ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องการตรวจคัดกรองโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในทารกแรกเกิด

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (Congenital Heart Disease - CHD) คือความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจหรือหลอดเลือดใหญ่ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ทารกยังอยู่ในครรภ์มารดา ส่งผลให้การไหลเวียนเลือดหรือการทำงานของหัวใจผิดเพี้ยนไป ความสำคัญทางการแพทย์คือ โรคนี้อาจไม่แสดงอาการชัดเจนในเด็กทุกคนตั้งแต่แรกคลอด หากไม่ได้รับการตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสมอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว หรือภาวะขาดออกซิเจนรุนแรงได้ การตรวจด้วยเครื่องวัดความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดที่ปลายนิ้วมือและเท้า (Pulse Oximetry Screening) ในทารกแรกเกิดทุกราย จึงเป็นมาตรฐานสำคัญที่ช่วยชีวิตเด็กได้ทันท่วงที

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

ในปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ในทุกกรณี แต่เชื่อว่าเกิดจากปัจจัยร่วมหลายประการ ดังนี้:

  • ปัจจัยทางพันธุกรรมและความผิดปกติของโครโมโซม เช่น กลุ่มอาการดาวน์ (Down Syndrome)
  • ปัจจัยจากมารดาขณะตั้งครรภ์ เช่น การได้รับเชื้อไวรัสบางชนิด (เช่น หัดเยอรมัน), การได้รับสารเคมีหรือยาบางประเภท, การดื่มแอลกอฮอล์ หรือมารดาที่เป็นเบาหวานก่อนตั้งครรภ์
  • ความผิดปกติในกระบวนการสร้างหัวใจและหลอดเลือดในช่วง 8 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์
คำแนะนำจากคุณหมอ: แม้ว่ามารดาจะดูแลสุขภาพครรภ์อย่างดีที่สุด ก็ยังอาจพบความผิดปกติเหล่านี้ได้ ดังนั้นการตรวจคัดกรองโดยกุมารแพทย์หลังคลอดจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งครับ

อาการและสัญญาณเตือนที่พ่อแม่ควรรู้

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในเด็ก: อาการเหนื่อยง่าย ตัวเขียว เป็นหัวใจสำคัญในการสังเกต พ่อแม่ควรเฝ้าระวังอาการแสดงต่อไปนี้อย่างใกล้ชิด:

  • ภาวะตัวเขียว (Cyanosis): สังเกตได้จากริมฝีปาก เล็บมือ เล็บเท้า หรือลิ้นที่มีสีเขียวคล้ำขึ้น โดยเฉพาะเวลาที่เด็กออกแรง เช่น ร้องไห้หรือดูดนม
  • อาการเหนื่อยง่าย (Easy Fatigability): ทารกดูดนมได้ไม่นานก็เหนื่อย หายใจเร็ว หายใจหอบ หรือมีเหงื่อออกมากบริเวณหน้าผากและศีรษะขณะดูดนม
  • การเจริญเติบโตล่าช้า (Failure to Thrive): น้ำหนักตัวไม่ขึ้นตามเกณฑ์ พัฒนาการช้ากว่าเด็กในวัยเดียวกัน
  • การหายใจผิดปกติ: หายใจหอบเหนื่อย อกบุ๋ม หรือมีเสียงครางขณะหายใจ

สัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms)

หากบุตรหลานของท่านมีอาการดังต่อไปนี้ ถือเป็นภาวะวิกฤตที่ต้องรีบพาไปพบกุมารแพทย์หรือห้องฉุกเฉินทันที:

  • ริมฝีปากเขียวจัดหรือตัวเขียวทั้งตัวขณะร้องไห้
  • อาการหอบเหนื่อยรุนแรง หายใจเร็วผิดปกติ หรือหยุดหายใจเป็นพักๆ
  • ซึมลง ไม่ยอมดูดนม หรืออาเจียนรุนแรง
  • อาการบวมที่บริเวณหน้า ขา หรือท้อง
  • หมดสติหรือมีอาการชัก

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อสงสัยว่าเด็กมีความผิดปกติทางหัวใจ กุมารแพทย์โรคหัวใจเด็ก (Pediatric Cardiologist) จะดำเนินการตรวจวินิจฉัยดังนี้:

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย: การฟังเสียงหัวใจ (Heart Murmur) เพื่อค้นหาเสียงฟู่ที่ผิดปกติ
  • การตรวจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiogram): ถือเป็นมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) ในการวินิจฉัยเพื่อดูโครงสร้างและการทำงานของหัวใจอย่างละเอียด
  • การตรวจเอกซเรย์ทรวงอก (Chest X-ray): เพื่อดูขนาดของหัวใจและลักษณะของหลอดเลือดในปอด
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG): เพื่อตรวจสอบจังหวะการเต้นของหัวใจ

วิธีรักษาและการดูแล

แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรคหัวใจ โดยแพทย์จะพิจารณาดังนี้:

  • การรักษาด้วยยา: สำหรับกรณีที่อาการยังไม่รุนแรง หรือใช้เพื่อประคองอาการก่อนผ่าตัด เช่น ยาขับปัสสาวะ หรือยาช่วยปรับการเต้นของหัวใจ
  • การรักษาด้วยการใส่สายสวนหัวใจ (Cardiac Catheterization): เช่น การขยายหลอดเลือด หรือการปิดผนังกั้นหัวใจที่รั่วโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่
  • การผ่าตัดแก้ไข (Surgical Correction): ในกรณีที่โครงสร้างหัวใจมีความผิดปกติรุนแรง ซึ่งต้องดำเนินการโดยศัลยแพทย์หัวใจเด็กที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: การซื้อยาให้เด็กทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์เป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในเด็กที่มีโรคหัวใจประจำตัว เพราะยาบางชนิดอาจส่งผลต่อการทำงานของหัวใจและระดับความดันโลหิตได้

การป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพในระยะยาว

แม้โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดจะไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด แต่การปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้ช่วยลดความเสี่ยงได้:

  • ฝากครรภ์ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์และตรวจสุขภาพตามนัดอย่างสม่ำเสมอ
  • งดการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงการใช้ยาโดยไม่ได้รับคำสั่งจากแพทย์ขณะตั้งครรภ์
  • รักษาสุขภาพมารดาให้แข็งแรง ป้องกันการติดเชื้อ และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดหากเป็นเบาหวาน
  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคให้ครบถ้วนตามกำหนดเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่

ขั้นตอนปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยของบุตรหลาน:

  • สังเกตสีผิวและริมฝีปากของทารกอยู่เสมอ โดยเฉพาะหลังดูดนมหรือร้องไห้
  • บันทึกอาการเหนื่อยง่ายหรือเหงื่อออกมากผิดปกติแจ้งแก่คุณหมอในการนัดตรวจแต่ละครั้ง
  • หมั่นตรวจเช็คน้ำหนักและส่วนสูงให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
  • หากพบสัญญาณตัวเขียวหรือหอบเหนื่อยรุนแรง ห้ามรอดูอาการที่บ้าน ให้รีบไปพบแพทย์ทันที
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down