ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจความหมายที่แท้จริงของอาการประสาทหลอนและภาพหลอน

อาการได้ยินเสียงแว่วและการเห็นภาพหลอนเป็นหนึ่งในอาการแสดงที่สำคัญที่สุดของกลุ่มอาการทางจิตเวช (Psychotic Symptoms) ซึ่งสร้างความตกใจและวิตกกังวลให้แก่ผู้ป่วยและบุคคลใกล้ชิดเป็นอย่างมาก ในทางการแพทย์อาการเหล่านี้จัดอยู่ในกลุ่มอาการโรคจิต (Psychosis) ที่ผู้ป่วยสูญเสียความสามารถในการแยกแยะระหว่างความเป็นจริงกับสิ่งที่จิตใจสร้างขึ้น ความเข้าใจที่ถูกต้องและการเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงทีจึงเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันผลกระทบระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตประจำวันของผู้ป่วย

สถิติทางการแพทย์ระบุว่าประชากรทั่วไปจำนวนไม่น้อยเคยมีประสบการณ์ประสาทหลอนชั่วคราวในช่วงที่เครียดจัด นอนไม่หลับ หรือใช้สารบางชนิด แต่หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งและเริ่มกระทบต่อการใช้ชีวิต การทำงาน หรือความสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้าง นั่นคือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าสมองและระบบประสาทกำลังส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

กลไกและสาเหตุทางการแพทย์ที่ทำให้เกิดอาการ

การเกิดอาการได้ยินเสียงแว่วหรือเห็นภาพหลอนไม่ได้เกิดขึ้นจากเรื่องลี้ลับ แต่เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลางและการทำงานของสารสื่อประสาทในสมอง โดยเฉพาะสารโดปามีน (Dopamine) ที่หลั่งมากเกินไปในบางบริเวณของสมอง ทำให้สมองส่วนที่ทำหน้าที่รับ1. สัมผัสและการแปลผลสัญญาณประสาททำงานผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง

ปัจจัยและสาเหตุหลักที่พบได้บ่อยในทางการแพทย์

  • โรคจิตเภท (Schizophrenia): โรคทางจิตเวชเรื้อรังที่มีความผิดปกติของการทำงานของสมอง ส่งผลให้มีอาการประสาทหลอน หูแว่ว หลงผิด และความคิดกระจัดกระจาย
  • โรคซึมเศร้าชนิดรุนแรงที่มีอาการทางจิต (Major Depressive Disorder with Psychotic Features): ผู้ป่วยที่มีภาวะซึมเศร้ารุนแรงจนอาจเริ่มได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตนเองในแง่ลบ หรือมีความคิดอยากทำร้ายตนเองร่วมด้วย
  • โรคไบโพลาร์ในระยะกำเริบ (Bipolar Disorder): ในช่วงที่ผู้ป่วยมีอารมณ์ดีมากกว่าปกติขั้นสุด (Mania) หรือซึมเศร้าขั้นสุด อาจมีอาการทางจิตร่วมด้วย
  • การใช้สารเสพติดและแอลกอฮอล์ (Substance-Induced Psychosis): การเสพสารเสพติดประเภทกัญชา ยาบ้า สารเคมี หรือการถอนพิษสุราเรื้อรัง (Delirium Tremens) สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการประสาทหลอนอย่างรุนแรงทันที
  • ความเจ็บป่วยทางกายและภาวะทางสมอง: เนื้องอกในสมอง การติดเชื้อในระบบประสาท โรคลมชักบางชนิด ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง หรือโรคทางต่อมไร้ท่อที่ส่งผลต่อการทำงานของสมอง

ลักษณะอาการและลำดับความรุนแรงที่ต้องสังเกต

อาการประสาทหลอนสามารถแบ่งออกเป็นหลายรูปแบบตามประสาทสัมผัสที่ถูกกระตุ้น โดยอาการเริ่มต้นอาจมีความรุนแรงน้อย แต่หากปล่อยทิ้งไว้จะทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับ ดังนี้

  • ระยะเริ่มต้น (Mild Symptoms): ผู้ป่วยอาจเริ่มได้ยินเสียงกระซิบเบาๆ เสียงเรียกชื่อตัวเองในยามวิกาล หรือเห็นเงาเคลื่อนไหวหางตาชั่วขณะ ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังพอมีสติและสงสัยว่าตนเองคิดไปเองหรือไม่
  • ระยะเด่นชัด (Moderate Symptoms): เสียงแว่วเริ่มชัดเจนขึ้น อาจเป็นเสียงพูดคุยโต้ตอบ เสียงสั่งการให้ทำสิ่งต่างๆ หรือเห็นภาพหลอนที่ชัดเจน เช่น เห็นคนยืนอยู่ตรงมุมห้อง เห็นสัตว์หรือแมลงที่ไม่มีอยู่จริง
  • ระยะวิกฤต (Severe Symptoms): ผู้ป่วยสูญเสียความสามารถในการควบคุมตนเอง เชื่อสนิทใจว่าสิ่งที่ได้ยินและเห็นเป็นเรื่องจริง มีพฤติกรรมหวาดระแวง หวาดกลัว แยกตัว หรือแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวตามคำสั่งของเสียงแว่ว
สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องรีบพาพบจิตแพทย์หรือห้องฉุกเฉินทันที:
  • ได้ยินเสียงแว่วสั่งการให้ทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น
  • มีพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง พยายามฆ่าตัวตาย หรือมีความคิดทำร้ายคนรอบข้าง
  • หวาดระแวงอย่างรุนแรง คิดว่าจะมีคนมาทำร้าย วางยาพิษ หรือปองร้ายตลอดเวลา
  • พูดจาไม่รู้เรื่อง สับสน สูญเสียการรับรู้เวลาและสถานที่อย่างฉับพลัน
  • มีอาการทางกายร่วมด้วย เช่น ไข้สูง ชักเกร็ง หรือซึมลง ซึ่งอาจเกิดจากภาวะทางสมองเฉียบพลัน

กระบวนการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

การวินิจฉัยอาการทางจิตจำเป็นต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ได้แก่ จิตแพทย์ หรือกุมารแพทย์ด้านจิตเวชในกรณีที่เป็นเด็กและวัยรุ่น โดยมีขั้นตอนมาตรฐานทางการแพทย์ดังนี้

  • การซักประวัติอย่างละเอียด: แพทย์จะสอบถามลักษณะของอาการ ระยะเวลาที่เริ่มเป็น ปัจจัยกระตุ้น รวมถึงประวัติการเจ็บป่วยทางกายและประวัติการใช้สารเสพติด
  • การตรวจสภาพจิต (Mental Status Examination): ประเมินกระบวนการคิด อารมณ์ การรับรู้ และการทดสอบความเป็นจริงของผู้ป่วย
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการและการตรวจพิเศษ: เพื่อคัด-กรองสาเหตุทางกาย เช่น การตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด การตรวจระดับเกลือแร่ และการตรวจเอกซเรย์สมอง (MRI หรือ CT Scan) ในกรณีที่สงสัยว่ามีความผิดปกติทางโครงสร้างสมอง

วิธีรักษาและดูแลผู้ป่วยตามหลักการแพทย์

การรักษาอาการทางจิตต้องทำอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยผสมผสานระหว่างการรักษาด้วยยาและการบำบัดทางจิตวิทยา

การรักษาด้วยยา (Pharmacotherapy)

แพทย์จะพิจารณาจ่ายยาต้านโรคจิต (Antipsychotic Medications) เพื่อช่วยปรับสมดุลของสารสื่อประสาทในสมอง ทำให้สารโดปaminกลับคืนสู่ภาวะปกติ ซึ่งช่วยลดอาการหูแว่ว ภาพหลอน และอาการหวาดระแวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ป่วยต้องรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอตามแพทย์สั่ง ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาดแม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้ว

จิตบำบัดและการฟื้นฟูสมรรถภาพ (Psychotherapy & Rehabilitation)

การทำจิตบำบัดรายบุคคลหรือกลุ่ม เช่น การบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม (CBT) จะช่วยให้ผู้ป่วยเรียนรู้ที่จะรับมือกับอาการของตนเอง ปรับความคิดที่ผิดเพี้ยน และป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ นอกจากนี้การสนับสนุนจากครอบครัวและการฝึกทักษะทางสังคมจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ

คำแนะนำจากคุณหมอสำหรับผู้ดูแล:

การดูแลผู้ป่วยที่มีอาการประสาทหลอนต้องอาศัยความเข้าใจและความใจเย็นอย่างมาก ผู้ดูแลไม่ควรโต้เถียงหรือปฏิเสธความจริงของผู้ป่วยอย่างรุนแรง เช่น การบอกว่าไม่มีเสียงหรือไม่มีภาพนั้น เพราะผู้ป่วยรับรู้สิ่งนั้นจริงๆ สิ่งที่ควรทำคือรับฟังด้วยความสงบ แสดงความเข้าใจในความกลัวหรือความทุกข์ที่ผู้ป่วยได้รับ และรีบพาไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องโดยเร็วที่สุด

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

  • ห้ามปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด: การคิดว่าอาการจะหายไปเองอาจทำให้โรคดำเนินไปจนถึงขั้นรุนแรงและเกิดอันตรายต่อชีวิต
  • ห้ามให้ผู้ป่วยใช้สารเสพติดหรือแอลกอฮอล์เด็ดขาด: สารเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นให้อาการทางจิตกำเริบและรุนแรงยิ่งขึ้น
  • ห้ามปรับลดขนาดยาหรือหยุดยาเอง: การหยุดยาเองเสี่ยงต่อการกลับมาเป็นซ้ำ (Relapse) ซึ่งมักมีความรุนแรงมากกว่าเดิม

วิธีการป้องกันและการดูแลสุขภาพสมองระยะยาว

แม้โรคทางจิตเวชบางชนิดจะมีปัจจัยทางพันธุกรรม แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและเสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดีได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยเจ็ดถึงแปดชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้สมองได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
  • บริหารความเครียดด้วยวิธีที่เหมาะสม เช่น การออกกำลังกาย การทำสมาธิ หรือการหากิจกรรมผ่อนคลาย
  • หลีกเลี่ยงการใช้สารเสพติด กัญชา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
  • สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง และกล้าที่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อรู้สึกว่าเผชิญกับความเครียดเกินกว่าจะรับไหว

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแล

หากคุณหรือคนใกล้ชิดเริ่มมีอาการได้ยินเสียงแว่ว เห็นภาพหลอน หรือมีความคิดหวาดระแวง โปรดปฏิบัติตามขั้นตอนนี้ทันที

  • สังเกตอาการรอบตัวและความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นอันดับแรก
  • หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าหรือการใช้อารมณ์ในการพูดคุย
  • รีบพาไปพบจิตแพทย์หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่โรงพยาบาลใกล้บ้านทันที
  • ปฏิบัติตามแผนการรักษาของแพทย์อย่างเคร่งครัดและไปตามนัดทุกครั้ง
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down