ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

สถานการณ์น้ำท่วมขังในกรุงเทพมหานครกับภัยเงียบที่มาพร้อมสายฝน

ปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบายในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มักเกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงฤดูฝนหรือเมื่อมีฝนตกหนักสะสม น้ำท่วมขังเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและการเดินทาง แต่ยังเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคอันตรายนานาชนิด หนึ่งในโรคติดเชื้อที่แพทย์ในพื้นที่กรุงเทพฯ มักพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังน้ำลด คือ โรคฉี่หนู (Leptospirosis)

โรคฉี่หนูเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่มีความรุนแรง หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที อาจลุกลามจนเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ กลุ่มเสี่ยงสำคัญไม่ได้จำกัดแค่เพียงเกษตรกรหรือผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เกษตรกรรมอีกต่อไป แต่ยังรวมถึงชาวกรุงเทพมหานคร พนักงานออฟฟิศ เด็กนักเรียน และประชาชนทั่วไปที่จำเป็นต้องเดินลุยน้ำขัง น้ำเน่าเสีย หรือทำความสะอาดบ้านเรือนหลังน้ำลดโดยไม่มีการป้องกันที่ถูกต้อง

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคฉี่หนู

โรคฉี่หนูเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่มสไปโรชีท (Spirochete) ที่มีชื่อว่า เลปโตสไปรา (Leptospira) เชื้อโรคชนิดนี้อาศัยอยู่ในไตของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด โดยเฉพาะสัตว์ฟันแทะอย่างหนู สุนัข โค กระบือ และสุกร เชื้อจะถูกขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะของสัตว์ที่ติดเชื้อ และปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำขัง ดินโคลนที่เปียกชื้น หรืออาหารและน้ำดื่ม

กลไกการเข้าสู่ร่างกายของเชื้อแบคทีเรียเลปโตสไปรา สามารถเกิดขึ้นได้ผ่านช่องทางหลักดังต่อไปนี้

  • ผิวหนังที่มีบาดแผล รอยถลอก รอยขีดข่วน หรือรอยแผลขนาดเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
  • ผิวหนังปกติที่ต้องแช่อยู่ในน้ำหรือเปียกชื้นเป็นระยะเวลานาน จนผิวหนังนุ่มและยอมให้เชื้อโรคซึมผ่านได้ง่ายขึ้น
  • การเยื่อบุตา ช่องปาก หรือจมูก จากการสำลักน้ำท่วมขัง หรือการเอามือที่ไม่สะอาดมาสัมผัสใบหน้า
  • การรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่มีการปปนเปื้อนปัสสาวะของสัตว์ติดเชื้อ

เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายแล้ว จะเข้าสู่กระแสเลือดและกระจายตัวไปยังอวัยวะต่างๆ เช่น ตับ ไต กล้ามเนื้อ และเยื่อหุ้มสมอง ทำให้เกิดการอักเสบในระดับเนื้อเยื่อ และเป็นที่มาของอาการแสดงของโรคในระบบต่างๆ ของร่างกาย

อาการสำคัญและระยะการดำเนินของโรคฉี่หนู

ระยะฟักตัวของโรคฉี่หนูโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 2 ถึง 30 วัน (โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 5 ถึง 14 วัน) หลังจากได้รับเชื้อ อาการของโรคสามารถแบ่งออกเป็น 2 ระยะอย่างชัดเจน ดังนี้

ระยะที่หนึ่ง ระยะติดเชื้อในกระแสเลือด (Septicemic Phase)

ผู้ป่วยจะมีอาการเริ่มต้นคล้ายคลึงกับโรคไข้หวัดใหญ่หรือไข้เลือดออก ทำให้วินิจฉัยผิดพลาดได้ง่าย อาการในระยะนี้ประกอบด้วย

  • มีไข้สูงเฉียบพลัน หนาว และปวดศีรษะรุนแรง
  • ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณน่อง ต้นขา และหลัง ซึ่งเป็นอาการจำเพาะของโรคฉี่หนู
  • ตาแดง บริเวณเยื่อบุตาอักเสบ แต่ไม่มีขี้ตา
  • เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน และอ่อนเพลียมาก

ระยะที่สอง ระยะมีภูมิคุ้มกันและแสดงอาการเฉพาะอวัยวะ (Immune Phase)

ในผู้ป่วยบางราย อาการไข้จะลดลงชั่วคราวก่อนจะกลับมามีไข้สูงอีกครั้ง และเชื้อเริ่มทำลายอวัยวะเป้าหมาย หากเป็นรุนแรงจะเข้าสู่กลุ่มอาการเวลส์ (Weil Disease) ซึ่งมีอาการแสดงที่รุนแรงมาก ได้แก่

  • ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน) จากความผิดปกติของตับ
  • ปัสสาวะน้อยลง ปัสสาวะเป็นเลือด หรือปัสสาวะมีสีเข้ม จากภาวะไตวายเฉียบพลัน
  • เลือดออกง่าย เช่น มีจุดจ้ำเลือดตามผิวหนัง เลือดกำเดาไหล อาเจียนเป็นเลือด
  • ภาวะความดันโลหิตต่ำและช็อก
ข้อควรระวังทางการแพทย์: อาการปวดน่องอย่างรุนแรงร่วมกับไข้สูงและตาแดง หลังจากสัมผัสหรือลุยน้ำท่วมขัง เป็นสัญญาณทางคลินิกที่แพทย์มักใช้ในการวินิจฉัยโรคฉี่หนูเบื้องต้น ห้ามปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาดเพราะอาจนำไปสู่ภาวะไตวายและเสียชีวิตได้

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms)

โรคฉี่หนูสามารถลุกลามได้อย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยหรือผู้ดูแลควรสังเกตอาการเตือนระดับวิกฤต หากพบอาการเหล่านี้ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

  • ไข้สูงไม่ยอมลด หรือไข้กลับมาสูงอีกครั้งหลังเคยลดลงแล้ว
  • ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะมีสีโคคาโคล่า หรือปัสสาวะลดลงอย่างเห็นได้ชัดภายใน 24 ชั่วโมง
  • มีอาการซึมลง สับสน พูดจาไม่รู้เรื่อง หรือหมดสติ
  • หายใจหอบเหนื่อย แน่นหน้าอก หรือหายใจลำบาก
  • มีเลือดออกผิดปกติ เช่น อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระดำ หรือมีจุดเลือดออกกระจายทั่วตัว
  • ตัวเหลือง ตาเหลืองอย่างรวดเร็ว

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการสงสัยโรคฉี่หนู แพทย์จะดำเนินการวินิจฉัยอย่างละเอียดรอบคอบ ประกอบด้วย

  • การซักประวัติอย่างละเอียด: ประวัติการเดินลุยน้ำขัง น้ำเน่าเสีย การทำงานในพื้นที่เสี่ยง หรือการสัมผัสสัตว์เลี้ยงในระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา
  • การตรวจร่างกาย: การตรวจดูภาวะตาแดง การกดเจ็บกล้ามเนื้อน่อง ภาวะดีซ่าน และการประเมินสัญญาณชีพ
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Blood Tests): การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) การตรวจการทำงานของไต (BUN, Cr) และการตรวจการทำงานของตับ (Liver Function Tests)
  • การตรวจทางเซรวิทยาและอณูชีววิทยา: เช่น การตรวจหาแอนติบอดีจำเพาะต่อเชื้อ หรือการตรวจหาพันธุด้วยวิธีปฏิกิริยาลูกโซ่พอลิเมอเรส (PCR) เพื่อยืนยันการติดเชื้อ

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคฉี่หนูจะต้องดำเนินการภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด แนวทางการรักษาหลักประกอบด้วย

  • การให้ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics): แพทย์จะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม เช่น ด็อกซี่ไซคลิน (Doxycycline) หรือยาในกลุ่มเพนิซิลลิน (Penicillin) ตามความรุนแรงของโรคและระยะเวลาที่เริ่มมีอาการ การรับประทานยาปฏิชีวนะให้ครบถ้วนตามแพทย์สั่งเป็นสิ่งสำคัญมาก
  • การรักษาประคับประคองตามอาการ (Supportive Care): การให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำเพื่อควบคุมความดันโลหิตและป้องกันภาวะขาดน้ำ การลดไข้ และการเฝ้าระวังการทำงานของอวัยวะสำคัญ
  • การบำบัดทดแทนไต (Dialysis): ในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะไตวายเฉียบพลัน อาจจำเป็นต้องได้รับการฟอกไตเพื่อช่วยกรองของเสียออกจากร่างกายชั่วคราวจนกว่าการทำงานของไตจะฟื้นตัว
คำแนะนำจากคุณหมอ: หากคุณมีไข้สูงและปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหลังลุยน้ำท่วมขัง ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเองเด็ดขาด และไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เกิน 3 วัน ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อเจาะเลือดตรวจวินิจฉัย เพราะการได้รับยาปฏิชีวนะเร็วตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยลดความรุนแรงของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

การจัดการกับอาการป่วยในช่วงน้ำท่วมขังมีข้อปฏิบัติทางการแพทย์ที่เคร่งครัดเพื่อความปลอดภัย

  • ห้ามใช้ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเซด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือไดโคลฟีแนค (Diclofenac) ในผู้ป่วยที่สงสัยว่าเป็นโรคฉี่หนูหรือไข้เลือดออก เนื่องจากยาเหล่านี้จะไปเพิ่มภาระการทำงานของไต และอาจทำให้เลือดออกในทางเดินอาหารได้ง่ายขึ้น
  • การใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ควรใช้อย่างระมัดระวังในขนาดที่เหมาะสมตามน้ำหนักตัว (10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง) และไม่ควรรับประทานเกินขนาดเพราะอาจเป็นอันตรายต่อตับ
  • ห้ามละเลยแผลที่ผิวหนัง หากมีบาดแผลที่เท้าหรือขา ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำท่วมขังโดยเด็ดขาด หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ต้องปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำสนิท

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างความปลอดภัยจากโรคฉี่หนู

การป้องกันโรคฉี่หนูที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงการสัมผัสเชื้อโรค โดยมีแนวทางปฏิบัติที่สามารถทำได้จริง ดังนี้

  • สวมรองเท้ายางบูทกันน้ำสูงเมื่อจำเป็นต้องเดินลุยน้ำขัง น้ำเน่าเสีย หรือทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลด
  • ล้างทำความสะอาดเท้า ขา และมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันทีหลังจากขึ้นจากน้ำท่วมขัง และเช็ดให้แห้งสนิท
  • หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำ หรือแช่ตัวในน้ำท่วมขัง
  • จัดการขยะและเศษอาหารภายในบ้านให้มิดชิด เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งดึงดูดหนูและสัตว์พาหะ
  • กำจัดวัชพืชและแหล่งหลบซ่อนของหนูรอบบริเวณบ้าน
  • ดื่มน้ำต้มสุกและรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่เสมอ

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับประชาชนและผู้ดูแล

สรุปขั้นตอนปฏิบัติเมื่อต้องเผชิญกับน้ำท่วมขัง:
  • ป้องกัน: สวมบูทยางทุกครั้งที่ต้องลุยน้ำ ปิดแผลให้สนิท และล้างมือเท้าให้สะอาดทันที
  • สังเกต: เฝ้าระวังอาการไข้สูง ปวดน่องรุนแรง และตาแดง ภายใน 2 สัปดาห์หลังลุยน้ำ
  • พบแพทย์: หากมีไข้สูงร่วมกับอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหลังสัมผัสน้ำท่วมขัง เกิน 24 ถึง 48 ชั่วโมง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
  • ห้ามใจ: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะทานเอง และห้ามใช้ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเซดโดยเด็ดขาด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down