ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ภัยใกล้ตัวจากน้ำท่วมขัง: ทำความรู้จักกับโรคฉี่หนู

ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หลายครอบครัวต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการสัมผัสน้ำปนเปื้อน หนึ่งในโรคอันตรายระดับต้นๆ ที่กุมารแพทย์และอายุรแพทย์มักเตือนอยู่เสมอคือ โรคฉี่หนู (Leptospirosis) ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อจากสัตว์สู่คน โดยเฉพาะจากปัสสาวะของสัตว์พาหะที่ปนเปื้อนมากับน้ำท่วมขัง ความน่ากลัวของโรคนี้คืออาการระยะแรกเริ่มมักมีลักษณะคล้ายไข้หวัดใหญ่ (Influenza) หรือไข้เลือดออก ทำให้ผู้ป่วยหลายรายละเลยการรักษาในระยะวิกฤต ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

กลไกการเกิดโรคและปัจจัยเสี่ยงในเมืองหลวง

โรคฉี่หนูเกิดจากเชื้อแบคทีเรียรูปเกลียวที่เรียกว่า เลปโตสไปรา (Leptospira) ซึ่งอาศัยอยู่ในไตของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยเฉพาะหนูที่เป็นพาหะหลัก เชื้อจะถูกขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะและปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำ ดินโคลน หรืออาหาร เชื้อชนิดนี้สามารถเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้ผ่าน 2 ช่องทางหลัก ได้แก่ การสัมผัสโดยตรงผ่านรอยแผล รอยถลอก หรือผิวหนังที่แช่น้ำเป็นเวลานานจนเปื่อยยุ่ย และการสัมผัสผ่านเยื่อบุต่างๆ เช่น ตา จมูก หรือปาก หากน้ำที่ปนเปื้อนกระเด็นเข้าสู่ร่างกาย

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงคือเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ รวมถึงผู้ที่มีอาชีพต้องเดินลุยน้ำ หรือผู้ที่พักอาศัยในชั้นล่างของบ้านที่มีน้ำท่วมขัง ควรเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์หลังสัมผัสน้ำ

อาการและระยะของโรคที่ควรสังเกต

โรคฉี่หนูมีระยะฟักตัวประมาณ 2 ถึง 30 วัน (โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 7-10 วัน) ซึ่งมักแบ่งอาการออกเป็นระยะหลักๆ ดังนี้:

  • ระยะเริ่มต้น (Septicemic Phase): ผู้ป่วยมักมีอาการไข้เฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดศีรษะรุนแรง โดยเฉพาะที่บริเวณขมับและกระบอกตา รวมถึงมีอาการปวดกล้ามเนื้ออย่างมาก โดยเฉพาะที่น่องและหลัง ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะที่แยกความแตกต่างจากไข้หวัดทั่วไป
  • ระยะรุนแรง (Immune Phase): หากไม่ได้รับการรักษา เชื้อจะกระจายไปตามอวัยวะต่างๆ เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ตาแดง (Conjunctival Suffusion) โดยไม่มีขี้ตา ตัวเหลืองตาเหลือง (ดีซ่าน) ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะตับและไตทำงานล้มเหลว

สัญญาณอันตราย (Red Flags) ที่ต้องพบแพทย์ทันที

หากบุคคลในครอบครัวมีประวัติสัมผัสน้ำท่วมขังและพบอาการดังต่อไปนี้ ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอดูอาการ:

  • ไข้สูงลอยที่รับประทานยาลดไข้แล้วอาการไม่ดีขึ้นเกิน 3 วัน
  • ปวดน่องหรือปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงจนเดินไม่ได้
  • มีภาวะเลือดออกผิดปกติ เช่น จุดเลือดออกตามตัว เลือดกำเดาไหล หรืออุจจาระเป็นเลือด
  • อาการซึมลง กระสับกระส่าย หรือพูดจาสับสน (ภาวะสมองอักเสบ)
  • ปัสสาวะไม่ออกหรือปัสสาวะน้อยลงอย่างผิดปกติ (สัญญาณไตวาย)
  • หายใจหอบเหนื่อย แน่นหน้าอก
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากโรคฉี่หนูต้องใช้ยาปฏิชีวนะเฉพาะกลุ่มและต้องได้รับการประเมินความรุนแรงโดยแพทย์ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่อตับและไต

วิธีวินิจฉัยและการรักษา

การวินิจฉัยโรคฉี่หนูในระยะแรกทำได้ค่อนข้างยากเนื่องจากอาการคล้ายคลึงกับโรคติดเชื้ออื่นๆ แพทย์จะทำการซักประวัติการสัมผัสน้ำท่วมขังอย่างละเอียด ควบคู่ไปกับการตรวจเลือดเพื่อดูค่าการอักเสบ ค่าตับ และค่าไต รวมถึงการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเฉพาะทางเพื่อหาเชื้อหรือภูมิคุ้มกันต่อเชื้อเลปโตสไปรา

สำหรับการรักษา แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ที่จำเพาะต่อเชื้อเลปโตสไปรา โดยต้องให้ครบตามระยะเวลาที่กำหนด ห้ามหยุดยาเองแม้จะรู้สึกว่าอาการดีขึ้นแล้ว ส่วนการดูแลที่บ้านในระหว่างที่ยังไม่ไปพบแพทย์ คือการเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ไม่ควรใช้ยาแอสไพรินหรือไอบูโพรเฟนเนื่องจากหากเป็นโรคไข้เลือดออกร่วมด้วย ยาเหล่านี้จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเลือดออกรุนแรง ให้ใช้ยาพาราเซตามอลตามขนาดน้ำหนักตัว (10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) เท่านั้น

การป้องกันและสร้างสุขอนามัยในพื้นที่น้ำท่วม

  • สวมรองเท้าบูททุกครั้งเมื่อต้องเดินลุยน้ำ
  • หากผิวหนังมีบาดแผล ให้ใช้พลาสเตอร์กันน้ำปิดแผลให้มิดชิด
  • ทำความสะอาดร่างกายด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันทีหลังจากสัมผัสน้ำท่วม
  • จัดเก็บอาหารและขยะให้มิดชิดเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งอาหารของหนู
  • หลีกเลี่ยงการแช่น้ำขังเป็นเวลานาน หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้รีบล้างตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที

บทสรุปสำหรับผู้ดูแล

การเฝ้าระวังโรคฉี่หนูในช่วงน้ำท่วมเป็นสิ่งสำคัญที่ละเลยไม่ได้ หากมีไข้สูงร่วมกับอาการปวดกล้ามเนื้อน่องอย่างรุนแรง ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นโรคฉี่หนู การรีบเข้าพบแพทย์ภายใน 24-48 ชั่วโมงแรกของอาการ จะช่วยลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตและลดความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อนต่ออวัยวะภายในได้อย่างมหาศาล ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพและหมั่นสังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิดในช่วงวิกฤติน้ำท่วมนี้

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down