ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

สถานการณ์น้ำท่วมกับภัยเงียบที่มากับสายน้ำ

ในช่วงฤดูฝนหรือยามเกิดอุทกภัย ปัญหาการต้องเดินลุยน้ำขัง น้ำท่วมขังเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากสำหรับหลายครอบครัว แม้ภาพความวุ่นวายในการขนย้ายสิ่งของหรือการเดินทางจะเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่สิ่งหนึ่งที่กุมารแพทย์และแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินเป็นห่วงมากที่สุดคือ สุขภาพและการบาดเจ็บที่มากับน้ำ โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคไต หรือโรคเรื้อรังต่างๆ ที่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ง่ายกว่าคนทั่วไป การมีความรู้ที่ถูกต้องในการ ปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อต้องลุยน้ำท่วม จึงเป็นเกราะป้องกันชีวิตที่สำคัญที่สุด

อันตรายจากน้ำท่วม: เชื้อโรค แบคทีเรีย และสิ่งปนเปื้อน

น้ำที่ท่วมขังตามท้องถนนหรือบ้านเรือนไม่ได้เป็นเพียงน้ำฝนธรรมดา แต่เป็นแหล่งรวมของสิ่งปฏิกูล เชื้อโรค และสารเคมีอันตรายมากมาย เชื้อโรคที่พบบ่อยและมีความรุนแรงสูง ได้แก่ เชื้อแบคทีเรียเลปโตสไปรา (Leptospira) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคฉี่หนู (Leptospirosis) เชื้อแบคทีเรียและไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคท้องเสีย อาหารเป็นพิษ โรคบิด รวมถึงเชื้อราและแบคทีเรียที่เข้าทางบาดแผลจนทำให้เกิดแผลอักเสบติดเชื้อลุกลาม กลายเป็นโรคเนื้อเน่ายังหรือการติดเชื้อในกระแสเลือดได้ในเวลาอันรวดเร็ว

โรคฉี่หนู (Leptospirosis): ภัยร้ายจากน้ำขังที่ต้องระวัง

โรคฉี่หนูเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่มีความอันตรายสูง เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้มักปะปนมากับปัสสาวะของสัตว์ฟันแทะ เช่น หนู สุนัข โค กระบือ ที่ถูกชะล้างมากับน้ำท่วม เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทางผิวหนังที่มีบาดแผล รอยถลอก รอยขีดข่วน หรือแม้แต่ผิวหนังที่แช่น้ำเป็นเวลานานจนเปื่อยยุ่อ่อนแอ รวมถึงเยื่อบุตา จมูก และปาก หากเผลอดื่มกินน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อนเข้าไป อาการของโรคจะเริ่มแสดงออกหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 4 ถึง 14 วัน

อาการและระยะลุกลามของโรคติดเชื้อจากน้ำท่วม

การสังเกตอาการตนเองและคนในครอบครัวหลังลุยน้ำท่วมเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง อาการเริ่มแรกของโรคฉี่หนูมักมีความคล้ายคลึงกับไข้หวัดใหญ่ ทำให้หลายคนชะล่าใจ โดยมีลำดับอาการดังนี้

  • ระยะแรก (ระยะติดเชื้อในกระแสเลือด): มีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะรุนแรง ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณน่องและโคนขา ตาแดง (conjunctival suffusion) มีอาการหนสั่น คลื่นไส้ อาเจียน และเบื่ออาหาร
  • ระยะที่สอง (ระยะแสดงอาการเฉพาะอวัยวะ): หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง เชื้อจะลุกลามไปยังอวัยวะสำคัญ ทำให้เกิดอาการตัวเหลืองตาเหลืองจากตับอักเสบ ปัสสาวะน้อยลงหรือปัสสาวะเป็นเลือดจากไตวายเฉียบพลัน ไอเป็นเลือด หายใจลำบากจากภาวะเลือดออกในปอด หรือมีภาวะช็อก ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากมีประวัติลุยน้ำท่วมภายใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แล้วมีอาการไข้สูงร่วมกับปวดน่องอย่างรุนแรงและตาแดง ห้ามซื้อยารับประทานเองโดยเด็ดขาด ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับยาปฏิชีวนะที่เฉพาะเจาะจงอย่างเร่งด่วน

การปฐมพยาบาลและการดูแลแผลเมื่อต้องลุยน้ำท่วม

สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องเดินลุยน้ำท่วม การป้องกันและดูแลรักษาความสะอาดทันทีหลังขึ้นมาจากน้ำเป็นหัวใจสำคัญในการตัดวงจรการติดเชื้อ โดยมีขั้นตอนปฏิบัติตามหลักการแพทย์ดังนี้

  • ล้างทำความสะอาดทันที: ทันทีที่ขึ้นจากน้ำ ให้รีบใช้น้ำสะอาดและสบู่ฟอกทำความสะอาดร่างกาย ขาทั้งสองข้าง และซอกนิ้วเท้าให้เกลี้ยง จากนั้นเช็ดให้แห้งสนิทด้วยผ้าสะอาด
  • การจัดการบาดแผล: หากมีแผลสดหรือรอยถลอก ให้ล้างแผลด้วยน้ำเกลือล้างแผล (Normal Saline) ใส่ยาฆ่าเชื้อ เช่น โพวิโดนไอโอดีน (Povidone-Iodine) และปิดแผลด้วยผ้าก๊อซกันน้ำหากต้องกลับไปลุยน้ำอีกครั้ง แต่ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการโดนน้ำซ้ำ
  • การดูแลผิวหนังแช่น้ำ: ทาโลชั่นเพิ่มความชุ่มชื้นหากผิวแห้งแตก แต่หากผิวเปื่อยยุ่ยจากการแช่น้ำนาน ควรปล่อยให้ผิวแห้งและทายาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flags)

ในผู้ป่วยบางราย การติดเชื้ออาจลุกลามอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ จำเป็นต้องสังเกตอาการฉุกเฉินที่ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที ได้แก่

  • ไข้สูงเกิน 38.5องศาเซลเซียส และไม่ตอบสนองต่อยาลดไข้
  • ปวดศีรษะรุนแรง คอแข็ง ซึมลง หรือสับสน
  • ปัสสาวะออกน้อยมาก ปัสสาวะมีสีเข้มจัดหรือเป็นเลือด
  • มีอาการหายใจหอบเหนื่อย เจ็บแน่นหน้าอก
  • แผลที่เท้าหรือขาเริ่มมีอาการบวมแดงร้อน ลุกลามอย่างรวดเร็ว มีหนองไหล หรือมีขอบแผลสีดำคล้ำ
คำแนะนำจากคุณหมอ: การป้องกันที่ดีที่สุดคือการสวมรองเท้าบูทกันน้ำยางสูงเมื่อต้องเดินลุยน้ำ หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าเด็ดขาด และสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวควรสวมถุงมือและอุปกรณ์ป้องกันอย่างรัดกุมทุกครั้งที่ต้องสัมผัสน้ำท่วม

วิธีรักษาทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการสงสัยโรคติดเชื้อจากน้ำท่วม แพทย์จะทำการซักประวัติการสัมผัสน้ำท่วมอย่างละเอียด พร้อมทั้งตรวจร่างกาย และส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจเลือดเพื่อดูค่าการทำงานของไต ตับ เม็ดเลือดขาว และการตรวจหาเชื้อจำเพาะ การรักษาจะประกอบด้วยการให้ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ที่ตรงกับโรค เช่น ยาในกลุ่มเพนนิซิลลินหรือด็อกซี่ไซคลิน รวมถึงการรักษาตามอาการ เช่น การให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำในผู้ป่วยที่มีภาวะขาดน้ำหรือไตวายเฉียบพลัน การให้ยาลดไข้ และการทำแผลอย่างถูกวิธีโดยบุคลากรทางการแพทย์

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ในระหว่างการรักษาและการดูแลตัวเองที่บ้าน มีข้อปฏิบัติทางการแพทย์ที่ต้องเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัย

  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อรับประทานเองโดยไม่มีคำสั่งจากแพทย์ เพราะอาจทำให้เชื้อดื้อยาหรือได้รับยาที่ไม่ตรงกับโรค
  • ห้ามใช้ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือแอสไพริน (Aspirin) ในผู้ป่วยที่มีไข้สูงและสงสัยโรคติดเชื้อจากน้ำท่วมหรือไข้เลือดออกเด็ดขาด เนื่องจากอาจทำให้เลือดออกง่ายขึ้นและเป็นอันตรายต่อไต
  • ขนาดยาพาราเซตามอล (Paracetamol) สำหรับลดไข้ต้องใช้อย่างเหมาะสมตามน้ำหนักตัว (10-15 มิลลิกรัม ต่อ น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการไข้

การป้องกันระยะยาวและการสร้างสุขอนามัยที่ดี

การป้องกันการเจ็บป่วยจากน้ำท่วมต้องอาศัยความร่วมมือและสุขอนามัยที่ดีของทุกคนในครอบครัว ควรกักเก็บน้ำดื่มน้ำใช้ให้สะอาด ปิดภาชนะเก็บน้ำให้มิดชิดเพื่อป้องกันหนูและสัตว์พาหะนำโรค กำจัดขยะมูลฝอยไม่ให้หมักหมมจนเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์พาหะ และที่สำคัญควรรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์วิกฤต

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down