ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เด็กตกน้ำช่วงน้ำท่วม: มหันตภัยร้ายที่มากับสายน้ำและวิธีรับมืออย่างถูกต้อง

สถานการณ์อุทกภัยหรือน้ำท่วมในประเทศไทย มักสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สิ่งน่ากลัวที่สุดที่มาพร้อมกับมวลน้ำมหาศาลคืออุบัติภัยจากการจมน้ำ ซึ่งถือเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่คร่าชีวิตเด็กในประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงที่เด็กๆ ต้องหยุดเรียนและอาศัยอยู่ใกล้บริเวณที่มีน้ำท่วมขัง การรู้เท่าทันอันตรายและการเตรียมพร้อมรับมือจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการปกป้องชีวิตลูกรัก

สถานการณ์และความเสี่ยงของอุบัติภัยจมน้ำในเด็กช่วงน้ำท่วม

ในช่วงฤดูน้ำท่วม สภาพแวดล้อมรอบบ้านจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ที่เคยเป็นสนามหญ้า ถนน หรือท่อระบายน้ำจะถูกกลบด้วยระดับน้ำที่มองไม่เห็นความตื้นลึก เด็กเล็กมักมีความอยากรู้อยากเห็นและขาดทักษะในการประเมินความเสี่ยง ประกอบกับกระแสน้ำเชี่ยวกราก น้ำขุ่นมัวที่มองไม่เห็นใต้น้ำ และตอไม้หรือสิ่งกีดขวางต่างๆ ทำให้ความเสี่ยงที่เด็กจะพลัดตกน้ำและจมน้ำสูงขึ้นหลายเท่าตัว ทารกและเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี จัดเป็นกลุ่มเปราะบางสูงสุด เนื่องจากเพียงแค่น้ำลึกระดับข้อเท้าก็อาจทำให้เด็กสำลักและจมน้ำได้หากล้มลงแล้วไม่สามารถพยุงตัวขึ้นมาได้ทัน

กลไกการเกิดโรคและอันตรายต่อร่างกายเมื่อเด็กจมน้ำ

เมื่อเด็กจมน้ำ ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาตอบสนองทางสรีรวิทยาที่รุนแรงและรวดเร็ว ซึ่งส่งผลต่อระบบอวัยวะสำคัญทั่วร่างกาย โดยมีลำดับเหตุการณ์ดังนี้

    ตกใจและกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะกินเวลาไม่นานนัก สำลักน้ำเข้าสู่ทางเดินหายใจเมื่อร่างกายทนไม่ไหว น้ำจะเข้าไปขัดขวางการแลกเปลี่ยนออกซิเจนในปอด เกิดภาวะขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง (Hypoxia) ส่งผลให้สมอง หัวใจ และอวัยวะภายในขาดเลือดไปเลี้ยง กล่องเสียงหดเกร็ง (Laryngospasm) ในเด็กบางราย ทำให้อากาศไม่สามารถเข้าสู่ปอดได้เลย หัวใจเต้นช้าลงและหยุดเต้นในที่สุดหากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ภาวะน้ำเกือบจม (Near-Drowning) และการสำลักน้ำแม้เพียงเล็กน้อย อาจทำให้เกิดภาวะปอดอักเสบจากการสำลักน้ำหรือภาวะน้ำท่วมปอดตามมาภายหลังได้ ซึ่งอันตรายไม่แพ้การจมน้ำรุนแรง

อาการและสัญญาณอันตราย Red Flags ที่ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลฉุกเฉิน

หากเด็กผ่านเหตุการณ์ตกน้ำหรือเกือบจมน้ำมาได้ แม้ในตอนแรกจะดูเหมือนปกติและไม่มีอาการใดๆ ผู้ปกครองห้ามวางใจเด็ดขาด ต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดต่อเนื่องอย่างน้อย 24 ชั่วโมง โดยสัญญาณอันตรายระดับวิกฤตที่ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที ได้แก่

    หายใจลำบาก หายใจเร็ว หายใจมีเสียงหวีด หรือหน้าอกบุ๋มขณะหายใจ ริมฝีปาก ปลายมือ หรือปลายเท้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ (Cyanosis) ซึมลง ปลุกตื่นยาก หรือหมดสติ ไอเรื้อรัง อาเจียนต่อเนื่อง หรือมีฟองปนเลือดออกมาทางปาก ไข้สูง ตัวร้อน ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในปอดจากน้ำที่ไม่สะอาด พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เช่น สับสน กระสับกระส่าย

วิธีช่วยเหลือชีวิตเด็กเบื้องต้นอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์สากล

เมื่อพบเด็กจมน้ำ การกระทำที่รวดเร็วและถูกวิธีคือสิ่งชี้เป็นชี้ตาย ควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้อย่างมีสติ

    ตะโกนและโยน: หากเด็กยังพอมีสติและอยู่ไม่ไกล ให้ส่งเสียงขอความช่วยเหลือและโยนอุปกรณ์ลอยน้ำให้เด็กจับ เช่น ห่วงยาง เชือก ถังแกลลอนพลาสติกเปล่า ลงไปช่วยด้วยความระมัดระวัง: หากจำเป็นต้องลงไปในน้ำ ผู้ช่วยเหลือต้องมั่นใจว่าตนเองมีความสามารถในการว่ายน้ำและปลอดภัย ไม่เช่นนั้นอาจจมน้ำไปอีกคน นำเด็กขึ้นจากน้ำและประเมินอาการ: วางเด็กราบกับพื้นแห้งที่แข็งและเรียบ ตรวจสอบการหายใจและการตอบสนอง เปิดทางเดินหายใจและการทำซีพีอาร์ (CPR): หากเด็กหมดสติและไม่หายใจ ให้เริ่มทำการกดหน้าอกสลับกับการผ่าปากช่วยหายใจทันทีตามหลักการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน และโทรแจ้งสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามอุ้มเด็กพาดบ่าแล้วเขย่าเพื่อให้น้ำไหลออกเด็ดขาด เพราะวิธีนี้ไม่ได้ช่วยให้น้ำออกจากปอด แต่จะทำให้อเจนในร่างกายลดต่ำลง อาหารในกระเพาะไหลย้อนกลับ และเสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่กระดูกต้นคอ

วิธีรักษาทางการแพทย์ในโรงพยาบาล

เมื่อเด็กถูกนำส่งถึงมือแพทย์ ทีมแพทย์ฉุกเฉินและกุมารแพทย์จะประเมินอาการอย่างละเอียดและให้การรักษาตามความรุนแรงของอาการ ดังนี้

    การให้ออกซิเจนเสริมหรือใส่ท่อช่วยหายใจในรายที่มีภาวะหายใจล้มเหลว การตรวจเอกซเรย์ปอด (Chest X-ray) เพื่อประเมินภาวะน้ำในปอดและการอักเสบ การเจาะเลือดตรวจหาความผิดปกติของเกลือแร่และก๊าซในเลือด การให้ยาปฏิชีวนะหากพบว่ามีการติดเชื้อจากแบคทีเรียปนเปื้อนในน้ำท่วม การเฝ้าระวังอาการในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) สำหรับเด็กที่มีอาการรุนแรง

วิธีป้องกันอุบัติภัยจมน้ำในช่วงน้ำท่วมและการสร้างภูมิคุ้มกันความปลอดภัยระยะยาว

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ ในช่วงเวลาน้ำท่วมครอบครัวที่มีเด็กเล็กต้องเพิ่มมาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

    สร้างแนว1กั้น: ทำคานกั้นประตู หน้าต่าง หรือรั้วรอบบริเวณบ้านที่น้ำท่วมถึงเพื่อป้องกันเด็กคลานหรือเดินออกไปตกลงไปในน้ำ ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา: ห้ามปล่อยให้เด็กอยู่ลำพังใกล้แหล่งน้ำ แม้เพียงเสี้ยววินาทีเดียว สวมใส่อุปกรณ์พยุงตัว: ให้เด็กสวมเสื้อชูชีพที่ได้มาตรฐานตลอดเวลาเมื่อต้องอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม สำรวจและกำจัดแหล่งน้ำขังรอบบ้าน: ปิดฝาถังน้ำ โอ่งน้ำ หรือขุดลอกท่อระบายน้ำให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย สอนทักษะการเอาชีวิตรอดในน้ำ: ส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้ทักษะการว่ายน้ำและการลอยตัวเมื่อเติบโตขึ้นตามเกณฑ์อายุที่เหมาะสม
คำแนะนำจากคุณหมอ: ความปลอดภัยของเด็กในช่วงน้ำท่วมเริ่มต้นจากความตื่นตัวของพ่อแม่ การไม่ประมาทและการจัดสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ปลอดภัยคือเกราะคุ้มครองที่ดีที่สุดสำหรับลูกรัก

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแลในการรับมือเด็กตกน้ำ

สรุปแนวทางปฏิบัติที่พ่อแม่ต้องจำให้ขึ้นใจเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือเพื่อป้องกันอุบัติภัยตกน้ำในช่วงน้ำท่วม:

    จัดทำพื้นที่ปลอดภัยในบ้าน ยกสิ่งของและกั้นบริเวณไม่ให้เด็กเข้าใกล้แหล่งน้ำ มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานเตรียมไว้ เช่น เชือก ห่วงยาง หรือเสื้อชูชีพเด็ก หากเกิดเหตุตกน้ำ ห้ามเขย่าตัวเด็กเด็ดขาด ให้รีบโทรแจ้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉินและทำ CPR หากเด็กไม่หายใจ สังเกตอาการหลังจมน้ำอย่างน้อย 24 ชั่วโมง แม้เด็กจะดูปกติ หากมีอาการซึม หอบเหนื่อย ต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down