ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

อันตรายจากการลุยน้ำท่วมขังและแผลที่เท้า

ในช่วงฤดูฝนหรือยามเกิดอุทกภัย ปัญหาน้ำท่วมขังเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก หลายคนจำเป็นต้องเดินลุยน้ำเพื่อสัญจร หรือทำความสะอาดบ้านเรือน หากบริเวณเท้าหรือขาของคุณมีบาดแผล ไม่ว่าจะเป็นแผลถลอก แผลมีดบาด แผลน้ำกัดเท้า หรือแม้แต่รอยขีดข่วนเล็กน้อย แล้วต้องไปสัมผัสกับน้ำที่ปนเปื้อนสิ่งปฏิกูล มูลสัตว์ หรือดินโคลน ความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคอันตรายจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะโรคฉี่หนู หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า โรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) ซึ่งเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่พบได้บ่อยและอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงที

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคฉี่หนูหลังลุยน้ำ

โรคฉี่หนูเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่มเลปโตสไปรา (Leptospira) ซึ่งมักอยู่ในปัสสาวะของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น หนู สุนัข โค กระบือ และหมู เชื้อแบคทีเรียเหล่านี้สามารถปนเปื้อนอยู่ในน้ำท่วมขัง ดินโคลน หรือแหล่งน้ำธรรมชาติเป็นเวลานาน เมื่อมนุษย์เดินลุยน้ำโดยมีแผลที่เท้า รอยขีดข่วน หรือแม้แต่ผิวหนังที่เปื่อยยุ่ยจากการแช่น้ำนานๆ เชื้อโรคจะอาศัยช่องทางเหล่านี้ซึมเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง นอกจากนี้ เชื้อยังสามารถเข้าทางเยื่อบุอ่อน เช่น ตา จมูก หรือปาก หากมีการกระเด็นของน้ำเข้าสู่ใบหน้าได้อีกด้วย เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะกระจายไปตามอวัยวะต่างๆ ทำให้เกิดการอักเสบของหลอดเลือดและอวัยวะภายใน

อาการสำคัญและระยะลุกลามของโรค

อาการของการติดเชื้อโรคฉี่หนูมักจะแสดงออกหลังจากได้รับเชื้อประมาณสองสัปดาห์ (ระยะฟักตัวตั้งแต่สองถึงสามสิบวัน) โดยแบ่งอาการออกเป็นระยะต่างๆ ได้แก่

  • ระยะแรก (Septicemic Phase): ผู้ป่วยจะมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะรุนแรง ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณน่องและโคนขา ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของโรคนี้ ตาแดง คลื่นไส้ อาเจียน และเบื่ออาหาร
  • ระยะที่สอง (Immune Phase): หลังจากมีอาการไข้ลดลงช่วงสั้นๆ บางรายอาจมีอาการกลับมาซ้ำ มีไข้สูงอีกครั้ง ร่วมกับอาการทางระบบประสาท เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือมีอาการตับอักเสบ ตัวเหลือง ตาเหลือง (Jaundice) ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะติดเชื้อที่รุนแรงขึ้น
ข้อควรระวังทางการแพทย์: อาการปวดน่องอย่างรุนแรงร่วมกับไข้สูงหลังลุยน้ำท่วม เป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่ไม่ควรละเลยเด็ดขาด ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับประทานยาปฏิชีวนะทันที เนื่องจากหากปล่อยไว้จนเข้าสู่ระยะรุนแรง อาจเกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน เลือดออกในปอด และเสียชีวิตได้

สัญญาณอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องพบแพทย์ทันที

หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีประวัติลุยน้ำท่วมและมีแผลที่เท้า ร่วมกับอาการดังต่อไปนี้ ถือเป็นภาวะเร่งด่วนทางการแพทย์ที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที:

  • ไข้สูงลอยเกินสามวัน รับประทานยาลดไข้แล้วอาการไม่ดีขึ้น
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อรุนแรงจนไม่สามารถเดินได้
  • มีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง หรือปัสสาวะมีสีเข้มคล้ำผิดปกติ
  • ปัสสาวะออกน้อยลงมาก หรือปัสสาวะไม่ออก ซึ่งเป็นสัญญาณของไตวาย
  • หายใจหอบเหนื่อย เจ็บหน้าอก หรือมีเสมหะปนเลือด
  • ซึมลง สับสน หรือหมดสติ

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยประวัติลุยน้ำท่วมและมีไข้ แพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียดและตรวจร่างกายเพื่อประเมินความรุนแรงของการติดเชื้อ การตรวจทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็นประกอบด้วย การเจาะเลือดตรวจหาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด การตรวจการทำงานของไตและตับ การตรวจหาแอนติบอดีต่อเชื้อเลปโตสไปรา หรือการตรวจทางอณูชีวโมเลกุล เช่น ปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส (PCR) เพื่อยืนยันการวินิจฉัยอย่างแม่นยำ

วิธีดูแลรักษาแผลและการปฏิบัติตัวเมื่อลุยน้ำท่วม

สำหรับผู้ที่มีแผลที่เท้าและต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมขัง การดูแลรักษาความสะอาดอย่างถูกวิธีเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อ:

  • การล้างแผลทันที: เมื่อขึ้นจากน้ำท่วม ให้รีบทำความสะอาดเท้าและแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที จากนั้นเช็ดให้แห้งสนิท
  • การฆ่าเชื้อโรค: ทาแผลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น โพวิดอนไอโอดีน เพื่อลดปริมาณเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนอยู่
  • การปิดแผล: ใช้ผ้าก๊อซและพลาสเตอร์กันน้ำปิดแผลให้มิดชิดเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าสู่แผลซ้ำในกรณีที่จำเป็นต้องเดินลุยน้ำอีก
  • การใช้ยาปฏิชีวนะ: ในกรณีที่มีความเสี่ยงสูง เช่น มีแผลลึกและลุยน้ำในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคฉี่หนู แพทย์อาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อตามคำแนะนำทางการแพทย์
คำแนะนำจากคุณหมอ: หากเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเดินลุยน้ำท่วมและมีบาดแผลที่เท้า แนะนำให้สวมรองเท้าบูทกันน้ำแบบสูงเพื่อป้องกันไม่ให้แผลสัมผัสกับน้ำโดยตรง และเมื่อเสร็จภารกิจควรล้างเท้า ฟอกสบู่ เช็ดให้แห้ง และทาแผลด้วยยาฆ่าเชื้อทุกครั้ง ห้ามปล่อยให้แผลอับชื้นเด็ดขาด

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

การดูแลแผลในช่วงน้ำท่วมมีข้อควรปฏิบัติที่เคร่งครัดเพื่อความปลอดภัย:

  • ห้ามใช้มือสกปรกหรือหยิบจับสิ่งของสกปรกสัมผัสโดนแผลโดยตรง
  • ห้ามปล่อยให้แผลแช่น้ำท่วมขังเป็นเวลานาน หากแผลเปียกน้ำต้องรีบทำความสะอาดและเปลี่ยนผ้าปิดแผลใหม่ทันที
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อรับประทานเองโดยไม่1ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพราะอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาหรือได้รับยาไม่ตรงกับโรค
  • ห้ามเพิกเฉยต่ออาการผิดปกติ แม้จะเป็นเพียงไข้ต่ำๆ หรือปวดเมื่อยเล็กน้อยหลังลุยน้ำ

การป้องกันและการเตรียมตัวในระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อโรคฉี่หนูและการอักเสบของแผลจากน้ำท่วมที่ดีที่สุด คือการหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำท่วมขังโดยตรง หากจำเป็นต้องลุยน้ำควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน เช่น รองเท้าบูทยาง หากมีบาดแผลที่เท้าควรหลีกเลี่ยงการลงน้ำท่วมขังจนกว่าแผลจะหายสนิท นอกจากนี้ควรกำจัดขยะและควบคุมประชากรหนูรอบบริเวณบ้านเพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดของโรค

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down