ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกเห็นคนแปลกหน้าทั้งที่ไม่มีใครอยู่ เหตุการณ์ที่ทำให้พ่อแม่ใจหาย

การที่เด็กเล็กบอกว่ามองเห็นบุคคลอื่นที่ไม่มีตัวตน หรือที่ผู้ใหญ่มักเรียกว่าการเห็นผีหรือเห็นคนแปลกหน้าในมุมห้อง เป็นสถานการณ์ที่สร้างความตื่นตระหนกและวิตกกังวลให้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองเป็นอย่างมาก ในฐานะกุมารแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก สิ่งแรกที่อยากบอกให้พ่อแม่ทุกท่านคลายความกังวลคือ ในเด็กส่วนใหญ่แล้ว พฤติกรรมหรือคำพูดเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติทางจิตเวชหรือโรคร้ายแรงเสมอไป แต่อาจเป็นกระบวนการตามธรรมชาติของพัฒนาการทางสมอง จินตนาการ หรือความกลัวในรูปแบบต่างๆ ที่เด็กวัยกำลังเติบโตมักแสดงออกมา อย่างไรก็ตาม การแยกแยะระหว่างจินตนาการอันบริสุทธิ์ของวัยเด็กกับอาการเจ็บป่วยทางจิตเวชหรือทางกายที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน เป็นทักษะที่พ่อแม่ทุกคนควรทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ เพื่อไม่ให้เป็นการละเลยสัญญาณเตือนที่สำคัญ

กลไกทางสมองและสาเหตุที่ทำให้เด็กมองเห็นสิ่งที่ไม่

เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องตามหลักการทางการแพทย์ การที่เด็กคนหนึ่งบอกว่าเห็นคนแปลกหน้าหรือสิ่งของที่ไม่มีอยู่จริง สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยตั้งแต่วิทยาศาสตร์พัฒนาการไปจนถึงความผิดปรกติของระบบประสาทและจิตใจ โดยแบ่งสาเหตุหลักออกเป็นกลุ่มต่างๆ ดังนี้

  • จินตนาการและเพื่อนในจินตนาการ (Imaginary Friends): ในเด็กช่วงวัยสามถึงหกปี เป็นช่วงที่สมองส่วนหน้าและระบบความคิดสร้างสรรค์พัฒนาอย่างก้าวกระโดด เด็กมีความสามารถในการสร้างเรื่องราวและตัวละครขึ้นมาในหัวได้อย่างสมจริง บางครั้งตัวละครนั้นมีความชัดเจนในสายตาของเด็กจนพวกเขารู้สึกว่ามีตัวตนจริงๆ ซึ่งถือเป็นพัฒนาการทางจิตวิทยาที่ปกติ
  • ภาพหลอนจากความเหนื่อยล้าหรือการนอนหลับ (Hypnagogic and Hypnopompic Hallucinations): เป็นปรากฏการณ์ทางระบบประสาทที่เกิดขึ้นในช่วงรอยต่อระหว่างการนอนหลับและการตื่น เด็กอาจเห็นเงา เสียง หรือบุคคลในห้องนอนช่วงที่กำลังจะหลับหรือเพิ่งตื่นนอน ซึ่งเกิดจากการทำงานของสมองในระยะการนอนหลับแบบเคลื่อนไหวของดวงตาอย่างรวดเร็ว (Rapid Eye Movement Sleep) และมักไม่ใช่โรค
  • ความกลัวและความวิตกกังวล (Anxiety and Fear): จิตใจของเด็กเมื่อมีความกลัวความมืด ความเหงา หรือความเครียดจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น การย้ายบ้าน การเปลี่ยนโรงเรียน หรือปัญหาในครอบครัว สมองจะตีความเงา แสงไฟ หรือวัตถุในห้องให้กลายเป็นรูปร่างของคนแปลกหน้าเพื่อตอบสนองต่อสัญชาตญาณการเอาตัวรอด
  • ความผิดปกติทางกายและระบบประสาท (Neurological and Medical Conditions): ในกรณีที่พบได้น้อยแต่มีความสำคัญมาก อาการเห็นภาพหลอนอาจเกิดจากโรคทางกาย เช่น โรคลมชักบางชนิดที่เกิดบริเวณสมองส่วนขมับ อาการไข้สูงมากจนเพ้อ ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เนื้องอกในสมอง หรือความผิดปกติของการมองเห็นและการได้ยิน
  • ความเจ็บป่วยทางจิตเวชในเด็ก (Childhood Psychopathology): โรคทางจิตเวช เช่น โรคจิตเภทในเด็ก หรือโรคซึมเศร้าที่มีอาการทางจิตร่วมด้วย แม้จะพบได้น้อยมากในเด็กเล็ก แต่สามารถพบได้ในเด็กโตและวัยรุ่น ซึ่งมักมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วยอย่างชัดเจน

อาการและสัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms)

แม้ว่าบ่อยครั้งอาการนี้จะเป็นเพียงจินตนาการ แต่หากมีลักษณะร่วมบางประการ พ่อแม่จะต้องตระหนักว่านี่ไม่ใช่เรื่องปกติและควรพาไปพบกุมารแพทย์หรือจิตแพทย์เด็กโดยเร็วที่สุด สัญญาณอันตรายที่ต้องเฝ้าระวังประกอบด้วย:

  • เด็กพูดคุยโต้ตอบกับบุคคลที่ไม่มีอยู่จริงอย่างต่อเนื่องยาวนานตลอดทั้งวัน จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การเรียน และการเล่น
  • มีพฤติกรรมหวาดระแวง กลัวการถูกทำร้าย หวาดกลัวผู้คนรอบตัวอย่างไม่มีเหตุผล
  • มีอาการทางประสาทสัมผัสด้านอื่นร่วมด้วย เช่น ได้ยินเสียงกระซิบที่คนอื่นไม่ได้ยิน หรือรู้สึกว่ามีคนมาสัมผัสร่างกายทั้งที่ไม่มีใครอยู่
  • พฤติกรรมถดถอยอย่างรุนแรง เช่น กลับมาปัสสาวะรดที่นอน สูญเสียทักษะการพูดที่เคยทำได้แล้ว
  • มีอาการชัก เกร็ง เหม่อลอย หรือมีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย
  • มีปัญหาการนอนหลับอย่างรุนแรง ฝันร้ายซ้ำๆ นอนไม่หลับติดต่อกันหลายคืนจนร่างกายอ่อนเพลีย
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามดุด่า ลงโทษ หรือทำให้เด็กอับอายเมื่อเขาบอกว่าเห็นคนแปลกหน้า เพราะการตอบสนองที่รุนแรงจะทำให้เด็กเกิดความหวาดกลัว ปิดบังความรู้สึก และอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตระยะยาว พ่อแม่ควรรับฟังด้วยความสงบและสังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อพาเด็กมาพบแพทย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะมีกระบวนการประเมินอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง โดยเริ่มจากการซักประวัติพฤติกรรม พัฒนาการ บริบทครอบครัว และเหตุการณ์กระตุ้นต่างๆ จากนั้นจะทำการตรวจร่างกายทั่วไป และหากมีความจำเป็น แพทย์อาจพิจารณา ส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (Electroencephalography) หากสงสัยภาวะลมชัก การตรวจเลือดเพื่อหาความผิดปกติทางเมตาบอลิก หรือการส่งต่อให้จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นทำการประเมินเชิงลึกทางด้านจิตวิทยา

วิธีดูแลและรับมือที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การจัดการกับสถานการณ์ที่ลูกมองเห็นคนแปลกหน้าต้องอาศัยความเข้าใจ ความใจเย็น และท่าทีที่มั่นคงจากผู้ปกครอง แนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องมีดังนี้:

  • ตั้งสติและรับฟังด้วยความเข้าใจ: แสดงให้ลูกรู้ว่าเขาสามารถเล่าทุกอย่างให้ฟังได้โดยไม่ต้องกลัวโดนดุ สอบถามด้วยความนุ่มนวล เช่น ตรงนั้นมีใครเหรอจ๊ะ ลูกรู้สึกอย่างไรกับเขาบ้าง
  • ตรวจสอบสภาพแวดล้อมร่วมกัน: พาเด็กเดินไปดูจุดที่เขาบอกว่าเห็นคนแปลกหน้า เปิดไฟให้สว่าง ชี้ให้เห็นว่าเงาหรือสิ่งของชิ้นนั้นคืออะไร เช่น เสื้อผ้าที่แขวนไว้ หรือเงาของต้นไม้ เพื่อช่วยให้เด็กปรับความเข้าใจทางสายตาและความคิด
  • สร้างความมั่นคงทางจิตใจ: ให้ความอบอุ่น กอด และยืนยันว่าเด็กมีความปลอดภัยอยู่ในความดูแลของพ่อแม่เสมอ
  • ปรับสุขนิสัยการนอนให้เหมาะสม: จัดเวลานอนให้เป็นเวลา ลดการดูหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอนอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง เพื่อป้องกันความเหนื่อยล้าของสมองที่อาจก่อให้เกิดภาพหลอนขณะเคลิ้มหลับ
คำแนะนำจากคุณหมอ: หากพ่อแม่ไม่แน่ใจว่าอาการของลูกเป็นเพียงจินตนาการทั่วไปหรือเริ่มมีแนวโน้มผิดปกติ ให้บันทึกพฤติกรรม วันเวลา และคำพูดของลูกไว้อย่างสม่ำเสมอ ข้อมูลเหล่านี้จะมีประโยชน์อย่างมากเมื่อนำมาปรึกษากับแพทย์เพื่อให้วินิจฉัยได้อย่างแม่นยำ

การป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพจิตในเด็ก

การป้องกันปัญหาทางด้านพฤติกรรมและอารมณ์ในเด็กเริ่มต้นจากการสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและปลอดภัยภายในครอบครัว พ่อแม่ควรส่งเสริมให้เด็กได้ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ ออกกำลังกายกลางแจ้ง และมีการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับเพื่อนฝูงในวัยเดียวกันอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ การจำกัดเวลาในการใช้อุปกรณ์หน้าจอและการรับสื่อที่ไม่เหมาะสมกับวัย จะช่วยลดความเสี่ยงที่เด็กจะเกิดความกลัวหรือเก็บนำเอาเรื่องราวจากสื่อมาจินตนาการจนเกิดความวิตกกังวลได้

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

  • ตั้งสติ ห้ามดุด่าหรือล้อเลียนความกลัวของเด็ก
  • รับฟังและตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็กเพื่อหาที่มาของเงาหรือภาพที่เด็กเห็น
  • สังเกตความถี่และความรุนแรงของอาการว่าส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตหรือไม่
  • เฝ้าระวังกลุ่มอาการเสี่ยงอันตราย เช่น อาการชัก ซึมลง หรือพฤติกรรมหวาดระแวงรุนแรง
  • รีบพากุมารแพทย์หรือจิตแพทย์เด็กประเมินอาการทันทีหากพบสัญญาณเตือนที่ผิดปกติ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down