันได้ยากเนื่องจากเป็นเรื่องของพัฒนาการตัวอ่อน แต่คุณแม่สามารถลดความเสี่ยงได้โดยการฝากครรภ์คุณภาพ ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ ควบคุมโรคประจำตัวให้ดี งดแอลกอฮอล์และสารเสพติดทุกชนิด และได้รับวัคซีนที่จำเป็นตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

สรุปขั้นตอนปฏิบัติสำหรับผู้ปกครอง

  • สังเกตอาการเหนื่อยง่าย ตัวเขียว และการเจริญเติบโตของลูกอย่างสม่ำเสมอ
  • ไม่ควรชะล่าใจหากลูกดูดนมแล้วเหงื่อออกมาก หรือหายใจหอบผิดปกติ
  • ปฏิบัติตามนัดหมายของกุมารแพทย์โรคหัวใจอย่างเคร่งครัด
  • ดูแลสุขอนามัยของลูกเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อหัวใจที่มีความผิดปกติอยู่เดิม
  • เสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการให้ลูกรับวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมให้ครบตามกำหนด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down