ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

สถานการณ์น้ำท่วมกับการบาดเจ็บที่เท้า: ความเสี่ยงที่คุณมองข้ามไม่ได้

ในช่วงฤดูฝนหรือสถานการณ์น้ำท่วมขัง ประชาชนมักมีความจำเป็นต้องเดินลุยน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งบ่อยครั้งมักเกิดบาดแผลที่เท้า ไม่ว่าจะเป็นแผลถลอก แผลจากของมีคมบาด หรือแผลจากรองเท้ากัด บาดแผลเหล่านี้เปรียบเสมือนประตูเปิดรับเชื้อโรคที่มากับน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อแบคทีเรียที่น่ากังวลที่สุดคือ เชื้อเลปโตสไปรา (Leptospira) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคฉี่หนู การเข้าใจถึงความเสี่ยงและวิธีการดูแลแผลที่ถูกต้องจึงเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันภาวะติดเชื้อรุนแรงและการลุกลามของโรคที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ทำความรู้จักโรคฉี่หนู (Leptospirosis) และกลไกการติดต่อ

โรคฉี่หนู (Leptospirosis) เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน เกิดจากเชื้อแบคทีเรียรูปเกลียวที่ชื่อว่า Leptospira เชื้อนี้จะถูกขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะของสัตว์ที่เป็นพาหะ เช่น หนู สุนัข โค กระบือ และสัตว์ฟันแทะต่างๆ เชื้อสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานในแหล่งน้ำขัง พื้นดินที่ชื้นแฉะ และโคลนตม

กลไกการติดต่อหลักคือ การที่ผิวหนังที่มีบาดแผลสัมผัสกับน้ำหรือดินที่ปนเปื้อนปัสสาวะของสัตว์เหล่านี้โดยตรง หรือแม้แต่ผิวหนังที่แช่น้ำเป็นเวลานานจนเปื่อยยุ่ย (Maceration) ก็ถือเป็นช่องทางที่เชื้อสามารถชอนไชเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่ายขึ้น เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะกระจายไปตามอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะตับและไต ส่งผลให้เกิดการอักเสบในระบบต่างๆ ของร่างกาย

สัญญาณอันตราย: เมื่อไหร่ที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้อและรีบไปพบแพทย์

ระยะฟักตัวของโรคฉี่หนูโดยทั่วไปอยู่ที่ 2 ถึง 30 วัน (เฉลี่ย 7-12 วัน) อาการมักเริ่มต้นอย่างเฉียบพลัน หากมีประวัติลุยน้ำท่วมและมีอาการดังต่อไปนี้ ควรพบแพทย์โดยทันที:

  • มีไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น
  • ปวดศีรษะรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณกระบอกตา
  • ปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะที่น่อง หลัง และต้นขา
  • ตาแดง (Conjunctival suffusion) โดยไม่มีขี้ตา
  • อาการอื่นๆ ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หรือมีผื่นขึ้น
ข้อควรระวังทางการแพทย์ (Red Flags): หากพบอาการซึมลง ปัสสาวะน้อยลงอย่างผิดปกติ ตัวเหลือง ตาเหลือง หายใจหอบเหนื่อย หรือไอเป็นเลือด ถือเป็นอาการของภาวะไตวายหรือภาวะแทรกซ้อนทางปอดที่รุนแรง ต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลโดยด่วน

วิธีดูแลแผลที่เท้าหลังลุยน้ำท่วมอย่างถูกวิธี

หากคุณมีบาดแผลหรือเท้าแช่น้ำท่วมขัง การปฏิบัติในเบื้องต้นมีความสำคัญอย่างยิ่งในการยับยั้งการติดเชื้อ:

  1. ทำความสะอาดทันที: เมื่อขึ้นจากน้ำ ให้รีบล้างเท้าและแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ให้ทั่ว เพื่อชะล้างคราบสกปรกและเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนมากับน้ำ
  2. กำจัดสิ่งปนเปื้อน: หากมีเศษดินหรือทรายในแผล ให้ใช้น้ำสะอาดไหลผ่านแรงๆ เพื่อล้างออกให้หมด ห้ามใช้แปรงหรือวัสดุหยาบถูแผลเพราะจะทำให้เนื้อเยื่อเสียหาย
  3. ฆ่าเชื้อเฉพาะจุด: ใช้แอลกอฮอล์หรือเบตาดีน (Povidone-iodine) เช็ดรอบบาดแผลเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียทั่วไป
  4. รักษาความแห้ง: เช็ดเท้าและง่ามนิ้วเท้าให้แห้งสนิทที่สุดหลังจากทำความสะอาดแล้ว เพราะความชื้นคือปัจจัยที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย
  5. สังเกตอาการ: หากแผลเริ่มบวม แดง ร้อน หรือมีหนองไหลออกมา แสดงว่าเริ่มมีการติดเชื้อแทรกซ้อน ควรไปพบแพทย์เพื่อพิจารณาการใช้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม

สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด (Crucial Medical Precautions)

  • ห้ามนำสมุนไพร พอก หรือแป้งมาโรยบนบาดแผลสด เพราะอาจทำให้แผลอับชื้นและติดเชื้อแบคทีเรียชนิดรุนแรงได้
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพราะการใช้ยาไม่ถูกขนาดหรือไม่ตรงกับชนิดของเชื้อ อาจทำให้เกิดภาวะเชื้อดื้อยาได้
  • หากมีไข้หลังลุยน้ำท่วม ห้ามกินยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน หรือแอสไพริน เนื่องจากหากอาการที่แท้จริงเกิดจากไข้เลือดออก ยาเหล่านี้จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเลือดออกผิดปกติและอาการรุนแรงขึ้น ให้ใช้เพียงพาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดน้ำหนักตัวเท่านั้น

วิธีป้องกันเพื่อความปลอดภัยในระยะยาว

คำแนะนำจากคุณหมอ: การป้องกันคือการรักษาที่ดีที่สุด หากหลีกเลี่ยงการลุยน้ำไม่ได้ ให้สวมรองเท้าบูทกันน้ำทุกครั้ง หลังขึ้นจากน้ำให้รีบล้างเท้าด้วยสบู่และเช็ดให้แห้งทันที หากท่านมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง แผลที่เท้ามีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อลุกลามสูงกว่าคนทั่วไป จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษและพบแพทย์ทันทีเมื่อมีบาดแผล

สำหรับการเสริมสร้างสุขภาพ ควรดูแลสุขอนามัยรอบที่พักอาศัย กำจัดขยะเพื่อลดแหล่งที่อยู่อาศัยของหนู และหากต้องปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงบ่อยครั้ง ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการป้องกันด้วยยาตามความเหมาะสมของความเสี่ยงในแต่ละบุคคล

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down