ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

พันธุกรรมพ่อแม่เป็นเบาหวาน ลูกอ้วนขึ้นจะเสี่ยงเป็นโรคนี้ด้วยหรือไม่และต้องตรวจคัดกรองอย่างไร

โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) เป็นปัญหาสุขภาพเรื้อรังที่พบได้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ ในเด็กและวัยรุ่นยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงจากพันธุกรรมและพฤติกรรมการใช้ชีวิต เมื่อพ่อหรือแม่มีประวัติเป็นโรคเบาหวาน ความกังวลใจมักจะตกมาอยู่ที่ลูกหลานว่าจะมีโอกาสรับมรดกทางพันธุกรรมนี้มาด้วยหรือไม่ ยิ่งในปัจจุบันที่ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนในเด็ก (Childhood Obesity) มีอัตราสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ ยิ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญที่ทำให้ความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่สองในเด็กเพิ่มสูงขึ้นอย่างทวีคูณ การทำความเข้าใจกลไกการเกิดโรค สัญญาณเตือน และแนวทางการตรวจคัดกรองที่ถูกต้อง จึงเป็นเกราะป้องกันชีวิตที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็กทุกคนในครอบครัวที่มีความเสี่ยง

กลไกการเกิดโรคเบาหวานและความเชื่อมโยงระหว่างพันธุกรรมกับน้ำหนักตัว

เพื่อความเข้าใจที่ถ่องแท้ เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าโรคเบาหวานในเด็กส่วนใหญ่แบ่งออกเป็นโรคเบาหวานชนิดที่หนึ่ง (Type 1 Diabetes Mellitus) ซึ่งเกิดจากภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์ตับอ่อน และโรคเบาหวานชนิดที่สอง (Type 2 Diabetes Mellitus) ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับพันธุกรรมและวิถีชีวิต เมื่อพ่อหรือแม่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่สอง เด็กจะได้รับปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมที่ทำให้ตับอ่อนทำงานบกพร่องในการผลิตอินซูลิน หรือทำให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งเรียกว่าภาวะดื้อต่ออินซูลิน (Insulin Resistance)

เมื่อเด็กที่มีพันธุกรรมเสี่ยงนี้เริ่มมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจนเข้าเกณฑ์ภาวะอ้วน ไขมันส่วนเกินโดยเฉพาะไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) จะหลั่งสารเคมีและฮอร์โมนที่ขัดขวางการทำงานของอินซูลินมากยิ่งขึ้น ทำให้ร่างกายต้องผลิตอินซูลินออกมามากขึ้นเพื่อพยายามควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เมื่อตับอ่อนต้องทำงานหนักเป็นเวลานานจนกระทั่งไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอก็จะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นจนกลายเป็นโรคเบาหวานในที่สุด ดังนั้นคำถามที่ว่า พันธุกรรมพ่อแม่เป็นเบาหวาน ลูกอ้วนขึ้นจะเสี่ยงเป็นโรคนี้ด้วยหรือไม่ คำตอบคือมีความเสี่ยงสูงมากและสูงกว่าเด็กทั่วไปหลายเท่าตัว

คำแนะนำจากคุณหมอ: ภาวะดื้อต่ออินซูลินในเด็กที่อ้วนและมีพันธุกรรมเบาหวาน มักจะเริ่มต้นเงียบๆ โดยไม่มีอาการแสดงใดๆ นานหลายปีก่อนที่จะตรวจพบระดับน้ำตาลในเลือดสูง การควบคุมน้ำหนักตัวตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นการตัดวงจรการเกิดโรคที่ดีที่สุด

อาการและสัญญาณเตือนอันตรายที่บ่งบอกว่าเด็กเริ่มมีความผิดปกติของระดับน้ำตาล

ในระยะเริ่มต้นของภาวะน้ำตาลในเลือดสูง เด็กส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ ทำให้พ่อแม่ชะล่าใจ จนกระทั่งโรคเริ่มลุกลามมากขึ้นจึงเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย อาการสำคัญที่ควรสังเกตอย่างใกล้ชิดมีดังนี้

  • กระหายน้ำมากกว่าปกติ ดื่มน้ำบ่อยและดื่มในปริมาณมากอย่างผิดสังเกต
  • ปัสสาวะบ่อยขึ้น และอาจมีอาการปัสสาวะรดที่นอนในเด็กที่เคยควบคุมการขับถ่ายได้แล้ว
  • หิวบ่อย กินจุ แต่กลับมีน้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่มีสาเหตุ
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงในการทำกิจกรรมต่างๆ เหมือนเดิม
  • ตามัว มองเห็นไม่ชัดเจนในบางช่วงเวลา
  • มีแผลหายช้า หรือมีการติดเชื้อที่ผิวหนังและทางเดินปัสสาวะบ่อยครั้ง
  • ผิวหนังบริเวณข้อพับ คอ รักแร้ หรือขาหนีบ มีลักษณะหนาและดำคล้ำ ซึ่งเป็นสัญญาณคลาสสิกของภาวะดื้อต่ออินซูลินที่เรียกว่าโรคผิวหนังช้าง (Acanthosis Nigricans)
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กที่มีน้ำหนักเกินและมีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวานเริ่มมีอาการซึม อาเจียน หายใจหอบลึก หรือมีลมหายใจมีกลิ่นผลไม้ (Kussmaul breathing) ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเป็นอาการของภาวะเลือดเป็นกรดจากสารคีโตน (Diabetic Ketoacidosis) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินอันตรายถึงชีวิต

วิธีตรวจวินิจฉัยและการคัดกรองโรคเบาหวานในเด็กกลุ่มเสี่ยง

สมาคมกุมารแพทย์และสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย มีคำแนะนำที่ชัดเจนในการคัดกรองโรคเบาหวานในเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนร่วมกับมีปัจจัยเสี่ยง เช่น มีพ่อแม่หรือญาติสายตรงเป็นโรคเบาหวาน การตรวจคัดกรองจะช่วยให้พบความผิดตั้งแต่ระยะก่อนเป็นเบาหวาน (Prediabetes) ซึ่งสามารถย้อนกลับคืนสู่ภาวะปกติได้หากได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างทันท่วงที

วิธีการตรวจคัดกรองทางการแพทย์ที่นิยมใช้ ได้แก่

  • การตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารอย่างน้อยแปดชั่วโมง (Fasting Plasma Glucose: FPG)
  • การตรวจระดับฮีโมโกลบินเอวันซี (Glycated Hemoglobin: HbA1c) ซึ่งเป็นการวัดระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา
  • การตรวจความทนทานต่อน้ำตาล (Oral Glucose Tolerance Test: OGTT) ในกรณีที่แพทย์ต้องการผลวินิจฉัยที่แม่นยำยิ่งขึ้น

ตามคำแนะนำทางการแพทย์ เด็กที่มีน้ำหนักเกินและมีปัจจัยเสี่ยงด้านพันธุกรรมควรเริ่มเข้ารับการตรวจคัดกรองตั้งแต่อายุสิบปี หรือเริ่มตั้งแต่ก่อนวัยรุ่น และควรได้รับการตรวจซ้ำทุกๆ สองถึงสามปีหากผลการตรวจยังปกติแต่ปัจจัยเสี่ยงยังคงอยู่

วิธีดูแลรักษาและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันและรักษาโรคเบาหวานในเด็ก

เมื่อตรวจพบว่าเด็กมีความเสี่ยงสูงหรือเริ่มมีภาวะก่อนเป็นเบาหวาน แนว าทางหลักในการรักษาจะไม่เน้นการใช้ยาตั้งแต่แรกเหมือนในผู้ใหญ่ แต่จะมุ่งเน้นไปที่การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต (Lifestyle Modification) อย่างจริงจังและต้องได้รับความร่วมมือจากทุกคนในครอบครัว

  • การปรับโภชนาการ: ลดการบริโภคน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว เช่น ขนมหวาน น้ำอัดลม ชานมไข่มุก ขนมกรุบกรอบ และอาหารฟาสต์ฟู้ด เพิ่มการรับประทานผัก ผลไม้ที่มีกากใยสูง ธัญพืชไม่ขัดสี และโปรตีนที่มีไขมันต่ำ
  • การเพิ่มกิจกรรมทางกาย: ส่งเสริมให้เด็กได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละหก นาที เช่น การวิ่ง การว่ายน้ำ การปั่นจักรยาน หรือกีฬาทีมที่เด็กชอบ และจำกัดเวลาในการใช้หน้าจอโทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ให้น้อยลง
  • การจัดการความเครียดและการนอนหลับ: การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอส่งผลกระทบต่อระดับฮอร์โมนที่ควบคุมความหิวและความอิ่ม รวมถึงส่งผลเสียต่อการทำงานของอินซูลิน เด็กควรมนอนหลับให้สนิทและมีระยะเวลาที่เหมาะสมตามวัย
  • การติดตามการรักษา: พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสมในเด็กอย่างสม่ำเสมอ เพื่อติดตามระดับน้ำตาลและการเจริญเติบโตอย่างใกล้ชิด ในบางกรณีที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ได้ผลหรือมีระดับน้ำตาลสูงมาก แพทย์อาจพิจารณาให้ใช้ยาอินซูลินหรือยารับประทานบางชนิดที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก

ข้อควรระวังและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในการดูแลเด็กกลุ่มเสี่ยง

ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของพ่อแม่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของเด็กได้ ดังนั้นจึงมีข้อควรระวังสำคัญที่ต้องตระหนัก

  • ห้ามให้เด็กอดอาหารเพื่อลดน้ำหนักอย่างเด็ดขาด เพราะเด็กอยู่ในวัยเจริญเติบโต การอดอาหารจะส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองและร่างกายอย่างรุนแรง
  • ห้ามซื้ออาหารเสริมลดน้ำหนัก ยาลดความอ้วน หรือยาสสมุนไพรใดๆ ให้เด็กรับประทานเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจมีสารอันตรายและตับหรือไตยังทำงานขับของเสียได้ไม่เต็มที่
  • ห้ามใช้วิธีตำหนิ บังคับ หรือสร้างความอับอายให้แก่เด็กเรื่องรูปร่าง เพราะอาจส่งผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรงและนำไปสู่ปัญหาพฤติกรรมการกินที่ผิดปกติ

บทสรุปและเช็คลิสต์สำหรับพ่อแม่ผู้ดูแล

พันธุกรรมพ่อแม่เป็นเบาหวาน ลูกอ้วนขึ้นจะเสี่ยงเป็นโรคนี้ด้วยหรือไม่ คำตอบคือมีความเสี่ยงสูงมาก แต่ความเสี่ยงนี้สามารถป้องกันและควบคุมได้หากพ่อแม่มีความรู้ความเข้าใจและเริ่มต้นดูแลบุตรหลานอย่างถูกวิธีตั้งแต่วันนี้

เช็คลิสต์แนวทางปฏิบัติสำหรับพ่อแม่:
  • สำรวจประวัติสุขภาพในครอบครัวและประเมินดัชนีมวลกาย (BMI) ของลูกอย่างสม่ำเสมอ
  • ปรึกษากุมารแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจคัดกรองระดับน้ำตาลในเลือดตามกำหนด
  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของคนทั้งครอบครัวให้เน้นอาหารสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม
  • สนับสนุนให้เด็กมีกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายและออกกำลังกายทุกวัน
  • สังเกตอาการผิดปกติ เช่น หิวน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย อ่อนเพลีย หรือมีผิวหนังคล้ำบริเวณข้อพับ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down