ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจความจริงเรื่องภาวะหลงผิดและภาพหลอนในวัยเด็ก

ในฐานะกุมารแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก สิ่งหนึ่งที่มักสร้างความตกใจและกังวลใจให้กับพ่อแม่มากที่สุดคือ การที่บุตรหลานของท่านเริ่มพูดจาแปลกๆ บอกเล่าถึงสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง หรือแสดงพฤติกรรมที่หลุดออกจากความเป็นจริง หลายครอบครัวมักมองข้ามโดยคิดว่าเป็นเพียงจินตนาการตามวัย หรือบางครั้งอาจตื่นตระหนกจนเกินเหตุ ภาวะหลงผิด (Delusions) และการเห็นภาพหลอน (Hallucinations) ในเด็กและเยาวชนไม่ใช่เรื่องปกติที่พบได้ทั่วไป และถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญทางระบบประสาทและจิตเวชที่พ่อแม่ต้องให้ความใส่ใจอย่างใกล้ชิด

สถิติทางการแพทย์ระบุว่าอาการทางจิตประสาทในวัยเด็กอาจพบได้ในหลายรูปแบบ และมักมีความเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพกาย สภาวะทางอารมณ์ หรือโรคทางจิตเวชที่กำลังพัฒนา การทำความเข้าใจและสังเกตอาการตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยชีวิตและปกป้องพัฒนาการทางสมองของเด็กก่อนที่อาการจะลุกลามจนยากแก่การรักษา

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคในมุมมองทางการแพทย์

ภาวะหลงผิดและภาพหลอนไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เกิดจากความผิดปกติในระบบการทำงานของสารสื่อประสาทในสมอง (Neurotransmitters) โดยเฉพาะโดปามีน (Dopamine) หรือมีความผิดโครงสร้างและการทำงานของสมองส่วนที่ทำหน้าที่ประมวลผลการรับรู้ความเป็นจริง สาเหตุหลักสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

  • กลุ่มโรคทางกายและระบบประสาท: การติดเชื้อในสมอง (Encephalitis or Meningitis), โรคลมชักบางชนิดโดยเฉพาะโรคลมชักที่เกิดจากสมองกลีบขมับ (Temporal Lobe Epilepsy), ภาวะความดันในกะโหลกศีรษะสูง, เนื้องอกในสมอง, หรือโรคทางพันธุกรรมบางชนิดที่ส่งผลต่อพัฒนาการทางสมอง
  • กลุ่มโรคทางจิตเวช: โรคจิตเภทในวัยเด็ก (Childhood-Onset Schizophrenia - แม้จะพบได้น้อยมากแต่วินิจฉัยได้), โรคซึมเศร้าชนิดรุนแรงที่มีอาการทางจิตร่วมด้วย (Severe Major Depressive Disorder with Psychotic Features), หรือโรคไบโพลาร์
  • ปัจจัยกระตุ้นภายนอกและสารเคมี: การได้รับพิษจากสารเคมีบางชนิด, ผลข้างเคียงจากยาบางประเภท เช่น ยาสเตียรอยด์ขนาดสูง ยาแก้แพ้บางตัว หรือการใช้สารเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น
  • ภาวะทางจิตใจจากความเครียดรุนแรง: การเผชิญกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญอย่างรุนแรง (Trauma), การถูกล่วงละเมิด, หรือภาวะสูญเสียที่ส่งผลให้กลไกการป้องกันตัวเองทางจิตใจพังทลายลงจนเกิดภาวะแตกแยกทางจิต (Psychotic Dissociation)

อาการสำคัญและลักษณะที่พ่อแม่ต้องสังเกต

อาการแสดงของเด็กในแต่ละช่วงวัยอาจมีความแตกต่างกัน โดยมักเริ่มจากความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมเล็กน้อยก่อนจะพัฒนาไปสู่อาการที่ชัดเจน

  • ภาพหลอนทางประสาทสัมผัส (Hallucinations): เด็กอาจบอกว่าได้ยินเสียงคนกระซิบทั้งที่ไม่มีใครอยู่, มองเห็นเงา สัตว์ หรือบุคคลที่คนอื่นมองไม่เห็น, รู้สึกว่ามีตัวแมลงไต่ตามผิวหนัง หรือได้กลิ่นแปลกๆ ที่ไม่มีแหล่งที่มา
  • ความคิดหลงผิด (Delusions): ความเชื่อที่ผิดเพี้ยนแต่มั่นใจอย่างสนิทใจ เช่น เชื่อว่าตนเองมีพลังวิเศษเหนือธรรมชาติ, เชื่อว่ามีคนจ้องทำร้ายหรือวางยาพิษ (Paranoid Delusion), หรือเชื่อว่าตนเองไม่ใช่ลูกของพ่อแม่แท้ๆ
  • การเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมและอารมณ์: พูดคุยคนเดียว ยิ้มหรือหัวเราะคนเดียวอย่างไร้สาเหตุ, หวาดระแวง กลัวสิ่งรอบตัวอย่างไร้เหตุผล, การเรียนตกลงอย่างฉับพลัน, เก็บตัวเงียบ ไม่ยอมสื่อสารกับใคร หรือมีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงผิดปกติ
ข้อควรระวังทางการแพทย์: พ่อแม่ไม่ควรดุด่า ลงโทษ หรือทำลายความน่าเชื่อถือของเด็กด้วยการพูดจาเยาะเย้ยว่าเด็กโกหก เพราะจะทำให้เด็กปิดกั้นตัวเอง หวาดกลัว และเก็บงำอาการไว้จนกว่าอาการจะรุนแรงเกินกว่าจะควบคุมได้

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

หากบุตรหลานของท่านมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ถือเป็นภาวะเร่งด่วนทางการแพทย์ที่ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลและพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นหรือกุมารแพทย์ด้านระบบประสาททันที

  • มีพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง หรือพยายามทำร้ายผู้อื่น รวมถึงการพูดถึงความตายหรือการฆ่าตัวตาย
  • มีอาการทางกายร่วมด้วย เช่น ไข้สูง ซึมมาก ปวดศีรษะรุนแรง อาเจียนพุ่ง หรือมีอาการชักเกร็ง
  • สูญเสียการติดต่อกับความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง ไม่สามารถสื่อสาร ตอบสนอง หรือจดจำบุคคลในครอบครัวได้
  • อาการเกิดขึ้นอย่างกะทันหันและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหรือกี่วัน

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาถึงสถานพยาบาล แพทย์จะทำการประเมินอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เนื่องจากอาการทางจิตอาจมาจากโรคทางกายที่อันตราย ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยประกอบด้วย

  • การซักประวัติอย่างละเอียด: แพทย์จะพูดคุยกับทั้งพ่อแม่และตัวเด็ก เพื่อประเมินลำดับเวลาของอาการ เหตุการณ์กระตุ้น และประวัติสุขภาพจิตในครอบครัว
  • การตรวจร่างกายและระบบประสาท: เพื่อคัดกรองโรคทางกายที่อาจส่งผลต่อสมอง
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ: ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารพิษ การติดเชื้อ หรือความผิดปกติของเกลือแร่
  • การตรวจทางรังสีวิทยาและคลื่นไฟฟ้าสมอง: เช่น การทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT Scan) หรือคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) เพื่อหาความผิดโครงสร้างสมองหรือโรคลมชัก
  • การประเมินโดยจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น: ใช้แบบทดสอบมาตรฐานเพื่อวินิจฉัยโรคทางจิตเวช

วิธีดูแลรักษาและการบำบัดรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาภาวะหลงผิดและภาพหลอนในเด็กต้องอาศัยทีมแพทย์สหวิชาชีพ ประกอบด้วย กุมารแพทย์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น นักจิตวิทยา และนักสังคมสงเคราะห์ แนวทางการรักษาหลักมีดังนี้

  • การรักษาที่สาเหตุหลัก: หากเกิดจากการติดเชื้อ เนื้องอก หรือโรคลมชัก จะต้องทำการรักษาโรคทางกายนั้นๆ โดยเร่งด่วน
  • การใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์: ในกรณีที่มีความผิดปกติของสารสื่อประสาทหรือโรคทางจิตเวช จิตแพทย์อาจพิจารณาใช้ยาต้านโรคจิต (Antipsychotics) ในขนาดที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวและวัยของเด็กอย่างเคร่งครัด
  • การบำบัดทางจิตวิทยา (Psychotherapy): การทำจิตบำบัด เช่น การบำบัดความคิดและพฤติกรรม (CBT) เพื่อช่วยให้เด็กเข้าใจความรู้สึกของตนเอง จัดการกับความกลัว และปรับตัวต่อสถานการณ์ต่างๆ
  • การให้คำปรึกษาแก่ครอบครัว (Family Therapy): พ่อแม่และคนในครอบครัวต้องได้รับการปรับความเข้าใจ วิธีการสื่อสาร และการสร้างสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นปลอดภัยที่บ้าน
คำแนะนำจากคุณหมอ: การรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดและการมานัดหมายพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการป้องกันไม่ให้โรคกำเริบซ้ำ ห้ามปรับลดขนาดยาหรือหยุดยาเองโดยเด็ดขาดแม้ว่าเด็กจะอาการดีขึ้นแล้วก็ตาม

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ในระหว่างที่เด็กกำลังเผชิญกับภาวะนี้ พ่อแม่และผู้ดูแลต้องระมัดระวังในเรื่องสำคัญต่อไปนี้

  • ห้ามโต้เถียงหรือใช้กำลังบังคับให้เด็กเชื่อว่าสิ่งที่เขารับรู้เป็นเรื่องโกหก เพราะจะยิ่งทำให้เด็กหวาดระแวงและสูญเสียความไว้วางใจ
  • ห้ามปล่อยให้เด็กอยู่ลำพังโดยไม่มีผู้ดูแลใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง เช่น ระเบียงสูง หรือบริเวณที่มีของมีคม
  • ห้ามซื้อยาจิตเวช ยานอนหลับ หรือสมุนไพรใดๆ ให้เด็กทานเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจส่งผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อสมองเด็ก
  • ห้ามลงโทษเด็กด้วยความรุนแรงเพราะพฤติกรรมที่ผิดปกติ เนื่องจากเด็กไม่ได้ทำไปโดยเจตนาแต่เกิดจากความเจ็บป่วยทางสมอง

การป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพจิตในระยะยาว

แม้บางสาเหตุจะไม่สามารถป้องกันได้ แต่การสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจและสุขภาพสมองที่ดีสามารถช่วยลดความเสี่ยงได้

  • สร้างบรรยากาศในครอบครัวให้อบอุ่น ปลอดภัย เปิดโอกาสให้เด็กกล้าพูดคุยทุกเรื่องโดยไม่ต้องกลัวถูกตำหนิ
  • สังเกตพฤติกรรมและพัฒนาการของลูกอย่างสม่ำเสมอ หากมีความผิดปกติด้านอารมณ์หรือการเข้าสังคมควรรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่เนิ่นๆ
  • สนับสนุนให้เด็กพักผ่อนอย่างเพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และหลีกเลี่ยงการใช้หน้าจออิเล็กทรอนิกส์มากเกินไปซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบประสาทและการนอนหลับ

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

แนวทางปฏิบัติเร่งด่วนเมื่อพบว่าลูกมีอาการหลงผิดหรือเห็นภาพหลอน:

  • ตั้งสติ รับฟังเด็กด้วยความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจโดยไม่ตัดสิน
  • บันทึกรายละเอียดของอาการ วันเวลา และสิ่งกระตุ้น เพื่อนำไปแจ้งแก่แพทย์
  • หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าหรือโต้เถียงในประเด็นที่เด็กหลงผิด แต่ให้เบี่ยงเบนความสนใจไปยังเรื่องที่ปลอดภัย
  • รีบพาไปพบกุมารแพทย์หรือจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นเพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องรวดเร็วที่สุด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down