ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (Congenital Heart Disease: CHD) คือความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจหรือหลอดเลือดหัวใจที่เกิดขึ้นตั้งแต่ทารกยังอยู่ในครรภ์มารดา ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดในร่างกายผิดปกติไป ถือเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของอัตราการเจ็บป่วยและเสียชีวิตในเด็กเล็กทั่วโลก การตรวจพบความผิดปกติได้เร็วตั้งแต่อยู่ในครรภ์หรือแรกเกิด จะช่วยให้เด็กได้รับการรักษาที่ถูกต้องและรวดเร็ว ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและการเติบโตที่สมวัย

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค

ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดทั้งหมด แต่การศึกษาวิจัยทางการแพทย์ระบุว่าเกิดจากปัจจัยร่วมหลายประการ ได้แก่

  • ความผิดปกติทางพันธุกรรม: การกลายพันธุ์ของยีนหรือความผิดปกติของโครโมโซม เช่น กลุ่มอาการดาวน์ (Down Syndrome) ซึ่งมักมีความสัมพันธ์กับโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
  • ปัจจัยด้านมารดาขณะตั้งครรภ์: การได้รับเชื้อไวรัสบางชนิด (เช่น หัดเยอรมัน), การสัมผัสสารเคมีหรือรังสี, การใช้ยาบางประเภทโดยไม่ปรึกษาแพทย์, หรือมารดาที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี
  • ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม: การสูบบุหรี่ หรือได้รับควันบุหรี่มือสอง รวมถึงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระหว่างตั้งครรภ์

อาการและสัญญาณอันตราย (Red Flags) ที่พ่อแม่ต้องสังเกต

อาการของโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในเด็กอาจแสดงออกแตกต่างกันตามความรุนแรงของโรค โดยอาการที่พบได้บ่อยมีดังนี้:

  • อาการเหนื่อยง่าย: เด็กมักเหนื่อยง่ายขณะดูดนม หายใจเร็ว หอบเหนื่อย หรือมีเหงื่อออกมากผิดปกติขณะกินนม
  • ภาวะตัวเขียว (Cyanosis): สังเกตเห็นริมฝีปาก ลิ้น หรือปลายนิ้วมือและนิ้วเท้ามีสีเขียวคล้ำ ซึ่งแสดงถึงระดับออกซิเจนในเลือดต่ำกว่าปกติ
  • น้ำหนักตัวไม่ขึ้น: เด็กที่มีโรคหัวใจมักมีการเจริญเติบโตช้ากว่าเกณฑ์ เนื่องจากการทำงานของหัวใจที่ผิดปกติทำให้ร่างกายใช้พลังงานมากกว่าปกติในการหายใจและการทำงานของอวัยวะ
  • อาการบวม: บวมบริเวณเปลือกตา ใบหน้า หรือขา
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือเสียงฟู่: แพทย์อาจตรวจพบเสียงฟู่ (Heart Murmur) ในขณะตรวจร่างกายทั่วไป
สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที: หากพบว่าลูกมีอาการหายใจหอบแรง อกบุ๋มขณะหายใจ ปากเขียวคล้ำจัด หรือซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ยอมดูดนม หรือมีอาการหมดสติ ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที เพราะอาจเป็นภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

การวินิจฉัยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในเด็กต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจเด็ก (Pediatric Cardiologist) โดยใช้วิธีการดังนี้:

  • การตรวจร่างกายและซักประวัติ: การฟังเสียงหัวใจเพื่อหาความผิดปกติของเสียงฟู่
  • การตรวจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiogram): เป็นวิธีมาตรฐานที่ละเอียดที่สุด เพื่อดูโครงสร้างและการทำงานของหัวใจแบบเรียลไทม์
  • เอกซเรย์ทรวงอก (Chest X-ray): เพื่อดูขนาดของหัวใจและลักษณะของหลอดเลือดในปอด
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram: ECG): เพื่อประเมินจังหวะการเต้นของหัวใจ
  • การวัดค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (Pulse Oximetry): เป็นการคัดกรองเบื้องต้นที่สำคัญในเด็กแรกเกิด เพื่อตรวจหาภาวะหัวใจพิการชนิดรุนแรง

วิธีรักษาและการดูแล

การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงและชนิดของโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ซึ่งอาจรวมถึง:

  • การติดตามอาการ: ในกรณีที่ความผิดปกติไม่รุนแรงและสามารถปิดเองได้เมื่อเด็กโตขึ้น
  • การใช้ยา: เพื่อช่วยเรื่องการบีบตัวของหัวใจ ควบคุมจังหวะการเต้น หรือลดอาการบวมน้ำ
  • การรักษาด้วยสายสวนหัวใจ (Cardiac Catheterization): เป็นเทคนิคการรักษาที่ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ โดยการสอดสายสวนผ่านหลอดเลือดเพื่อปิดรูรั่วหรือขยายหลอดเลือด
  • การผ่าตัดหัวใจ (Cardiac Surgery): เป็นการผ่าตัดแก้ไขโครงสร้างหัวใจที่ผิดปกติ ซึ่งทำโดยศัลยแพทย์หัวใจเด็กผู้เชี่ยวชาญ
คำแนะนำจากคุณหมอ: การดูแลลูกน้อยที่มีโรคหัวใจจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับโภชนาการเป็นพิเศษ ควรได้รับพลังงานที่เพียงพอ หากลูกดูดนมได้น้อยในแต่ละมื้อ อาจต้องแบ่งการให้เป็นมื้อย่อยที่บ่อยขึ้นภายใต้คำแนะนำของกุมารแพทย์ เพื่อป้องกันภาวะขาดสารอาหารและน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์

การป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพ

การป้องกันโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดเริ่มตั้งแต่ก่อนการตั้งครรภ์ ได้แก่ การตรวจสุขภาพมารดา การรับประทานกรดโฟลิกตามคำแนะนำของสูติแพทย์ การหลีกเลี่ยงสารเสพติดและยาที่ไม่จำเป็น รวมถึงการได้รับวัคซีนที่จำเป็นให้ครบถ้วนก่อนการตั้งครรภ์เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ

สรุปขั้นตอนปฏิบัติสำหรับผู้ดูแล

  • สังเกตสีผิวและริมฝีปากของทารกอย่างสม่ำเสมอ หากมีอาการเขียวให้บันทึกภาพถ่ายไว้เพื่อปรึกษาแพทย์
  • บันทึกปริมาณการดูดนมและอัตราการหายใจในขณะหลับ เพื่อให้ข้อมูลที่แม่นยำแก่กุมารแพทย์
  • พาลูกน้อยตรวจสุขภาพตามนัดอย่างเคร่งครัด เพื่อติดตามพัฒนาการและการทำงานของหัวใจ
  • จัดสภาพแวดล้อมที่สะอาด หลีกเลี่ยงการสัมผัสควันบุหรี่หรือผู้ป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down