ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจโรคฉี่หนู (Leptospirosis) ภัยร้ายที่มากับน้ำขัง

โรคฉี่หนู หรือ เลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่มีความสำคัญอย่างมากในช่วงฤดูฝนและสถานการณ์น้ำท่วม เชื้อก่อโรคนี้เกิดจากแบคทีเรียรูปเกลียวที่มีชื่อว่า เลปโตสไปรา (Leptospira) ซึ่งอาศัยอยู่ในไตของสัตว์พาหะ โดยเฉพาะหนู สุนัข โค กระบือ และสุกร เชื้อจะถูกขับออกมากับปัสสาวะของสัตว์และปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำ ดินโคลน หรือพืชผักที่แช่น้ำเป็นเวลานาน ในเด็กและทารกถือเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษเนื่องจากมีพฤติกรรมการเล่นน้ำหรือหยิบจับสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อได้ง่าย

กลไกการเกิดโรคและการแพร่เชื้อที่คนมักมองข้าม

เชื้อ Leptospira สามารถเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่

  • ทางผิวหนัง: เชื้อไชผ่านบาดแผล รอยถลอก หรือแม้แต่ผิวหนังที่แช่น้ำเป็นเวลานานจนเปื่อยและอ่อนนุ่ม
  • เยื่อบุต่างๆ: เข้าทางเยื่อบุตา จมูก หรือปาก หากมีการสัมผัสกับน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ
  • การรับประทาน: การดื่มน้ำหรือกินอาหารที่ไม่สะอาดซึ่งมีเชื้อปนเปื้อนอยู่

เมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดจะกระจายไปทั่วร่างกาย ส่งผลให้เกิดการอักเสบในอวัยวะต่างๆ เช่น ตับ ไต กล้ามเนื้อ และเยื่อหุ้มสมอง ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

อาการที่ต้องเฝ้าระวัง สัญญาณเตือนจากร่างกาย

ระยะฟักตัวของโรคโดยปกติจะอยู่ที่ 5-14 วัน อาการจะแสดงออกมาในรูปแบบต่างๆ ดังนี้

  • ระยะเริ่มต้น (Septicemic Phase): เริ่มมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะรุนแรง ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะบริเวณน่องและหลังอย่างมาก ตาแดง (Conjunctival Suffusion) โดยไม่มีขี้ตา
  • ระยะรุนแรง (Immune Phase): หากเชื้อขึ้นสมองอาจมีอาการคอแข็ง ซึม ชัก หรือหากตับและไตอักเสบจะมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะน้อยลง หรือปัสสาวะเป็นเลือด
สัญญาณอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องพาพบแพทย์ทันที:
  • ไข้สูงลอยเกิน 3 วันและไม่ตอบสนองต่อยาลดไข้
  • เด็กซึมลง ไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำอย่างเห็นได้ชัด
  • มีอาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจแรง หรืออกบุ๋ม
  • มีจุดเลือดออกตามตัว หรือปัสสาวะมีสีเข้มผิดปกติ
  • เด็กเล็กมีอาการชักหรือเกร็งตัว
  • อาเจียนรุนแรง รับประทานอาหารไม่ได้จนเกิดภาวะขาดน้ำ

วิธีรักษาและการดูแลเบื้องต้น

การวินิจฉัยโรคอาศัยการซักประวัติการสัมผัสน้ำท่วมร่วมกับการตรวจเลือดเพื่อดูค่าการทำงานของตับ ไต และการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการ สำหรับการรักษาแพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ที่เหมาะสมกับระดับความรุนแรงของโรค ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะทานเองเด็ดขาดเพราะต้องได้รับยาในปริมาณและระยะเวลาที่ถูกต้อง

การดูแลที่บ้านอย่างถูกวิธี:
  • การลดไข้: ใช้การเช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง (Tepid Sponge) หากไข้สูงให้รับประทานยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ในขนาด 10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 4-6 ชั่วโมง
  • การป้องกันภาวะขาดน้ำ: ให้ดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือแร่ (ORS) ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง
  • งดกิจกรรมเสี่ยง: ห้ามให้เด็กลงไปเล่นน้ำท่วมหรือน้ำขังเด็ดขาด

ข้อควรระวังทางการแพทย์ที่สำคัญ

ห้ามใช้ยาในกลุ่มยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น แอสไพริน (Aspirin) หรือ ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในช่วงที่ยังมีไข้สูง เพราะหากผู้ป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกควบคู่ไปด้วย ยาเหล่านี้จะทำให้เลือดออกรุนแรงจนอันตรายถึงชีวิตได้

วิธีป้องกันและการสร้างเกราะคุ้มกันให้ครอบครัว

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำ: งดการเดินลุยน้ำท่วมหรือน้ำขัง หากจำเป็นต้องเดินควรสวมรองเท้าบูทยาง
  • ทำความสะอาด: หากสัมผัสน้ำท่วม ให้รีบล้างตัวด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันทีโดยเร็วที่สุด
  • การจัดการสภาพแวดล้อม: กำจัดขยะไม่ให้เป็นแหล่งอาหารของหนู และปิดภาชนะบรรจุอาหารให้มิดชิด
  • สุขอนามัย: ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ

สรุปสิ่งที่พ่อแม่ควรปฏิบัติ (Parent Actionable Checklist)

  1. สำรวจร่างกายลูกทุกวันหลังช่วงน้ำท่วม หากพบแผลถลอกให้รีบล้างและใส่ยาฆ่าเชื้อทันที
  2. หากมีไข้สูงเกิน 24-48 ชั่วโมงและมีอาการปวดกล้ามเนื้อร่วมด้วย ให้สันนิษฐานเบื้องต้นว่าอาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อและพาไปพบแพทย์
  3. จดบันทึกอาการและเวลาที่มีไข้เพื่อใช้แจ้งข้อมูลแก่คุณหมออย่างละเอียด
  4. ไม่ควรนิ่งนอนใจหรือรอดูอาการหากเด็กเริ่มมีอาการซึมหรือกินไม่ได้ เพราะภาวะแทรกซ้อนของโรคฉี่หนูอาจดำเนินไปอย่างรวดเร็วในเด็กเล็ก
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down