ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

สถานการณ์การแพร่ระบาดและภาพรวมของโรคไข้หวัดใหญ่ในเด็ก

โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในเด็กโคราช เป็นประเด็นสุขภาพที่พ่อแม่ผู้ปกครองในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาและบริเวณใกล้เคียงต้องให้ความตื่นตัวและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวนและการรวมตัวกันของเด็กๆ ในสถานศึกษา ศูนย์เด็กเล็ก และโรงเรียนอนุบาล ส่งผลให้เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza Virus) สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วผ่านทางละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการสัมผัสสิ่งของร่วมกัน โรคนี้ไม่ใช่เพียงแค่ไข้หวัดธรรมดา แต่มีความรุนแรงมากกว่าและสามารถก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงถึงชีวิตได้หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กที่มีระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทารกแรกเกิด และเด็กที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคหอบหืด โรคหัวใจ หรือภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคไข้หวัดใหญ่

เชื้อที่เป็นต้นเหตุคือเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา ซึ่งมีการกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันของมนุษย์ เชื้อไวรัสนี้เข้าสู่ร่างกายผ่านทางเยื่อบุจมูก ตา หรือปาก จากนั้นจะเข้าไปเกาะและทำลายเซลล์เยื่อบุทางเดินหายใจส่วนต้นและส่วนล่าง ทำให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรง ร่างกายจะตอบสนองต่อการติดเชื้อด้วยการหลั่งสารอักเสบที่ทำให้เกิดไข้สูงปวดเมื่อยตามตัว และอ่อนเพลียอย่างรวดเร็ว การติดต่อเกิดขึ้นได้ง่ายมากในสถานที่ปิดที่มีเด็กอยู่รวมกันจำนวนมาก เช่น ห้องเรียนปรับอากาศ รถตู้รับส่งนักเรียน หรือสนามเด็กเล่นในร่ม

อาการสำคัญและระยะเวลาการดำเนินโรค

อาการของเด็กที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่มักจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและมีความรุนแรงมากกว่าไข้หวัดธรรมดา โดยสามารถแบ่งออกเป็นระยะต่างๆ ได้ดังนี้

  • ระยะเริ่มแรก (วันแรกถึงวันที่สอง): มีไข้สูงลอย 39 ถึง 40 องศาเซลเซียสอย่างกะทันหัน หนาสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง อ่อนเพลียมาก เด็กเล็กจะงอแงผิดปกติ ไม่ยอมดูดนม
  • ระยะแสดงอาการเด่นชัด (วันที่สามถึงวันที่ห้า): เริ่มมีอาการทางระบบทางเดินหายใจร่วมด้วย เช่น ไอแห้งๆ เจ็บคอ น้ำใสไหล คัดจมูก บางรายอาจมีอาการอาเจียนหรือท้องเสียร่วมด้วย โดยเฉพาะในเด็กเล็ก
  • ระยะฟื้นตัว (วันที่หกเป็นต้นไป): ไข้จะค่อยๆ ลดลง อาการอ่อนเพลียจะดีขึ้นตามลำดับ แต่อาการไออาจยังหลงเหลืออยู่ได้อีกประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที

พ่อแม่ผู้ปกครองต้องสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิด หากพบอาการเหล่านี้ถือเป็นสัญญาณเตือนภัย (Red Flags) ที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที ห้ามรอดูอาการที่บ้าน

  • ไข้สูงมากกว่า 39 องศาเซลเซียสต่อเนื่องเกิน 3 วัน และไม่ตอบสนองต่อยาลดไข้
  • มีอาการซึมลงปลุกตื่นยาก ไม่ยอมสบตา หรือเพ้อ
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม หรือปีกจมูกบานขณะหายใจ
  • มีอาการชักจากไข้สูง
  • ภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ปากแห้ง แตก ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะไม่ออกหรือมีสีเข้มจัดนานเกิน 6 ชั่วโมง
  • เจ็บแน่นหน้าอก หรือมีเสมหะปนเลือด
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กมีอาการหายใจหอบหรือซึมลง ควรรีบนำส่งห้องฉุกเฉินทันที เพราะอาจเกิดภาวะปอดอักเสบรุนแรงหรือระบบหายใจล้มเหลว ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาถึงสถานพยาบาล กุมารแพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียด รวมถึงประวัติการฉีดวัคซีนและประวัติการสัมผัสผู้ป่วย จากนั้นจะทำการตรวจร่างกาย และอาจพิจารณาตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมด้วยชุดตรวจหาเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเร็ว (Rapid Influenza Diagnostic Test) โดยการป้ายสิ่งส่งตรวจจากโพรงจมูก เพื่อยืนยันชนิดของเชื้อไวรัส และในรายที่มีอาการรุนแรงแพทย์อาจพิจารณาตรวจเลือดหรือเอกซเรย์ปอดเพื่อประเมินภาวะแทรกซ้อนเช่นปอดอักเสบ

วิธีรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคไข้หวัดใหญ่แบ่งออกเป็นการรักษาตามอาการและการใช้ยาต้านไวรัสเฉพาะโรค

  • การใช้ยาต้านไวรัส: หากมาพบแพทย์ภายใน 48 ชั่วโมงแรกที่มีอาการ กุมารแพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัส เพื่อช่วยลดความรุนแรงและระยะเวลาในการเจ็บป่วย
  • การรักษาตามอาการ: ให้ยาลดไข้แก้ปวด ขนาดยาพาราเซตามอลที่ถูกต้องคือน้ำหนักตัว 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเมื่อมีไข้
  • การดูแลที่บ้าน: เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่นเพื่อระบายความร้อน ให้เด็กดื่มน้ำเกลือแร่หรือนมในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ และให้รับประทานอาหารอ่อนที่ย่อยง่าย
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กเด็ดขาดเพื่อลดไข้ เพราะอาจเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการไรย์ซินโดรม (Reye Syndrome) ซึ่งส่งผลให้ตับและสมองอักเสบรุนแรงถึงชีวิต และห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อรับประทานเอง เนื่องจากไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส ไม่ใช่เชื้อแบคทีเรีย การใช้ยาปฏิชีวนะไม่ช่วยรักษาโรคและยังทำให้เกิดเชื้อดื้อยาอีกด้วย

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลเป็นประจำทุกปี โดยแนะนำให้ฉีดได้ตั้งแต่เด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป การล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ การสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่ชุมชน และการหลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการแพร่ระบาด รวมถึงการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลจะช่วยลดความเสี่ยงในการรับเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับผู้ดูแลในการรับมือไข้หวัดใหญ่

  • วัดอุณหภูมิร่างกายเด็กสม่ำเสมอทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง
  • ให้รับประทานยาลดไข้ตามขนาดน้ำหนักตัวที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำอย่างเคร่งครัด
  • เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่นอย่างถูกวิธีเมื่อมีไข้สูง
  • จัดเตรียมอาหารอ่อนย่อยง่ายและให้น้ำดื่มสะอาดหรือเกลือแร่บ่อยๆ
  • สังเกตสัญญาณอันตรายอย่างใกล้ชิดและรีบพบแพทย์ทันทีหากมีอาการซึมหรือหอบเหนื่อย
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down