ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ภัยร้ายหลังน้ำลดที่มากับสายน้ำและบาดแผล

สถานการณ์น้ำท่วมขังมักมาพร้อมกับความเสียหายและความเปียกชื้น ซึ่งเป็นแหล่งสะสมชั้นดีของเชื้อโรคหลากหลายชนิด หนึ่งในภัยเงียบที่น่ากลัวและพบบ่อยที่สุดในช่วงเวลานี้คือ โรคฉี่หนู (Leptospirosis) โรคติดเชื้อจากสัตว์สู่คนที่หากมีความประมาทเพียงนิดเดียว อาจนำไปสู่ภาวะไตวาย ตับวาย หรือเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะผู้ที่มีบาดแผลที่เท้าแล้วต้องเดินลุยน้ำท่วมขังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บทความนี้ได้รับการเรียบเรียงขึ้นเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจอย่างละเอียดถึงความเสี่ยง กลไกการเกิดโรค วิธีการปฐมพยาบาลและดูแลแผลอย่างถูกต้อง ตลอดจนสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์โดยด่วน เพื่อปกป้องตัวคุณและคนที่คุณรักจากโรคร้ายนี้

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคฉี่หนูที่คุณต้องรู้

โรคฉี่หนูเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่มสปิโรชีท (Spirochete) ที่มีชื่อว่า เลปโตสไปรา (Leptospira) เชื้อชนิดนี้อาศัยอยู่ในไตของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด โดยเฉพาะสัตว์ฟันแทะเช่น หนู รวมถึงสุนัข โค กระบือ และสุกร เชื้อจะถูกขับออกมาทางปัสสาวะของสัตว์และปนเปื้อนอยู่ในน้ำท่วมขัง ดินโคลน หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ

กลไกการเข้าสู่ร่างกายของเชื้อแบคทีเรียนี้มีความพิเศษและน่ากลัวมาก เนื่องจากเชื้อสามารถไอน์หรือซึมผ่านผิวหนังที่เปียกชุ่ม นิ่ม หรือมีรอยขีดข่วน รอยแผลถลอก แผลเปิด แม้กระทั่งรอยแผลขนาดเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ เชื้อยังสามารถเข้าทางเยื่อบุของตา จมูก หรือปาก หากผู้ป่วยสัมผัสกับน้ำหรือดินที่ปนเปื้อนเชื้อโดยตรง เมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว จะกระจายตัวไปสู่อวัยวะต่างๆ ทั้งตับ ไต กล้ามเนื้อ และเยื่อหุ้มสมอง ทำให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรงในเวลาต่อมา

คำแนะนำจากคุณหมอ: บาดแผลที่เท้าไม่ว่าจะเป็นแผลเล็กน้อยจากรองเท้ากัด แผลถลอก หรือรอยขีดข่วน หากสัมผัสกับน้ำท่วมขังที่มีเชื้อปปนเปื้อน โอกาสที่เชื้อจะเข้าสู่กระแสเลือดจะมีสูงมากเป็นทวีคูณ ดังนั้น การป้องกันไม่ให้แผลโดนน้ำจึงเป็นหัวใจสำคัญที่สุด

อาการและระยะลุกลามของโรคฉี่หนู

หลังจากที่เชื้อเข้าสู่ร่างกาย ระยะฟักตัวของโรคจะอยู่ที่ประมาณสองถึงย ีสิบวัน (โดยทั่วไปมักแสดงอาการในวันที่เจ็ดถึงสิบวัน) อาการของโรคแบ่งออกเป็นสองช่วงหลักดังนี้

ระยะแรก (Leptospiremic Phase)

ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายกับไข้หวัดใหญ่หรือไข้เลือดออกอย่างกะทันหัน อาการเด่นชัดประกอบด้วยไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะรุนแรง หนา่วสั่น และที่จำเพาะเจาะจงมากๆ คือ อาการปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณน่องและโคนขา นอกจากนี้ยังอาจมีตาแดง (Conjunctival suffusion) บริเวณเยื่อบุตาขาว คอแดง เบื่ออาหาร และคลื่นไส้อาเจียน ระยะนี้กินเวลาประมาณสัปดาห์เศษ

ระยะที่สอง (Immune Phase)

หากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง เชื้อจะลุกลามเข้าสู่ระยะที่สอง ซึ่งเป็นระยะที่มีภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนอง อาการในระยะนี้อาจมีความรุนแรงและก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิต เช่น ภาวะไตวายเฉียบพลัน ตัวเหลืองตาเหลืองจากตับอักเสบ เลือดออกในทางเดินอาหาร ภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และปัญหาเกี่ยวกับระบบการหายใจหรือหัวใจ

สัญญาณอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องพบแพทย์ทันที

หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีประวัติลุยน้ำท่วม มีแผลที่เท้า และเริ่มมีอาการป่วยร่วมกับอาการเตือนเหล่านี้ ห้ามรอช้าเด็ดขาด ต้องรีบเดินทางไปโรงพยาบาลโดยด่วน:

  • ไข้สูงไม่ยอมลด หรือไข้สูงติดต่อกันเกินสามวัน
  • ปวดกล้ามเนื้อรุนแรงจนไม่สามารถยืนหรือเดินได้ตามปกติ
  • ตาเหลือง ตัวเหลือง หรือปัสสาวะมีสีเข้มจัดเหมือนน้ำชา หรือปริมาณปัสสาวะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  • ซึมลง หายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็ว หรือแน่นหน้าอก
  • มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง มีเลือดกำเดาไหล หรืออาเจียนเป็นเลือด
  • อาการบวมที่ใบหน้า มือ หรือเท้าอย่างรวดเร็ว

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการสงสัยโรคฉี่หนู แพทย์จะดำเนินการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด ดังนี้

  • การซักประวัติอย่างละเอียด: แพทย์จะสอบถามประวัติการเดินลุยน้ำท่วมขัง การสัมผัสดินโคลน ประวัติการทำงาน และประวัติการเกิดบาดแผลที่เท้าอย่างเจาะลึก
  • การตรวจร่างกาย: ประเมินอาการไข้ ตรวจภาวะตาแดง ตรวจคลำตับและไต และประเมินความรุนแรงของอาการปวดกล้ามเนื้อ
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lab Tests): ได้แก่ การเจาะเลือดเพื่อตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) ตรวจการทำงานของตับ (LFT) และไต (BUN, Cr) รวมถึงการส่งตรวจทางเซรวิทยาเพื่อหาแอนติบอดีต่อเชื้อเลปโตสไปรา หรือการตรวจหาพันธุกรรมของเชื้อด้วยวิธีพีซีอาร์ (PCR) ในรายที่จำเป็น

วิธีดูแลแผลหลังลุยน้ำท่วมและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

การจัดการกับบาดแผลอย่างรวดเร็วและถูกต้องหลังขึ้นจากน้ำท่วมขัง สามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อทั้งโรคฉี่หนูและโรคติดเชื้อแบคทีเรียอื่นๆ ที่มากับน้ำได้มาก โดยมีขั้นตอนปฏิบัติดังนี้:

  • ล้างทำความสะอาดทันที: เมื่อขึ้นจากน้ำ ให้รีบใช้น้ำสะอาดและสบู่ล้างบริเวณแผลและเท้าให้สะอาดหมดจดทันที เพื่อชะล้างสิ่งสกปรกและเชื้อโรคที่ติดมากับน้ำ
  • ฆ่าเชื้อโรคที่แผล: เช็ดทำความสะอาดแผลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น โพวิโดนไอโอดีน (Povidone-Iodine) เพื่อลดปริมาณเชื้อโรคเฉพาะที่
  • เช็ดให้แห้งสนิท: ใช้ผ้าสะอาดซับบริเวณแผลและซอกนิ้วเท้าให้แห้งสนิท เนื่องจากความชื้นเป็นตัวกระตุ้นให้แผลหายช้าและเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและแบคทีเรีย
  • ปิดแผลด้วยวัสดุป้องกันน้ำ: หากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำอีก ควรปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ หรือสวมรองเท้าบูทกันน้ำที่ปิดมิดชิดเพื่อไม่ให้แผลสัมผัสน้ำโดยตรง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ผ้าสกปรก น้ำที่ไม่สะอาด หรือใช้มือเปล่าที่ยังไม่ได้ล้างมาสัมผัสแผลโดยตรงเด็ดขาด และหากแผลเริ่มมีอาการบวม แดง ร้อน หรือมีหนองไหลออกมา แสดงว่าเริ่มมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ควรไปพบแพทย์เพื่อพิจารณาจ่ายยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม

วิธีรักษาทางการแพทย์

หากแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคฉี่หนู การรักษาหลักจะประกอบด้วยการให้ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) เพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรียในร่างกาย ซึ่งแพทย์จะพิจารณาให้ยาชนิดและขนาดที่เหมาะสมตามความรุนแรงของโรคและระยะเวลาที่เริ่มมีอาการ ผู้ป่วยที่มีอาการน้อยอาจได้รับการรักษาด้วยยารับประทานที่บ้าน แต่หากมีอาการรุนแรง มีภาวะแทรกซ้อนทางไตหรือตับ จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ ให้ยาปฏิชีวนะชนิดฉีด และเฝ้าระวังการทำงานของอวัยวะภายในอย่างใกล้ชิด

สิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาด (Crucial Medical Contraindications)

เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วย มีข้อปฏิบัติที่ต้องห้ามอย่างเด็ดขาด ดังนี้:

  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ทานเอง: การทานยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อไม่เพียงแต่รักษาโรคไม่หาย แต่อาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาและเป็นอันตรายต่อตับและไตได้
  • ห้ามเพิกเฉยต่ออาการไข้หลังลุยน้ำ: หลายคนคิดว่าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดาจึงปล่อยทิ้งไว้ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยโรคฉี่หนูมาพบแพทย์ช้าจนเกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน
  • ห้ามปล่อยให้แผลอับชื้น: การปล่อยให้แผลแช่น้ำหรือใส่ถุงเท้าเปียกชื้นเป็นเวลานานจะทำให้แผลเน่าและติดเชื้อลุกลามได้ง่าย

วิธีป้องกันโรคฉี่หนูและการดูแลสุขอนามัยในระยะยาว

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนหรือยามเกิดอุทกภัย ควรปฏิบัติตนตามแนวทางดังนี้:

  • หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำท่วมขังหรือดินโคลนด้วยเท้าเปล่า หากจำเป็นต้องเดินควรสวมรองเท้าบูทยางกันน้ำสูง
  • หากมีบาดแผลที่เท้า ควรงดการลงลุยน้ำโดยเด็ดขาด จนกว่าแผลจะหายสนิท
  • ทำความสะอาดบ้านเรือนและกำจัดขยะมูลฝอยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งอาศัยของหนูและสัตว์พาหะนำโรค
  • ล้างมือและเท้าให้สะอาดด้วยสบู่ทุกครั้งหลังสัมผัสน้ำท่วมขังหรือดิน
  • ดื่มน้ำต้มสุกและรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ เสมอ เพื่อป้องกันโรคระบบทางเดินอาหารที่มักมาพร้อมกับน้ำท่วม
กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับผู้ปฏิบัติ: ตรวจเช็กบาดแผลที่เท้าทุกครั้งก่อนและหลังลุยน้ำ หากมีแผลให้ปิดกันน้ำให้มิดชิด รีบล้างทำความสะอาดด้วยสบู่และน้ำยาฆ่าเชื้อทันทีที่ขึ้นจากน้ำ สังเกตอาการตนเองอย่างใกล้ชิดเป็นเวลาสองสัปดาห์ หากมีไข้สูง ปวดน่อง ตาแดง ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วนที่สุด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down