ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

สถานการณ์น้ำท่วมกับความเสี่ยงจากโรคฉี่หนูที่ต้องระวัง

ในช่วงเวลาที่เกิดอุทกภัยหรือน้ำท่วมขัง ปัญหาสุขภาพที่มาพร้อมกับสายน้ำมักสร้างความกังวลใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก หนึ่งในโรคติดต่ออันตรายที่พบบ่อยและมีความรุนแรงสูงคือโรคฉี่หนู หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่าโรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) โรคนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เพียงความเจ็บป่วยทั่วไป แต่ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจนำไปสู่ภาวะไตวาย ตับวาย หรือเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว การมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคฉี่หนู วิธีป้องกันโรคฉี่หนูจากสัตว์นำโรคช่วงน้ำท่วม จึงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดในการปกป้องสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัว

โรคฉี่หนูเป็นโรคติดเชื้อจากสัตว์สู่คน (Zoonotic Disease) ที่มีสาเหตุมาจากแบคทีเรียในกลุ่มเลปโตสไปรา (Leptospira) โดยสัตว์นำโรคหลักคือสัตว์ฟันแทะ เช่น หนูนา หนูบ้าน และหนูท่อ นอกจากนี้ยังสามารถพบเชื้อนี้ได้ในสัตว์เลี้ยงหรือปศุสัตว์ เช่น สุนัข โค กระบือ และสุกร แบคทีเรียเหล่านี้จะอาศัยอยู่ในไตของสัตว์ติดเชื้อ และถูกขับออกมาทางปัสสาวะปนเปื้อนลงสู่ดินและแหล่งน้ำขัง ซึ่งเชื้อโรคสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานหลายสัปดาห์ในสภาพแวดล้อมที่ชื้นแฉะ

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคฉี่หนูที่คุณต้องรู้

การทำความเข้าใจถึงกลไกการแพร่ระบาดของเชื้อโรค จะช่วยให้เราเห็นความสำคัญของการป้องกันตัวมากยิ่งขึ้น เชื้อแบคทีเรียเลปโตสไพรา (Leptospira) สามารถเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้ผ่านทางผิวหนังที่มีบาดแผล รอยขีดข่วน แผลถลอก หรือแม้กระทั่งผิวหนังที่อ่อนนุ่มจากการแช่น้ำเป็นระยะเวลานาน นอกจากนี้ เยื่อบุต่างๆ เช่น เยื่อบุตา จมูก และปาก ก็เป็นช่องทางที่เชื้อโรคสามารถ 30 เข้าสู่กระแสเลือดได้เช่นกันเมื่อเราสัมผัสกับน้ำหรือดินที่ปนเปื้อนปัสสาวะสัตว์

เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายแล้ว จะเข้าสู่กระแสเลือดและกระจายตัวไปยังอวัยวะต่างๆ อย่างรวดเร็ว เช่น ตับ ไต กล้ามเนื้อ และเยื่อหุ้มสมอง กลไกการอักเสบของร่างกายจะเริ่มทำงาน ทำให้เกิดอาการไข้สูงและปวดเมื่อยตามร่างกายอย่างรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณกล้ามเนื้อน่องและหลัง ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของโรคนี้ หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง เชื้อโรคจะไปทำลายการทำงานของหลอดเลือดฝอย ส่งผลให้อวัยวะสำคัญล้มเหลวตามมา

คำแนะนำจากคุณหมอ: ในช่วงน้ำท่วม ประชาชนมักมีความจำเป็นต้องเดินลุยน้ำขังเพื่อสัญจรหรือทำความสะอาดบ้าน ขอให้ตระหนักเสมอว่าทุกครั้งที่ผิวหนังสัมผัสกับน้ำท่วมขัง มีความเสี่ยงที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายได้เสมอ การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันจึงเป็นเกราะคุ้ม 31 กันที่ดีที่สุด

อาการและสัญญาณเตือนของโรคฉี่หนู

ระยะฟักตัวของโรคฉี่หนูโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณสองถึงยี่สิบวัน (โดยเฉลี่ยอยู่ที่เจ็ดถึงสิบวัน) หลังจากได้รับเชื้อ อาการของโรคแบ่งออกเป็นสองระยะหลัก ได้แก่ ระยะแรกหรือระยะที่มีเชื้อในกระแสเลือด และระยะที่สองหรือระยะภูมิคุ้มกัน

อาการเริ่มต้นมักเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ประกอบด้วย:

  • มีไข้สูงเฉลี่ยสามสิบเก้าถึงสี่สิบองศาเซลเซียส ร่วมกับอาการหนาวสั่น
  • ปวดศีรษะรุนแรง
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อน่อง ต้นขา และหลัง
  • ตาแดง มีการอักเสบของเยื่อบุตา
  • เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสีย

ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ อาการเหล่านี้จะดีขึ้น within หนึ่งสัปดาห์หากได้รับยาปฏิชีวนะทันที แต่ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง โรคอาจดำเนินเข้าสู่ระยะที่สอง ซึ่งมีความรุนแรงมากและเรียกว่ากลุ่มอาการเวลล์ (Weil's Disease)

ข้อควรระวังทางการแพทย์: สัญญาณอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่บ่งบอกถึงภาวะวิกฤตและต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที ได้แก่ ตัวเหลืองตาเหลือง (ดีซ่าน) ซึ่งแสดงถึงภาวะตับวาย, ปัสสาวะไม่ออกหรือปัสสาวะมีสีเข้มมากซึ่งแสดงถึงภาวะไตวาย, หายใจหอบเหนื่อย ไอมีเลือดปนจากภาวะเลือดออกในปอด, และมีอาการซึมลง คอแข็ง หรือหมดสติ

วิธีวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการไข้สูงและมีประวัติการสัมผัสน้ำท่วมขัง แพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียดและตรวจร่างกายเพื่อประเมินความรุนแรงของโรค การวินิจฉัยยืนยันทำได้โดยการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจหาเชื้อจากเลือดหรือปัสสาวะ (Blood or Urine Culture) การตรวจหาภูมิคุ้มกัน (Serological Tests) เช่น การตรวจหาแอนติบอดีจำเพาะ รวมถึงการตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของไตและตับ (BUN, Creatinine, Liver Function Tests)

แนวทางการรักษาทางการแพทย์ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค:

  • การใช้ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics): แพทย์จะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม เช่น ด็อกซีไซคลิน (Doxycycline) หรือเพนิซิลลิน (Penicillin) ตามความเหมาะสมของอาการและระยะเวลาที่เริ่มป่วย การได้รับยาเร็วจะช่วยลดความรุนแรงและระยะเวลาของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การรักษาตามอาการ (Supportive Care): ในรายที่มีอาการรุนแรง จำเป็นต้องได้รับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ ควบคุมความดันโลหิต และประคับประคองการทำงานของอวัยวะที่ล้มเหลว
  • การบำบัดทดแทนไต (Dialysis): สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะไตวายเฉียบพลัน อาจจำเป็นต้องได้รับการฟอกไตชั่วคราวเพื่อให้ร่างกายขับของเสียออก

การจัดการสภาพแวดล้อมเพื่อป้องกันโรคฉี่หนูในช่วงน้ำท่วม

การป้องกันการติดเชื้อโรคฉี่หนูที่ดีที่สุดคือการจัดการสภาพแวดล้อมรอบตัวไม่ให้เป็นแหล่งอาศัยของหนู และการหลีกเลี่ยงการสัมผัสเชื้อโรคโดยตรง โดยมีแนวทางปฏิบัติที่สำคัญดังนี้ครับ:

  • การจัดการขยะและอาหาร: เก็บกวาดขยะมูลฝอยและเศษอาหารให้มิดชิด ปิดฝาถังขยะให้สนิท เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งอาหารและแหล่งเพาะพันธุ์ของหนู
  • การปรับปรุงภูมิทัศน์: ตัดแต่งกิ่งไม้ รั้วบ้าน และกำจัดวัชพืชรอบตัวบ้านไม่ให้รกทึบ เพื่อทำลายที่หลบซ่อนของสัตว์ฟันแทะ
  • การปิดกั้นทางเข้า: ตรวจสอบและซ่อมแซมรอยรั่ว รูพรุน หรือช่องว่างตามผนัง ประตู และหน้าต่าง ที่หนูอาจใช้เป็นทางAเข้าสู่ตัวบ้าน
  • การเก็บรักษาอาหารสัตว์เลี้ยง: หากเลี้ยงสัตว์ ควรเก็บอาหารในภาชนะที่ปิดสนิทไม่ให้หนูกินได้ และไม่ควรวางอาหารทิ้งไว้ข้ามคืน

วิธีปฏิบัติตัวและการป้องกันส่วนบุคคลในช่วงน้ำท่วม

นอกจากการจัดการสภาพแวดล้อมแล้ว การดูแลตนเองขณะเผชิญกับภาวะน้ำท่วมขังก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน:

  • หลีกเลี่ยงการลุยน้ำ: หากไม่จำเป็น ไม่ควรเดินลุยน้ำท่วมขังด้วยเท้าเปล่า หากต้องลุยน้ำควรสวมรองเท้าบูทกันน้ำยางสูง
  • ป้องกันบาดแผล: หากมีแผลที่เท้าหรือขา ควรปิดด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ หรือหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำท่วมขังโดยเด็ดขาดจนกว่าแผลจะหายสนิท
  • ทำความสะอาดร่างกาย: หลังจากลุยน้ำหรือทำความสะอาดบ้านในพื้นที่น้ำท่วม ควรล้างเท้าและร่างกายด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันที แล้วเช็ดให้แห้งสนิท
  • ดื่มน้ำสะอาด: บริโภคแต่น้ำดื่มที่สะอาด น้ำต้มสุก หรือน้ำบรรจุขวดที่ได้มาตรฐาน หลีกเลี่ยงการใช้น้ำดิบจากแหล่งน้ำท่วมในการอุปโภคบริโภค
  • การใช้ยาป้องกัน: ในกรณีที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ต้องทำงานลุยน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน แพทย์อาจพิจารณาให้ยากลุ่มด็อกซีไซคลินเพื่อป้องกันโรคตามคำแนะนำของแพทย์
คำแนะนำจากคุณหมอ: การป้องกันโรคฉี่หนูไม่ใช่เรื่องไกลตัว การมีวินัยในการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันขณะลุยน้ำ และการรักษาความสะอาดรอบบ้าน จะช่วยลดความเสี่ยงของการเจ็บป่วยได้อย่างมหาศาล หากมีไข้สูงหลังลุยน้ำ อย่ารอช้า รีบมาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องทันทีครับ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down