ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ภัยเงียบจากน้ำท่วมขังในกรุงเทพมหานครกับความจริงที่คุณต้องรู้

ปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มักเกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงฤดูฝนหรือเมื่อมีฝนตกหนักสะสม น้ำที่เอ่อล้นขึ้นมาบนท้องถนนและซอกซอยต่างๆ ไม่เพียงแต่สร้างความไม่สะดวกในการเดินทางเท่านั้น แต่ยังนำมาซึ่งเชื้อโรคอันตรายหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคฉี่หนู (Leptospirosis) ซึ่งถือเป็นโรคติดเชื้อจากสัตว์สู่คนที่พบได้บ่อยและมีความรุนแรงสูง หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ในฐานะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผมพบว่าความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคนี้ยังมีไม่เพียงพอ ประชาชนจำนวนมากมักเดินลุยน้ำด้วยเท้าเปล่าโดยไม่รู้ตัวว่ามีแผลถลอก ซึ่งเป็นช่องทางหลักให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย บทความนี้จึงจัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลที่ครอบคลุม ถูกต้อง และเป็นประโยชน์สูงสุดในการป้องกันและรับมือกับภัยสุขภาพนี้

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคฉี่หนูที่คุณควรรู้

โรคฉี่หนูเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่มสปิโรคีท (Spirochetes) ในสกุลเลปโตสไปรา (Leptospira) โดยมีสัตว์ฟันแทะ เช่น หนู เป็นแหล่งรังโรคหลัก รวมถึงสัตว์เลี้ยงหรือปศุสัตว์อื่นๆ เช่น สุนัข โค กระบือ และสุกร เชื้อโรคเหล่านี้จะอาศัยอยู่ในไตของสัตว์ที่ติดเชื้อ และถูกขับออกมาทางปัสสาวะปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำท่วมขัง ดินโคลน หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ

กลไกการติดเชื้อเกิดขึ้นเมื่อมนุษย์สัมผัสกับน้ำหรือดินที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ โดยเชื้อโรคสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนังที่มีบาดแผล รอยถลอก รอยขีดข่วน เยื่อบุอ่อน เช่น เยื่อบุตา จมูก ปาก หรือแม้แต่การรับประทานอาหารและน้ำดื่มที่มีการปปนเปื้อนของปัสสาวะสัตว์ที่มีเชื้อโรค เมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด จะกระจายไปยังอวัยวะต่างๆ และทำให้เกิดการอักเสบในระดับเนื้อเยื่อ โดยเฉพาะที่ไต ตับ และเยื่อหุ้มสมอง

อาการสำคัญและระยะการดำเนินของโรคฉี่หนู

การแสดงออกของโรคฉี่หนูมีตั้งแต่ไม่มีอาการ ไปจนถึงอาการรุนแรง โดยทั่วไปแบ่งการดำเนินโรคออกเป็นระยะ ดังนี้

  • ระยะแรก (Septicemic Phase): อาการมักเกิดขึ้นอย่างกะทันหันหลังได้รับเชื้อประมาณสองถึงยี่สิบวัน ผู้ป่วยจะมีไข้สูงเฉียบพลัน หนาสั่น ปวดศีรษะรุนแรง ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงโดยเฉพาะบริเวณน่องและหลัง ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของโรคนี้ ตาแดง และอาจมีอาการเบื่ออาหารร่วมด้วย
  • ระยะที่สอง (Immune Phase): หลังจากมีอาการในระยะแรกประมาณสามถึงสี่วัน ไข้จะลดลงชั่วคราว ก่อนจะกลับมามีไข้สูงอีกครั้งในระยะนี้ ซึ่งมักเป็นช่วงที่เชื้อเริ่มกระจายไปยังอวัยวะภายใน ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการทางระบบประสาท เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือมีภาวะตับอักเสบร่วมด้วย
คำแนะนำจากคุณหมอ: หากท่านมีประวัติลุยน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ แล้วมีอาการไข้สูงร่วมกับปวดน่องรุนแรง ควรรีบมาพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วมอย่างละเอียดเพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัย

สัญญาณอันตรายและอาการเตือนที่ต้องพบแพทย์ทันที

ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ อาการอาจไม่รุนแรงและหายได้เอง แต่มีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่โรคจะลุกลามเข้าสู่ระยะรุนแรงที่เรียกว่ากลุ่มอาการเวลล์ (Weil's Disease) ซึ่งเป็นภาวะวิกฤตที่ต้องได้รับการดูแลรักษาในโรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด สัญญาณเตือนอันตรายประกอบด้วย

  • ไข้สูงมากและไม่ตอบสนองต่อยาลดไข้ทั่วไป
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน) ซึ่งบ่งบอกถึงการทำงานของตับที่ล้มเหลว
  • ปัสสาวะน้อยลง ปัสสาวะมีสีเข้ม หรือมีเลือดปน ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะไตวายฉับพลัน
  • มีเลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดกำเดาไหล อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระดำ
  • หายใจหอบเหนื่อย เจ็บแน่นหน้าอก หรือมีความดันโลหิตต่ำ
  • ซึมลง สับสน หรือหมดสติ

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

การวินิจฉัยโรคฉี่หนูอาศัยการผสมผสานระหว่างการซักประวัติการสัมผัสน้ำท่วมขังหรือสัตว์ที่เป็นพาหะ การตรวจร่างกายอย่างละเอียด และการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันโรค การตรวจพื้นฐานได้แก่ การเจาะเลือดตรวจหาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด การทำงานของไตและตับ และการตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อโรคด้วยวิธีพีซีอาร์ (PCR) หรือการตรวจหาแอนติบอดี้จำเพาะ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสมของระยะเวลาที่ป่วย

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคฉี่หนูขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค แพทย์จะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม เช่น ด็อกซิไซคลิน (Doxycycline) หรือเพนิซิลลิน (Penicillin) เพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งควรได้รับโดยเร็วที่สุดตั้งแต่เริ่มมีอาการ

สำหรับการดูแลที่บ้านในรายที่มีอาการน้อย แพทย์อาจพิจารณาให้การรักษาตามอาการ ควบคู่กับการรับประทานยาปฏิชีวนะจนครบกำหนด สิ่งสำคัญคือการพักผ่อนให้เพียงพอ การดื่มน้ำสะอาดทดแทน และการควบคุมไข้ด้วยวิธีที่ปลอดภัย

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเองเด็ดขาด เนื่องจากชนิดและขนาดยาต้องเหมาะสมกับเชื้อโรคและสภาพร่างกายของผู้ป่วย การใช้ยาไม่ถูกต้องอาจทำให้เชื้อดื้อยาและเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดเมื่อสงสัยติดเชื้อ

ในระหว่างที่รอการวินิจฉัยโรค หรือมีไข้สูงจากสาเหตุที่ยังไม่แน่ชัด มีข้อควรปฏิบัติทางการแพทย์ที่เคร่งครัดดังนี้

  • ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) หรือยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในการลดไข้ เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกผิดปกติและภาวะไตวายในผู้ป่วยที่อาจเป็นโรคฉี่หนูหรือโรคติดเชื้ออื่นๆ เช่น ไข้เลือดออก
  • การใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ต้องใช้ในขนาดที่ถูกต้องตามน้ำหนักตัว (สิบถึงสิบห้ากิโลกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมง) และไม่ควรรับประทานเกินขนาดที่กำหนดเพื่อป้องกันพิษต่อตับ
  • หลีกเลี่ยงการปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ โดยเฉพาะเมื่อมีไข้สูง

วิธีป้องกันและการปฏิบัติตนเพื่อหลีกเลี่ยงโรคฉี่หนู

การป้องกันการติดเชื้อโรคฉี่หนูในพื้นที่น้ำท่วมขังสามารถทำได้โดยการปรับพฤติกรรมและลดการสัมผัสเชื้อโดยตรง ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำท่วมขังหรือย่ำโคลนโดยไม่จำเป็น หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรสวมรองเท้าบูทกันน้ำ
  • หากมีแผลที่เท้าหรือขา ควรปิดด้วยพลาสเตอร์กันน้ำให้สนิทก่อนสัมผัสน้ำ
  • รีบทำความสะอาดร่างกายด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันทีหลังจากขึ้นจากน้ำท่วมขัง และเช็ดตัวให้แห้ง
  • ควบคุมประชากรหนูในที่อยู่อาศัย และเก็บอาหารให้มิดชิดเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งล่อของสัตว์พาหะ
  • หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารที่ไม่สะอาดหรือไม่ผ่านการปรุงสุกในช่วงที่มีน้ำท่วม
คำแนะนำจากคุณหมอ: สำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง เช่น เจ้าหน้าที่กู้ภัย หรือผู้ที่ต้องปฏิบัติงานในน้ำท่วมขังเป็นประจำ แพทย์อาจพิจารณาให้รับประทานยาป้องกันโรค (Chemoprophylaxis) เช่น ด็อกซิไซคลินขนาดต่ำสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง ตามคำแนะนำของแพทย์เฉพาะทาง

สรุปข้อปฏิบัติสำหรับประชาชนในการรับมือโรคฉี่หนู

โรคฉี่หนูเป็นภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ ซึ่งสามารถป้องกันและรักษาให้หายขาดได้หากรู้เท่าทันอาการ การสังเกตตนเองและคนในครอบครัวหลังจากสัมผัสน้ำท่วม หากมีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อรุนแรงโดยเฉพาะน่อง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที ห้ามซื้อยารับประทานเอง และปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพที่แข็งแรงของทุกคน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down