ลูกติดโรคมือเท้าปากต้องหยุดเรียนกี่วัน และแนวทางการดูแลที่ถูกต้องจากกุมารแพทย์
โรคมือเท้าปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสในเด็กที่พบได้บ่อยมาก โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กและเด็กวัยเรียนที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกันในศูนย์เด็กเล็กหรือโรงเรียนอนุบาล เมื่อลูกน้อยติดเชื้อ สิ่งที่พ่อแม่กังวลใจไม่แพ้อาการป่วยของลูกก็คือคำถามที่ว่า ลูกติดโรคมือเท้าปากต้องหยุดเรียนกี่วัน เพื่อไม่ให้เป็นการแพร่กระจายเชื้อไปยังเด็กคนอื่น และเพื่อให้มั่นใจว่าลูกหายดีสนิทพร้อมกลับไปเรียนหนังสือได้อย่างปลอดภัย
ตามคำแนะนำทางการแพทย์มาตรฐาน เด็กที่เป็นโรคมือเท้าปากจำเป็นต้องหยุดเรียนอย่างน้อย 7 ถึง 14 วัน หรือจนกว่าแผลในปากจะหายสนิท ไม่มีไข้ ผื่นแห้งตกสะเก็ด และร่างกายไม่มีอาการอ่อนเพลียหลงเหลืออยู่ ระยะเวลานี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเชื้อไวรัสยังสามารถขับออกมาทางอุจจาระได้นานหลายสัปดาห์ แม้ว่าอาการภายนอกจะหายเป็นปกติแล้วก็ตาม
ทำความรู้จักสาเหตุและกลไกการเกิดโรคมือเท้าปาก
โรคมือเท้าปากเกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโรไวรัส (Enteroviruses) ชนิดที่พบบ่อยและมักทำให้เกิดอาการรุนแรงคือ ค็อกซากีไวรัสเอ 16 (Coxsackievirus A16) และเอนเทอโรไวรัส 71 (Enterovirus 71 หรือ EV71) ซึ่งไวรัสชนิดหลังนี้เป็นตัวการสำคัญที่อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางสมองที่รุนแรงได้
เชื้อไวรัสเหล่านี้ติดต่อกันได้ง่ายมากผ่านทางระบบทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ โดยติดต่อผ่านการสัมผัสโดยตรงกับน้ำมูก น้ำลาย น้ำจากตุ่มพอง หรืออุจจาระของผู้ติดเชื้อ รวมถึงการสัมผัสสิ่งของเครื่องใช้ ของเล่น หรือพื้นผิวที่มีเชื้อโรคปนเปื้อน แล้วนำมือเข้าปากหรือขยี้ตา เชื้อไวรัสจะเข้าสู่ร่างกายและมีระยะฟักตัวประมาณ 3 ถึง 6 วัน ก่อนจะเริ่มแสดงอาการป่วยออกมา
อาการสำคัญและลำดับการดำเนินของโรค
การสังเกตอาการของลูกน้อยในแต่ละระยะจะช่วยให้พ่อแม่รับมือได้อย่างทันท่วงที โดยอาการของโรคมือเท้าปากจะแบ่งออกเป็นระยะตามการดำเนินของโรคดังนี้
ระยะเริ่มต้น
เด็กจะมีไข้ต่ำถึงสูง มีอาการเจ็บคอ เบื่ออาหาร และซึมลง อาการเจ็บคอเกิดจากการมีแผลเปื่อยในปาก ทำให้เด็กไม่อยากกลืนน้ำลายหรือรับประทานอาหาร
ระยะแสดงอาการเด่นชัด
หลังจากมีไข้ได้ 1 ถึง 2 วัน จะเริ่มมีตุ่มน้ำใสหรือแผลเปื่อยบริเวณเยื่อบุช่องปาก เหงือก และลิ้น ทำให้มีน้ำลายไหลและไม่ยอมดูดนม ต่อมาจะมีผื่นแดงหรือตุ่มน้ำใสขนาดเล็กเกิดขึ้นที่บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และบางครั้งอาจพบบริเวณก้นหรือหัวเข่าด้วย ตุ่มเหล่านี้มักไม่คันและจะยุบลงได้เอง
ระยะฟื้นตัว
เมื่อเข้าสู่วันที่ 7 ถึง 10 อาการไข้จะลดลง แผลในปากและตุ่มน้ำเริ่มแห้งและตกสะเก็ด ผื่นที่มือและเท้าอาจมีการลอกเป็นขุยได้เล็กน้อย เด็กจะเริ่มกลับมารับประทานอาหารและร่าเริงได้ตามปกติ
สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาลูกพบแพทย์ทันที
แม้ว่าโรคมือเท้าปากส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่มีกลุ่มอาการเตือนภัยที่พ่อแม่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หากพบอาการเหล่านี้ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท
- ไข้สูงมากต่อเนื่องเกิน 48 ชั่วโมง หรือไข้ไม่ยอมลดแม้จะให้ยาลดไข้และเช็ดตัวแล้ว
- มีอาการซึมมาก ปลุกตื่นยาก หรือมีอาการซึมสลับกับกระสับกระส่าย
- อาเจียนพุ่งบ่อยครั้ง กินอาหารหรือดื่มน้ำไม่ได้เลย
- หายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็ว หรือมีอาการอกบุ๋ม
- มีอาการชักเกร็ง หรือมีกล้ามเนื้อกระตุกสั่นขณะเคลิ้มหลับ
- มีภาวะขาดน้ำ เช่น ปัสสาวะออกน้อยมากหรือไม่มีปัสสาวะเลยนานเกิน 6 ชั่วโมง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปากแห้งและกระหม่อมบุ๋มในเด็กทารก
วิธีรักษาตามหลักการแพทย์และการดูแลที่บ้าน
การรักษาโรคมือเท้าปากเป็นการรักษาตามอาการ (Symptomatic Treatment) เนื่องจากยังไม่มีon-specific antiviral drug หรือยาต้านไวรัสเฉพาะสำหรับโรคนี้โดยตรง แพทย์จะให้ยาตามอาการเพื่อบรรเทาความทุกข์ทรมานของเด็ก
- ยาลดไข้บรรเทาปวด: ให้รับประทานยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดและน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง (10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง เมื่อมีไข้)
- การดูแลเรื่องแผลในปาก: หากเด็กเจ็บแผลในปากมาก แพทย์อาจพิจารณาให้เจลป้ายแผลในปากเพื่อลดอาการเจ็บปวด หรือยาทาแก้แผลร้อนใน
- การป้องกันภาวะขาดน้ำ: ให้จิบน้ำสะอาดบ่อยๆ หรือดื่มสารละลายเกลือแร่ (ORS) เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป
วิธีทำความสะอาดบ้านและของเล่นเพื่อฆ่าเชื้อไวรัส
เชื้อเอนเทอโรไวรัสมีความคงทนในสิ่งแวดล้อมค่อนข้างสูงและสามารถอยู่บนพื้นผิวได้นาน การทำความสะอาดบ้านและสิ่งของเครื่องใช้จึงเป็นหัวใจสำคัญในการตัดวงจรการแพร่ระบาด
- การทำความสะอาดของเล่น: สำหรับของเล่นพลาสติกหรือยาง ให้ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำยาล้างจานแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จากนั้นนำไปแช่ในสารละลายคลอรีนเจือจางหรือน้ำยาฟอกขาว (โซเดียมไฮโปคลอไรต์) อัตราส่วนที่เหมาะสม แล้วล้างน้ำให้สะอาดและตากแดดให้แห้งสนิท สำหรับของเล่นผ้าควรนำไปซักด้วยน้ำร้อนและอบแห้งด้วยความร้อนสูง
- การทำความสะอาดพื้นผิวและเฟอร์นิเจอร์: เช็ดถูพื้นผิวสัมผัสร่วม เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได โต๊ะ เก้าอี้ และเตียงนอน ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคหรือน้ำยาฟอกขาวเจือจางอย่างน้อยวันละ 1 ถึง 2 ครั้ง
- การจัดการผ้าและเครื่องนอน: นำเสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน และผ้าเช็ดตัวของเด็กป่วยไปซักด้วยน้ำร้อนและผงซักฟอก จากนั้นนำไปตากแดดจัดให้แห้งสนิท
- สุขอนามัยของผู้ดูแล: ผู้ปกครองและผู้ดูแลต้องล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำทุกครั้งหลังสัมผัสตัวเด็ก หลังเปลี่ยนผ้าอ้อม หรือหลังทำความสะอาดสิ่งปฏิกูล
การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว
การป้องกันโรคมือเท้าปากที่ดีที่สุดคือการสร้างสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ดี โดยฝึกให้เด็กล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ ช้อนส้อม และผ้าเช็ดตัว และควรหลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการระบาดของโรค
สรุปขั้นตอนปฏิบัติสำหรับพ่อแม่ในการดูแลลูกติดโรคมือเท้าปาก
- ให้ลูกหยุดเรียนทันทีอย่างน้อย 7 ถึง 14 วันจนกว่าจะหายป่วยและไม่มีเชื้อแพร่กระจาย
- สังเกตอาการอย่างใกล้ชิดและเฝ้าระวังสัญญาณอันตรายทางระบบประสาท
- ดูแลรักษาตามอาการ ให้ยาลดไข้ตามน้ำหนักตัวอย่างเคร่งครัด ห้ามใช้ยาแอสไพริน
- จัดการเตรียมอาหารอ่อนเย็นเพื่อช่วยลดความเจ็บปวดจากแผลในปาก
- ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคสิ่งของเครื่องใช้ ของเล่น และพื้นผิวภายในบ้านอย่างสม่ำเสมอ
- ล้างมือให้สะอาดถูกสุขอนามัยทุกครั้งหลังสัมผัสเด็กหรือสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ