ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

อาการหลอนจากการใช้สารเสพติดคืออะไรและความสำคัญทางการแพทย์

อาการหลอนจากการใช้สารเสพติด (Substance-Induced Psychotic Disorder or Hallucinations) ถือเป็นภาวะวิกฤตทางจิตเวชและระบบประสาทที่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างเร่งด่วน ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อฤทธิ์ของสารเสพติดเข้าไปรบกวนการทำงานของสารสื่อประสาทในสมอง ส่งผลให้ผู้ป่วยสูญเสียความสามารถในการแยกแยะระหว่างความจริงกับสิ่งที่สมองสร้างขึ้นมาเอง การทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไก อาการเตือน และวิธีการรับมือที่ถูกต้อง จึงเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยเหลือผู้ป่วยให้ปลอดภัยและกลับคืนสู่สังคมได้อย่างยั่งยืน

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการหลอนทางระบบประสาท

สารเสพติดทุกชนิดมีฤทธิ์โดยตรงต่อระบบประสาทส่วนกลาง (Central Nervous System) โดยเฉพาะสารสื่อประสาทประเภทโดปามีน (Dopamine) และเซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมความคิด อารมณ์ และการรับรู้ เมื่อสารเสพติดหลั่งสารเหล่านี้ออกมามากเกินไป หรือไปขัดขวางการทำงานตามปกติ จะทำให้สมองเกิดการแปรปรวนอย่างรุนแรง

ประเภทของสารเสพติดที่มักก่อให้เกิดอาการหลอน

  • แอมเฟตามีนและยาบ้า (Amphetamines and Methamphetamines): กระตุ้นระบบประสาทอย่างรุนแรง ทำให้เกิดอาการหวาดระแวง หูแว่ว และเห็นภาพหลอนได้อย่างชัดเจน
  • กัญชาและสารสังเคราะห์ (Cannabis and Synthetic Cannabinoids): ในปริมาณมากหรือในผู้ที่มีความเปราะบางทางพันธุกรรม สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการประสาทหลอนและวิตกกังวลอย่างรุนแรง
  • โคเคน (Cocaine): ทำให้เกิดอาการหลอนทางสัมผัส เช่น รู้สึกเหมือนมีแมลงไต่ตามผิวหนัง (Coke bugs)
  • แอลกอฮอล์และสารกดประสาท (Alcohol and Depressants): อาการขาดสุราอย่างรุนแรง (Delirium Tremens) สามารถทำให้เกิดอาการเห็นภาพหลอนที่น่ากลัวและมีอาการทางกายร่วมด้วย

อาการสำคัญและระยะของการเกิดภาวะทางจิตเวช

การแสดงออกของอาการหลอนสามารถแบ่งออกเป็นระยะเพื่อให้ผู้ดูแลสังเกตความผิดปกติได้อย่างแม่นยำ ดังนี้

ระยะเริ่มแรก

ผู้ป่วยเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด นอนไม่หลับติดต่อกันหลายวัน มีความวิตกกังวลสูง หวาดระแวงคนรอบข้าง เริ่มพูดคนเดียว ยิ้มคนเดียว หรือแสดงท่าทางเหมือนกำลังฟังเสียงบางอย่างที่คนอื่นไม่ได้ยิน

ระยะอาการเด่นชัด

เป็นช่วงที่อาการหลอนแสดงออกอย่างรุนแรง ผู้ป่วยอาจมีอาการหูแว่ว (Auditory Hallucinations) ได้ยินเสียงคนมาสั่งการหรือนินทา มีอาการภาพหลอน (Visual Hallucinations) มองเห็นสิ่งของหรือบุคคลที่ไม่ ีอยู่จริง และมีความเชื่อที่ผิดเพี้ยนอย่างฝังหัว (Delusions) เช่น คิดว่ามีคนปองร้ายหรือถูกติดตามสะรกาย

ระยะวิกฤตและสูญเสียการควบคุม

เป็นระยะที่อันตรายที่สุด ผู้ป่วยอาจแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว ทำร้ายตนเอง หรือทำร้ายผู้อื่นเนื่องจากความหวาดกลัวจากสิ่งที่ตนเองรับรู้ สมองสูญเสียความสามารถในการควบคุมยับยั้งชั่งใจอย่างสิ้นเชิง

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามปล่อยให้ผู้ป่วยในระยะวิกฤตอยู่ตามลำพัง และห้ามโต้เถียงหรือพยายามพิสูจน์ว่าสิ่งที่ผู้ป่วยเห็นหรือได้ยินนั้นไม่เป็นความจริง เพราะจะยิ่งทำให้ผู้ป่วยเกิดความหวาดระแวงและก้าวร้าวมากขึ้น

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาพบแพทย์ทันที

หากผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ถือเป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

  • พฤติกรรมรุนแรง: มีแนวโน้มทำร้ายตนเอง สมาชิกในครอบครัว หรือบุคคลรอบข้าง
  • อาการสับสนอย่างหนัก: ไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ไหน ไม่รู้จักบุคคลรอบข้าง หรือมีอาการเพ้อคลั่ง
  • อาการทางกายร่วมด้วย: หัวใจเต้นเร็วมาก แน่นหน้าอก ชักเกร็ง หรือมีไข้สูงร่วมกับอาการทางจิต
  • ภาวะซึมเศร้าขั้นวิกฤต: มีความคิดหรือความพยายามฆ่าตัวตายเนื่องจากทนกับเสียงหลอนไม่ไหว

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยเข้าสู่สถานพยาบาล แพทย์และทีมสหวิชาชีพจะดำเนินการประเมินอย่างละเอียดเพื่อวางแผนรักษา

  • การซักประวัติและประเมินทางจิตเวช: แพทย์จะพูดคุยเพื่อประเมินสภาพจิตใจและประวัติการใช้สารเสพติด (หากผู้ป่วยหรือญาติให้ข้อมูลได้)
  • การตรวจร่างกายและระบบประสาท: เพื่อแยกแยะว่าอาการหลอนเกิดจากสารเสพติด โรคทางกาย หรือโรคทางจิตเวชอื่นๆ
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ: การตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด (Urine Drug Screen) และการตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของอวัยวะภายในและระดับสารเคมีในร่างกาย

วิธีดูแลรักษาและการบำบัดที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาอาการหลอนจากการใช้สารเสพติดแบ่งออกเป็นขั้นตอนสำคัญ ดังนี้

การรักษาในภาวะฉุกเฉิน

แพทย์จะให้การรักษาเพื่อควบคุมอาการทางจิตที่รุนแรงและความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นอันดับแรก อาจมีการใช้ยาลดอาการทางจิต (Antipsychotic Medications) ในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อสงบสดและลดความหวาดระแวง พร้อมทั้งดูแลภาวะแทรกซ้อนทางกาย เช่น การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำหากมีภาวะขาดน้ำ

การบำบัดรักษาอาการติดสารเสพติดระยะยาว

เมื่ออาการทางจิตทุเลาลงแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้าสู่กระบวนการบำบัดยาเสพติดอย่างครบวงจร ซึ่งประกอบด้วยการบำบัดทางร่างกาย (Detoxification) และการฟื้นฟูจิตใจ (Rehabilitation) ผ่านกระบวนการจิตบำบัด (Psychotherapy) และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

คำแนะนำจากคุณหมอ: การรักษาอาการหลอนจากสารเสพติดไม่สามารถจบลงได้เพียงแค่การให้ยาแก้หลอนระยะสั้น การบำบัดทางจิตใจและการสนับสนุนจากครอบครัวคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ซ้ำ

สิ่งที่ควรทำและสิ่งที่ไม่ควรทำในการรับมือผู้ป่วย

ผู้ดูแลมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการจัดการกับสถานการณ์เฉพาะหน้า

  • สิ่งที่ควรทำ: พูดคุยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและหนักแน่น แสดงความเข้าใจในความรู้สึกกลัวของผู้ป่วย จัดสิ่งแวดล้อมให้สงบ ปราศจากสิ่งกระตุ้นที่อาจทำให้หวาดระแวงเพิ่มขึ้น และรีบประสานงานเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์
  • สิ่งที่ไม่ควรทำ: ห้ามใช้ความรุนแรง ห้ามตะคอก ห้ามโกหกหลอกลวงผู้ป่วย และห้ามปล่อยให้ผู้ป่วยถือสิ่งของมีคมหรือเข้าถึงบริเวณที่อาจเป็นอันตราย

การป้องกันและการฟื้นฟูระยะยาว

การป้องกันการเกิดอาการหลอนซ้ำทำได้โดยการตัดขาดจากสารเสพติดอย่างเด็ดขาด การสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ การหากิจกรรมที่สร้างสรรค์ทดแทน และการสร้างสภาพแวดล้อมในครอบครัวที่อบอุ่นและเข้าใจ พร้อมทั้งการติดตามอาการกับจิตแพทย์อย่างต่อเนื่องตามนัดหมาย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down