ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ภัยเงียบมากับน้ำท่วม โรคติดต่อที่พ่อแม่ต้องระวังเป็นพิเศษสำหรับลูกรัก

ช่วงเวลาที่เกิดอุทกภัยหรือน้ำท่วมขัง นอกจากสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาวิกฤตด้านสาธารณสุขที่เด็กเล็กและทารกมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อเฉียบพลัน เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ ประกอบกับสภาพแวดล้อมที่ไม่ถูกสุขลักษณะ น้ำเน่าขัง สัตว์และแมลงนำโรคที่ชุกชุม รวมถึงความยากลำบากในการเข้าถึงน้ำสะอาด อาหารปลอดภัย และสถานพยาบาล ในฐานะกุมารแพทย์ สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่พ่อผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการสังเกตอาการ เริ่มต้นดูแลรักษาเบื้องต้นอย่างถูกวิธี และรู้ทันสัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาไปพบแพทย์อย่างทันท่วงทีเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจอันตรายถึงชีวิต

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคในเด็กช่วงน้ำท่วม

การเจ็บป่วยในเด็กช่วงน้ำท่วมมักเกิดจากการรับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผ่านทางระบบทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจ หรือการสัมผัสโดยตรงผ่านทางผิวหนังที่มีรอยแผล โดยจำแนกตามกลุ่มโรคหลักดังนี้

  • โรคระบบทางเดินอาหารและโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน: มักเกิดจากเชื้อไวรัส (เช่น Rotavirus, Norovirus) หรือแบคทีเรีย (เช่น E. coli, Salmonella, Shigella) ที่ปนเปื้อนมากับน้ำดื่ม อาหาร หรือมือที่ไม่สะอาด เด็กรับเชื้อเข้าสู่ปากทำให้เกิดการติดเชื้อในลำไส้
  • โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ: เกิดจากการที่เด็กต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่แออัด ศูนย์อพยพ หรือบ้านที่ชื้นแฉะ ทำให้เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza), ไวรัสอาร์เอสวี (RSV) และเชื้อไวรัสอื่นๆ แพร่กระจายละอองฝอยทางอากาศได้อย่างรวดเร็ว
  • โรคติดเชื้อทางผิวหนังและโรคฉี่หนู (Leptospirosis): เกิดจากเชื้อแบคทีเรียเลปโตสไปรา (Leptospira) ที่ปนเปื้อนมากับปัสสาวะของสัตว์ฟันแทะ (เช่น หนู) ที่มากับน้ำท่วม แล้วเข้าสู่ร่างกายทางรอยแผล รอยขีดข่วน หรือเยื่อบุตา ผิวหนังที่แช่น้ำนานๆ ยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อราและแบคทีเรียอื่นๆ เช่น โรคน้ำกัดเท้า
  • โรคไข้เลือดออกและโรคติดเชื้อที่มียุงเป็นพาหะ: น้ำท่วมขังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายชั้นดี ทำให้ความชุกของโรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคชิคุนกุนยา สูงขึ้นตามไปด้วย

อาการสำคัญและระยะของโรคที่ต้องสังเกตอย่างใกล้ชิด

อาการป่วยของเด็กในภาวะน้ำท่วมอาจมีความรุนแรงและลุกลามได้อย่างรวดเร็ว พ่อแม่จึงต้องสังเกตการเปลี่ยนแปลงในแต่ละระยะอย่างใกล้ชิด

ระยะเริ่มแรก

เด็กอาจมีอาการไข้ตัวร้อน น้ำมูกไหล ไอ เจ็บคอ หรือในกลุ่มโรคทางเดินอาหารจะมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายอุจจาระเหลวบ่อยครั้ง งอแงผิดปกติ เพลียมากกว่าปกติ และมีไข้ต่ำถึงสูง

ระยะลุกลามและอาการเด่นชัด

หากเป็นการติดเชื้อไวรัสลงกระเพาะอาหารและลำไส้ อาเจียนและท้องเสียจะรุนแรงขึ้นจนร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ หากเป็นไข้เลือดออก จะมีไข้สูงลอย 2 ถึง 7 วัน ปวดเมื่อยตามตัว หน้าแดง ปวดศีรษะ และอาจมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง หากเป็นโรคฉี่หนู เด็กจะมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะรุนแรง ปวดน่องและกล้ามเนื้ออย่างมาก ตาแดง

ข้อควรระวังทางการแพทย์: เด็กเล็กและทารกมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดภาวะขาดน้ำอย่างรวดเร็วจากการอาเจียนและท้องเสียรุนแรง หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับสารน้ำทดแทน อาจเกิดภาวะช็อก ไตวายเฉียบพลัน และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ภายในเวลาอันสั้น

สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องพบแพทย์ทันที

หากเด็กมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด ต้องพาไปโรงพยาบาลหรือห้องฉุกเฉินทันที

  • ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด: เรียกไม่ค่อยรู้ตัว ปลุกตื่นยาก ไม่สนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัว
  • ภาวะขาดน้ำรุนแรง: ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปากแห้ง แหล่งกระหม่อมบุ๋มลึกในทารก ปัสสาวะออกน้อยมากหรือไม่มีปัสสาวะเลยนานเกิน 6 ถึง 8 ชั่วโมง ผิวหนังเหี่ยวไม่ยืดหยุ่น
  • หายใจผิดปกติ: หายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนอกบุ๋ม ท้องบุ๋ม ปีกจมูกบาน หรือริมฝีปากและเล็บมีสีเขียวคล้ำ
  • ไข้สูงไม่ยอมลด: ไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียส หรือไข้ที่ไม่ตอบสนองต่อยาลดไข้ และมีอาการชักจากไข้
  • อาเจียนพุ่งหรืออาเจียนตลอดเวลา: ไม่สามารถทานอาหารหรือดื่มนมน้ำอะไรได้เลย รวมถึงมีอาการปวดท้องรุนแรงมาก หรือถ่ายอุจจาระเป็นเลือดปน

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาถึงสถานพยาบาล กุมารแพทย์จะดำเนินการวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อระบุชนิดของโรคและประเมินความรุนแรง

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย: แพทย์จะสอบถามประวัติการสัมผัสกับน้ำท่วม อาหารที่รับประทาน ระยะเวลาที่มีอาการ และตรวจร่างกายอย่างละเอียด ฟังเสียงปอด ประเมินระดับความรู้สึกตัว และภาวะขาดน้ำ
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lab Tests): อาจมีการตรวจปัสสาวะและอุจจาระเพื่อหาเชื้อโรค ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count: CBC) เพื่อคัดกรองโรคไข้เลือดออกหรือการติดเชื้อแบคทีเรีย และการตรวจหาเชื้อไวรัสจำเพาะ เช่น ชุดตรวจคัดกรองไข้หวัดใหญ่และไวรัสอาร์เอสวี (Rapid Antigen Test) ตามความเหมาะสม

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์และการดูแลที่บ้าน

การรักษาจะเน้นไปที่การประคับประคองตามอาการและการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง

การให้น้ำเกลือแร่ (ORS)

สำหรับเด็กท้องเสียและอาเจียน การให้สารน้ำเกลือแร่สำหรับเด็ก (Oral Rehydration Salts: ORS) เป็นหัวใจสำคัญที่สุด ค่อยๆ จิบทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป ห้ามให้ดื่มน้ำเปล่าบริสุทธิ์ปริมาณมากๆ ในคราวเดียวหรือน้ำอัดลมเพราะจะทำให้อาการแย่ลง

การเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกวิธี

ใช้น้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องในการเช็ดตัว ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดลูบย้อนรูขุมขน เน้นบริเวณซอกพับ หน้าผาก ซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ เพื่อช่วยระบายความร้อน ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งเช็ดตัวเด็ดขาดเพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัว ระบายความร้อนไม่ได้และอาจทำให้เด็กหนสั่นรุนแรง

โภชนาการที่เหมาะสม

สำหรับทารกยังคงให้ดื่มนมแม่หรือนมสูตรเดิมต่อได้ สำหรับเด็กโตให้รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารมัน หรืออาหารดิบๆ สุกๆ

คำแนะนำจากคุณหมอ: ขนาดยาพาราเซตามอล (Paracetamol) สำหรับลดไข้ในเด็กที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์คือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการไข้ โดยต้องคำนวณตามน้ำหนักตัวจริงของเด็ก ไม่ใช่ตามอายุ และต้องใช้ช้อนตวงหรือกระบอกฉีดยาทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานในการตวงยาเท่านั้น

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ความเชื่อที่ผิดๆ ในการดูแลเด็กป่วยอาจนำไปสู่ภาวะอันตรายถึงชีวิตได้ พ่อแม่ต้องพึงระวังข้อห้ามเหล่านี้อย่างเคร่งครัด

  • ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในเด็กที่มีไข้: โดยเฉพาะในพื้นที่น้ำท่วมที่ยังไม่สามารถตัดโรคไข้เลือดออกหรือไข้หวัดใหญ่ออกไปได้ การใช้ยาแอสไพรินเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ (Reye syndrome) ซึ่งทำให้สมองและตับเสียหายรุนแรงถึงแก่ชีวิต ส่วนไอบูโพรเฟนอาจทำให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหารและเพิ่มความเสี่ยงภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารหรือไตวายในผู้ป่วยไข้เลือดออก
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ให้เด็กทานเอง: โรคในเด็กส่วนใหญ่ในช่วงน้ำท่วม เช่น ท้องเสียจากไวรัส หรือไข้หวัด เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งยาปฏิชีวนะไม่มีผลรักษา การซื้อทานเองนอกจากไม่หายแล้วยังส่งผลให้เกิดเชื้อดื้อยาและอาจเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย
  • ห้ามให้เด็กเดินลุยน้ำท่วมขังด้วยเท้าเปล่า: ต้องสวมรองเท้าบูทยางกันน้ำทุกครั้ง หากมีแผลที่ผิวหนังต้องปิดด้วยพลาสเตอร์กันน้ำและหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำท่วมเด็ดขาด

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อตั้งแต่ต้นทางเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องลูกน้อยในช่วงภัยพิบัติ

  • จัดการน้ำดื่มและอาหารที่ปลอดภัย: ดื่มน้ำสะอาดที่ต้มสุกดีแล้ว หรือน้ำดื่มบรรจุขวดที่ได้มาตรฐาน ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
  • กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงและป้องกันยุงกัด: ทายากันยุงสำหรับเด็ก นอนในมุ้ง และเก็บบภาชนะขังน้ำรอบบ้านเพื่อตัดวงจรยุงลาย
  • รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล: หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปอยู่ในสถานที่แออัด สวมหน้ากากอนามัยเมื่อจำเป็น และหมั่นทำความสะอาดของเล่นและพื้นผิวสัมผัส
  • เสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีน: พาเด็กรับวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมตามกำหนดนัดหมายของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เช่น วัคซีนป้องกันโรคโรตาไวรัส วัคซีนไข้หวัดใหญ่ เพื่อลดความรุนแรงของการติดเชื้อหากได้รับโรค

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

แนวทางปฏิบัติเร่งด่วนที่พ่อแม่สามารถนำไปใช้ได้ทันทีในการดูแลเด็กช่วงน้ำท่วม

  • ยึดหลัก กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และดื่มน้ำต้มสุกเสมอ
  • ห้ามให้เด็กเล่นน้ำท่วมขังเด็ดขาด และหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำเน่าเสีย
  • เตรียมเกลือแร่ (ORS) และยาลดไข้พาราเซตามอล (คำนวณตามน้ำหนักตัว) ติดบ้านไว้เสมอ
  • สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด วัดไข้สม่ำเสมอ และประเมินการขับปัสสาวะของลูก
  • หากเด็กมีอาการซึมลง อาเจียนตลอดเวลา หายใจหอบเหนื่อย หรือขาดน้ำรุนแรง ต้องพาไปโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down