ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เจาะลึกอาการเห็นแสงวาบและภาพหลอนทางสายตา: สัญญาณเตือนภัยจากระบบประสาทและสมอง

การมองเห็นสิ่งผิดปกติ เช่น แสงวาบ แสงกะพริบ จุดดำ หรือภาพหลอนที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากความเป็นจริง มักเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่ไมakควรมองข้าม อาการเหล่านี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับปัญหาทางสายตาหรือความผิดปกติของดวงตาเพียงอย่างเดียว แต่ในทางการแพทย์ระบบประสาท (Neurology) อาการ จู่ๆ ก็เห็นแสงวาบหรือภาพหลอนผิดปกติ ถือเป็นหนึ่งในอาการทางระบบประสาทที่สำคัญซึ่งบ่งบอกถึงความผิดปกติของสมองส่วนการมองเห็น (Visual Cortex) หรือกระแสไฟฟ้าในสมองที่ทำงานผิดปกติ การทำความเข้าใจถึงสาเหตุ อาการเตือน และแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันอันตรายที่อาจนำไปสู่ภาวะวิกฤตทางสมอง

กลไกการเกิดโรคและสาเหตุหลักทางระบบประสาท

สมองส่วนที่ทำหน้าที่ประมวลผลภาพที่มองเห็นคือสมองกลีบท้ายทอย (Occipital Lobe) เมื่อเกิดความผิดปกติขึ้นในบริเวณนี้ หรือในโครงสร้างสมองส่วนอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกัน จะทำให้เกิดการส่งสัญญาณไฟฟ้าที่ผิดเพี้ยนไป สาเหตุหลักที่ทำให้ จู่ๆ ก็เห็นแสงวาบหรือภาพหลอนผิดปกติ แบ่งออกได้ดังนี้

  • โรคไมเกรนชนิดมีอาการเตือนทางตา (Migraine with Visual Aura): เกิดจากการหดและขยายตัวของหลอดเลือดในสมองร่วมกับการกระแสไฟฟ้าในเปลือกสมองทำงานผิดปกติชั่วคราว ผู้ป่วยจะเห็นแสงกะพริบ แสงซิกแซก หรือเส้นหยักคล้ายซิกแซก (Fortification Spectrum) ก่อนมีอาการปวดศีรษะ
  • ลมชักบางส่วน (Focal Seizures): เกิดจากการปล่อยกระแสไฟฟ้าส่วนเกินในสมองกลีบท้ายทอย ทำให้ผู้ป่วยมองเห็นแสงสีขาวหรือสีต่างๆ แวบขึ้นมา หรือเห็นภาพหลอนซับซ้อนชั่วขณะ
  • ภาวะหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก (Stroke / Transient Ischemic Attack - TIA): หากเกิดภาวะขาดเลือดไปเลี้ยงสมองส่วนการมองเห็น จะทำให้การมองเห็นผิดปกติอย่างฉับพลัน เช่น เห็นแสงวาบ ลานสายตาแคบลง หรือมองเห็นภาพซ้อน
  • เนื้องอกในสมองหรือรอยโรคในสมอง (Brain Tumors or Lesions): ก้อนเนื้อหรือรอยโรคที่ไปกดทับสมองส่วนการมองเห็น สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการเห็นแสงวาบหรือเห็นภาพผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงได้อย่างต่อเนื่อง

ลักษณะอาการสำคัญและการดำเนินโรค

ลักษณะของการเห็นแสงวาบหรือภาพหลอนจากโรคทางสมองมีความแตกต่างจากปัญหาทางตาโดยทั่วไป โดยมักมีรูปแบบดังนี้

  • ระยะเริ่มต้น: จู่ๆ ก็เห็นแสงวาบ แสงแฟลช หรือจุดแสงสีขาวสว่างจ้า คล้ายแสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูป หรือเห็นเส้นซิกแซกขยายใหญ่ขึ้นกินพื้นที่ลานสายตา อาการมักเป็นอยู่เพียงชั่วครู่ตั้งแต่ไม่กี่นาทีจนถึงหนึ่งชั่วโมง
  • ระยะแสดงอาการเด่นชัด: อาจตามมาด้วยอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง (ในกรณีไมเกรน) หรือมีอาการชาที่ใบหน้าและมือ แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด (ในกรณีโรคหลอดเลือดสมองหรือลมชัก)
  • ระยะฟื้นตัว: เมื่อกระแสไฟฟ้าหรือการไหลเวียนเลือดกลับสู่ภาวะปกติ อาการมองเห็นผิดปกติจะค่อยๆ จางหายไปเอง แต่ทว่าผู้ป่วยอาจรู้สึกอ่อนเพลีย มึนงง หรือปวดศีรษะตามมา
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากอาการเห็นแสงวาบเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ร่วมกับการสูญเสียลานสายตาครึ่งซีก หรือมีอาการชาและอ่อนแรงร่วมด้วย ห้ามรอให้หายเองเด็ดขาด เนื่องจากเป็นสัญญาณเตือนของภาวะหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลันที่ต้องได้รับการรักษาภายในเวลาที่กำหนด (Time Window)

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms)

อาการบางประการร่วมกับการเห็นแสงวาบถือเป็นภาวะวิกฤตทางระบบประสาทที่ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยด่วน ได้แก่

  • มีอาการเห็นแสงวาบร่วมกับใบหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีกอย่างฉับพลัน
  • พูดไม่ชัด พูดไม่รู้เรื่อง หรือไม่เข้าใจคำพูด
  • ปวดศีรษะรุนแรงที่สุดในชีวิตแบบไม่เคยเป็นมาก่อน (Thunderclap Headache)
  • มีอาการชักเกร็ง หมดสติ หรือสับสนมึนงงอย่างรุนแรง
  • สูญเสียการทรงตัว เดินเซ เวียนศีรษะบ้านหมุนอย่างรุนแรง

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการ จู่ๆ ก็เห็นแสงวาบหรือภาพหลอนผิดปกติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทจะดำเนินการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด ดังนี้

  • การซักประวัติและตรวจร่างกายทางระบบประสาท: ตรวจสอบลักษณะของแสงที่มองเห็น ระยะเวลา ความถี่ และอาการร่วมอื่นๆ
  • การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT Scan): เพื่อคัดกรองภาวะเลือดออกในสมอง หรือรอยโรคขนาดใหญ่
  • การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสมอง (MRI Brain): เป็นวิธีที่มีความละเอียดสูงในการตรวจหาความผิดปกติของเนื้อสมอง หลอดเลือดสมอง และรอยโรคขนาดเล็ก
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (Electroencephalography - EEG): เพื่อประเมินคลื่นไฟฟ้าสมองและวินิจฉัยภาวะลมชัก

วิธีดูแลรักษาและการปฏิบัติตนที่ถูกต้อง

การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ตรวจพบโดยแพทย์เฉพาะทาง

  • การรักษาด้วยยา: หากเกิดจากโรคไมเกรน แพทย์จะให้ยาบรรเทาอาการและยาป้องกันไมเกรน หากเกิดจากโรคลมชัก แพทย์จะให้ยากันชักเพื่อควบคุมกระแสไฟฟ้าในสมอง
  • การรักษาโรคหลอดเลือดสมอง: ในกรณีพบภาวะขาดเลือดหรือหลอดเลือดสมองตีบ แพทย์จะให้ยาละลายลิ่มเลือดหรือควบคุมปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตและไขมันในเลือด
  • การดูแลที่บ้าน: หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการไมเกรนหรือความผิดทางระบบประสาท เช่น ความเครียด การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ แสงจ้ากระพริบ และอาหารบางชนิด
คำแนะนำจากคุณหมอ: การจดบันทึกอาการ วันเวลา และลักษณะของแสงวาบที่มองเห็น รวมถึงกิจกรรมที่ทำขณะเกิดอาการ จะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

การป้องกันและการดูแลสุขภาพสมองระยะยาว

การป้องกันความผิดปกติทางสมองสามารถทำได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและดูแลสุขภาพโดยรวม ดังนี้

  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยเจ็ดถึงแปดชั่วโมงต่อวัน
  • ควบคุมโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผัก ผลไม้ และกรดไขมันโอเมก้าสาม
  • ตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down