ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

สถานการณ์น้ำท่วมกับความเสี่ยงโรคฉี่หนูและแผลติดเชื้อ

ช่วงเวลาที่เกิดน้ำท่วมขัง การเดินลุยน้ำเพื่อสัญจรหรือทำความสะอาดบ้านถือเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่ปัญหาที่มักตามมาและสร้างความกังวลใจให้กับหลายท่านคือการมีบาดแผลที่เท้า ไม่ว่าจะเป็นแผลถลอก แผลมีดบาด แผลจากเศษแก้วตำ หรือแม้แต่แผลน้ำกัดเท้า การแช่อยู่ในน้ำที่ปนเปื้อนสิ่งปฏิกูล มูลสัตว์ และเชื้อโรคต่างๆ ทำให้ความเสี่ยงในการเกิดโรคติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะโรคฉี่หนู (Leptospirosis) รวมถึงการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดอื่นๆ ที่อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ บทความนี้จึงรวบรวมคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ท่านเข้าใจถึงกลไกการเกิดโรค วิธีการดูแลแผลที่ถูกต้อง และสัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคฉี่หนูและการติดเชื้อที่แผล

โรคฉี่หนูเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่มเลปโตสไปรา (Leptospira) ซึ่งมักอยู่ในปัสสาวะของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น หนู สุนัข โค กระบือ และสุกร เมื่อสัตว์เหล่านี้ขับปัสสาวะลงสู่ดินหรือแหล่งน้ำขัง เชื้อแบคทีเรียจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานหลายสัปดาห์หากสภาพแวดล้อมมีความชื้นสูง กลไกการเข้าสู่ร่างกายของเชื้อโรคนี้มีความน่ากลัวคือ เชื้อสามารถไชผ่านผิวหนังที่เปื่อยยุ่ยจากการแช่น้ำเป็นเวลานาน หรือเข้าทางบาดแผล รอยขีดข่วน แม้แต่รอยถลอกเล็กๆ ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดก็จะกระจายไปยังอวัยวะต่างๆ เช่น ตับ ไต และเยื่อหุ้มสมอง ทำให้เกิดการอักเสบทั่วร่างกาย นอกจากโรคฉี่หนูแล้ว น้ำท่วมขังยังเต็มไปด้วยแบคทีเรียชนิดอื่นๆ เช่น สแตฟิโลคอกคัส (Staphylococcus) หรือ สตรีปโตคอกคัส (Streptococcus) ที่พร้อมจะเข้าสู่บาดแผลที่เท้าและทำให้เกิดการอักเสบ หนองลาม หรือเนื้อเยื่อเน่าเปื่อยได้เช่นกัน

อาการและระยะของโรคฉี่หนูและการติดเชื้อที่แผล

เมื่อผิวหนังหรือบาดแผลสัมผัสกับน้ำท่วมที่มีเชื้อโรค อาการจะแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักคือ อาการเฉพาะที่บริเวณแผล และอาการทางระบบของโรคฉี่หนู ซึ่งโดยทั่วไปโรคฉี่หนูจะมีระยะฟักตัวตั้งแต่สองวันถึงสี่สัปดาห์ (โดยเฉลี่ยประมาณเจ็ดถึงสิบวัน) และมักแบ่งอาการออกเป็นระยะ ดังนี้

  • อาการเริ่มแรกที่แผล: บริเวณแผลจะมีอาการบวม แดง ร้อน และปวดมากขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งอาจพบหนองไหลออกมาจากแผล ผิวรอบแผลเปื่อยยุ่ยจากการแช่น้ำ
  • ระยะแรกของโรคฉี่หนู (Septicemic Phase): ผู้ป่วยจะมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะรุนแรงโดยเฉพาะบริเวณกล้ามเนื้อน่องและโคนขา (Myalgia) หนาว ตาแดงก่ำ (Conjunctival suffusion) คลื่นไส้ อาเจียน และเบื่ออาหาร
  • ระยะที่สองของโรคฉี่หนู (Immune Phase): หากอาการรุนแรง เชื้อจะเริ่มทำลายอวัยวะภายใน ผู้ป่วยอาจมีอาการตัวเหลืองตาเหลือง (ดีซ่าน) ปัสสาวะน้อยลงเนื่องจากไตวาย ไอเป็นเลือด หรือมีเลือดออกตามผิวหนัง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: อาการปวดน่องอย่างรุนแรงร่วมกับไข้สูงหลังลุยน้ำท่วม เป็นสัญญาณจำเพาะที่แพทย์นึกถึงโรคฉี่หนูเป็นอันดับแรก ห้ามละเลยเด็ดขาดเพราะอาจนำไปสู่ภาวะไตวายเฉียบพลันได้

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

ในกรณีที่มีแผลที่เท้าแล้วลุยน้ำท่วม หากพบอาการเหล่านี้ถือเป็นภาวะเร่งด่วน (Red Flag Symptoms) ที่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาลทันที ห้ามรอดูอาการที่บ้าน

  • ไข้สูงลอยเกินสามวันหรือไม่ตอบสนองต่อยาลดไข้
  • มีอาการซึมลง สับสน หายใจหอบเหนื่อย หรือเจ็บแน่นหน้าอก
  • ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะมีสีเข้มมาก หรือปัสสาวะเป็นเลือด ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะไตวาย
  • แผลที่เท้ามีอาการลุกลามอย่างรวดเร็ว บวมแดงลามขึ้นข้อเท้า มีเส้นสีแดงกระจายจากแผล หรือมีเนื้อตายสีดำ
  • มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง ตาเหลือง หรือตัวเหลืองอย่างเห็นได้ชัด

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยประวัติลุยน้ำท่วมและมีแผลที่เท้า แพทย์จะดำเนินการวินิจฉัยอย่างละเอียดดังนี้

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย: แพทย์จะสอบถามระยะเวลาที่ลุยน้ำ ประวัติบาดแผล ลักษณะการเจ็บป่วยร่วม เช่น อาการปวดกล้ามเนื้อและไข้ พร้อมทั้งตรวจประเมินลักษณะของแผลอย่างละเอียด
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Blood Tests): เจาะเลือดเพื่อตรวจหาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดขาว (CBC) ตรวจการทำงานของไต (BUN, Creatinine) และตับ (Liver Function Tests) ซึ่งมักพบความผิดปกติหากติดเชื้อโรคฉี่หนู
  • การตรวจหาเชื้อจำเพาะ: อาจมีการส่งตรวจทาง serology เช่น Microscopic Agglutination Test (MAT) หรือ Rapid Test เพื่อยืนยันการติดเชื้อแบคทีเรียเลปโตสไปรา
  • การเพาะเชื้อจากแผล (Wound Swab/Culture): ในกรณีที่แผลมีการติดเชื้ออักเสบมีหนอง เพื่อหาชนิดของแบคทีเรียและเลือกยาปฏิชีวนะที่ตรงจุดที่สุด

วิธีดูแลรักษาและทำแผลที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การจัดการกับบาดแผลหลังลุยน้ำท่วมต้องทำด้วยความระมัดระวังสูงสุดเพื่อป้องกันการติดเชื้อลุกลาม

  • การล้างแผลเบื้องต้นทันทีที่ขึ้นจากน้ำ: ล้างเท้าและแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ให้ทั่วถึง เพื่อชะล้างสิ่งสกปรกและสารเคมีที่ปนเปื้อนมากับน้ำท่วม
  • การฆ่าเชื้อที่เหมาะสม: เช็ดรอบแผลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น โพวิโดนไอโอดีน (Povidone-Iodine) หลีกเลี่ยงการเทแอลกอฮอล์เข้มข้นลงในแผลเปิดโดยตรงเพราะจะทำให้เนื้อเยื่อรอบแผลเสียหายและหายช้าลง
  • การปิดแผล: ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซที่ปราศจากเชื้อและปิดทับด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ หากต้องเดินลุยน้ำอีก (ซึ่งไม่แนะนำอย่างยิ่ง) ต้องสวมรองเท้ายางกันน้ำหรือถุงพลาสติกซีลให้สนิท
  • การรักษาด้วยยา: หากมีข้อบ่งชี้ของการติดเชื้อแบคทีเรีย แพทย์จะพิจารณาจ่ายยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) เช่น ดอกซีซัยคลีน (Doxycycline) สำหรับป้องกันหรือรักษาโรคฉี่หนู และยาปฏิชีวนะเฉพาะสำหรับแผลอักเสบ ซึ่งผู้ป่วยต้องทานให้ครบตามกำหนดของแพทย์อย่างเคร่งครัด
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามใช้พลาสเตอร์ธรรมดาปิดแผลที่เปียกชื้นเด็ดขาด เพราะจะทำให้แผลอับชื้นและกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียชั้นดี ควารรักษาแผลให้แห้งและสะอาดอยู่เสมอ

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ในภาวะที่มีแผลและต้องเผชิญกับน้ำท่วม มีข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามทางการแพทย์ที่เคร่งครัดดังนี้

  • ห้ามเดินเท้าเปล่าลุยน้ำท่วมเด็ดขาด: ไม่ว่าจะเป็นน้ำใสหรือน้ำขุ่น ควรใส่รองเท้าบูทยางกันน้ำทุกครั้ง หากไม่มีให้ใช้ถุงพลาสติกหุ้มเท้าแล้วมัดปากถุงให้แน่นหนา
  • ห้ามแกะเกาแผลหรือแคะหนองด้วยมือเปล่า: การกระทำดังกล่าวจะทำให้เชื้อโรคจากมือเข้าสู่แผลลึกยิ่งขึ้น
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะทานเองตามร้านขายยาทั่วไป: การใช้ยาฆ่าเชื้อไม่ตรงกับโรคหรือใช้ไม่ครบโดสจะทำให้เกิดเชื้อดื้อยา และทำให้อาการของโรคฉี่หนูถูกบดบังจนวินิจฉัยล่าช้า
  • ห้ามปล่อยให้แผลอับชื้น: หากผ้าปิดแผลเปียกน้ำต้องรีบเปลี่ยนทันที

วิธีป้องกันและการปฏิบัติตัวเพื่อความปลอดภัยระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อจากน้ำท่วมที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำ แต่หากมีความจำเป็นต้องปฏิบัติงานในพื้นที่น้ำท่วม มีแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยดังนี้

  • สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เช่น รองเท้าบูทยางกันน้ำ ถุงมือยาง หากต้องทำความสะอาดบ้านเรือนในน้ำท่วม
  • สำรวจร่างกายตนเองทุกวัน หากมีบาดแผลที่เท้าควรงดการลงไปเดินในน้ำท่วมขังโดยเด็ดขาด จนกว่าแผลจะหายสนิท
  • ทำความสะอาดและเช็ดเท้าให้แห้งสนิททันทีหลังขึ้นจากน้ำท่วม
  • กำจัดขยะและเศษอาหารรอบบ้านเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งอาศัยของหนู ซึ่งเป็นพาหะหลักของโรคฉี่หนู
  • ในกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น เกษตรกร หรือผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่น้ำท่วมขังเป็นเวลานาน แพทย์อาจพิจารณาให้ยากลุ่มดอกซีซัยคลีนเพื่อป้องกันโรคตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข
สรุปคำแนะนำสำหรับผู้ดูแลและผู้ป่วย: หากท่านมีแผลที่เท้าและจำเป็นต้องลุยน้ำท่วม ให้รีบทำความสะอาดแผลทันที สังเกตอาการไข้และอาการปวดกล้ามเนื้ออย่างใกล้ชิด หากมีไข้สูงร่วมกับปวดน่องหรือแผลบวมแดงลาม ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคฉี่หนูและการติดเชื้อที่แผลทันที เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิต
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down