ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในทารก

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (Congenital Heart Disease - CHD) คือความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจหรือหลอดเลือดใหญ่ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ระยะการเป็นตัวอ่อนในครรภ์มารดา ส่งผลให้การทำงานของหัวใจในการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายบกพร่อง ในประเทศไทยพบอุบัติการณ์ของโรคนี้ได้ประมาณ 8 ต่อทารกแรกเกิด 1,000 คน ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขที่ต้องการการตรวจคัดกรองที่รวดเร็วและแม่นยำ เพื่อให้เด็กได้รับการรักษาที่ทันท่วงทีและลดอัตราการเสียชีวิตหรือภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

ปัจจุบันการศึกษาทางการแพทย์พบว่าความผิดปกติส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากปัจจัยหลายประการร่วมกัน (Multifactorial) ซึ่งได้แก่:

  • ความผิดปกติทางพันธุกรรม: ความผิดปกติของโครโมโซม หรือการกลายพันธุ์ของยีนบางตำแหน่ง
  • ปัจจัยจากมารดาขณะตั้งครรภ์: การได้รับยาหรือสารเคมีบางชนิด การติดเชื้อไวรัสในระยะไตรมาสแรก เช่น หัดเยอรมัน (Rubella) หรือภาวะเบาหวานที่ควบคุมไม่ดีในแม่
  • ปัจจัยสิ่งแวดล้อม: การสัมผัสรังสี หรือสารก่อมะเร็งในระหว่างการตั้งครรภ์

กลไกหลักคือการที่หัวใจของทารกมีการพัฒนาไม่สมบูรณ์ เช่น ผนังหัวใจรั่ว ลิ้นหัวใจตีบ หรือการเชื่อมต่อของเส้นเลือดใหญ่ผิดปกติ ทำให้เกิดการไหลเวียนเลือดที่ผิดปกติ (Shunt) หรือการอุดกั้นทางเดินเลือด (Obstruction) ซึ่งส่งผลต่อภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำและความดันในปอดสูงขึ้น

สัญญาณเตือนภัย: อาการเหนื่อยง่ายและตัวเขียว

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในเด็ก: อาการสำคัญที่เป็นตัวบ่งชี้ความผิดปกติ ได้แก่:

  • ภาวะตัวเขียว (Cyanosis): สังเกตเห็นได้บริเวณริมฝีปาก เล็บมือ เล็บเท้า และลิ้น ซึ่งมักปรากฏชัดขึ้นเมื่อทารกร้องไห้หรือออกแรงดูดนม
  • เหนื่อยหอบขณะดูดนม: ทารกจะมีอาการหายใจเร็ว เหงื่อออกมากบริเวณหน้าผากขณะกินนม หยุดพักบ่อย และน้ำหนักตัวไม่ขึ้นตามเกณฑ์
  • เสียงฟู่ของหัวใจ (Heart Murmur): แพทย์ตรวจพบจากการฟังเสียงการไหลเวียนเลือดที่ผิดปกติผ่านลิ้นหัวใจหรือผนังหัวใจที่รั่ว
  • การเจริญเติบโตล่าช้า: พัฒนาการทางร่างกายไม่สมวัยเมื่อเทียบกับเด็กในวัยเดียวกัน
สัญญาณอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องพาพบแพทย์ทันที:
  • ทารกมีอาการเขียวจัด (Blue Spells) ขณะร้องไห้
  • หายใจเร็ว หอบเหนื่อยมาก หรือมีอาการอกบุ๋มขณะหายใจ
  • มีอาการซึมลง หรือหมดสติไปชั่วขณะ
  • มือเท้าเย็นจัด หรือมีชีพจรเบาผิดปกติ

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

การตรวจคัดกรองตั้งแต่แรกเกิดมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยประกอบด้วย:

  • Pulse Oximetry Screening: การวัดระดับออกซิเจนในเลือดที่มือและเท้าของทารกแรกเกิด เพื่อคัดกรองโรคหัวใจชนิดรุนแรง
  • การตรวจร่างกายโดยละเอียด: การฟังเสียงหัวใจ (Auscultation) และการคลำชีพจร
  • Echocardiogram (การตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ): ถือเป็นมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) ในการวินิจฉัยเพื่อดูโครงสร้างและการไหลเวียนเลือดภายในหัวใจอย่างละเอียด
  • Chest X-ray และ EKG: เพื่อดูขนาดหัวใจและกิจกรรมทางไฟฟ้าของหัวใจ

วิธีรักษาและการดูแล

การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของรอยโรค:

  • การรักษาด้วยยา: เพื่อช่วยในการบีบตัวของหัวใจ ลดภาระงานของหัวใจ หรือควบคุมอาการแทรกซ้อน
  • การรักษาโดยการสวนหัวใจ (Cardiac Catheterization): เช่น การใส่ขดลวดเพื่อขยายหลอดเลือด หรือการปิดรูรั่วโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • การผ่าตัดหัวใจ (Cardiac Surgery): เป็นการรักษาหลักสำหรับโรคหัวใจพิการที่มีความซับซ้อนสูง เพื่อแก้ไขโครงสร้างให้กลับมาใกล้เคียงปกติที่สุด
คำแนะนำจากคุณหมอ: การดูแลลูกน้อยที่มีภาวะหัวใจพิการต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างพ่อแม่และทีมแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจเด็ก ควรงดเว้นการให้ยาใดๆ โดยไม่ปรึกษาแพทย์ และหมั่นสังเกตอาการเหนื่อยหอบหรือสีผิวของทารกเป็นประจำ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันที่อาจเกิดขึ้นได้

การป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพ

แม้โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดหลายชนิดจะไม่สามารถป้องกันได้โดยตรง แต่คุณแม่สามารถลดความเสี่ยงได้โดย:

  • ฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอตามนัด
  • รับประทานกรดโฟลิกตามคำแนะนำของแพทย์ก่อนและระหว่างตั้งครรภ์
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมี ยาฆ่าแมลง และรังสี
  • ระวังการติดเชื้อไวรัสและรีบพบแพทย์หากมีไข้หรืออาการป่วยขณะตั้งครรภ์

บทสรุปสำหรับผู้ปกครอง

การตรวจพบโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดตั้งแต่แรกเกิดไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่กระบวนการรักษาที่ถูกต้อง การสังเกตอาการเหนื่อยง่าย ตัวเขียว และการได้รับการตรวจคัดกรองที่ได้มาตรฐาน จะช่วยให้ทารกมีโอกาสเติบโตและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างมาก พ่อแม่ควรตระหนักถึงอาการสำคัญและไม่ละเลยการตรวจสุขภาพตามนัดอย่างสม่ำเสมอ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down