ภัยเงียบจากน้ำท่วมขังที่ทุกคนต้องรู้
ในช่วงฤดูฝนหรือเหตุการณ์น้ำท่วมขัง เชื้อโรคหลายชนิดมักแพร่กระจายมากับกระแสน้ำ หนึ่งในโรคที่น่ากังวลที่สุดและอาจรุนแรงถึงชีวิตคือ โรคฉี่หนู (Leptospirosis) ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนอยู่ในปัสสาวะของสัตว์พาหะ เช่น หนู สุนัข หรือโคกระบือ เมื่อน้ำท่วมขัง พื้นที่เหล่านี้จะกลายเป็นแหล่งรวมเชื้อโรค หากร่างกายมีการสัมผัสโดยตรงโดยเฉพาะผ่านทางบาดแผลหรือเยื่อบุต่างๆ เชื้อจะสามารถเข้าสู่กระแสเลือดและก่อให้เกิดการอักเสบในระบบอวัยวะต่างๆ ของร่างกายได้อย่างรวดเร็ว
สาเหตุและกลไกการเกิดโรคฉี่หนู
โรคฉี่หนูเกิดจากเชื้อแบคทีเรียรูปเกลียวที่เรียกว่า Leptospira เชื้อนี้สามารถมีชีวิตอยู่ได้นานในสภาพแวดล้อมที่ชื้นแฉะและน้ำท่วมขัง การติดต่อสู่มนุษย์เกิดขึ้นได้ผ่าน 2 ช่องทางหลักคือ
- การสัมผัสโดยตรงกับน้ำหรือดินที่ปนเปื้อนปัสสาวะสัตว์ผ่านทางบาดแผล รอยถลอก หรือผิวหนังที่แช่น้ำเป็นเวลานานจนเปื่อย
- การเข้าทางเยื่อบุร่างกาย เช่น ตา จมูก หรือปาก หากเผลอใช้มือที่เปื้อนน้ำปนเปื้อนมาสัมผัสใบหน้า
กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
แม้ว่าโรคนี้จะเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่กลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็กเล็กที่ชอบวิ่งเล่นในน้ำ ผู้สูงอายุที่มีภูมิต้านทานต่ำ หรือผู้ที่มีแผลเรื้อรังที่เท้าและขา ซึ่งหากได้รับเชื้ออาจมีอาการรุนแรงกว่าปกติได้
อาการสำคัญและระยะของโรคที่ต้องสังเกต
อาการของโรคฉี่หนูมักเริ่มปรากฏหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 7-14 วัน โดยมีระยะของอาการดังนี้
- ระยะเริ่มแรก: มีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณกล้ามเนื้อน่องและหลัง คลื่นไส้อาเจียน ตาแดง (Conjunctival suffusion)
- ระยะเด่นชัด: หากอาการรุนแรง เชื้อจะแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย ส่งผลให้เกิดภาวะตัวเหลืองตาเหลือง ไตวาย หรือมีเลือดออกผิดปกติ
- ไข้สูงลอยไม่ลดลงภายใน 3 วันแม้จะทานยาพาราเซตามอลแล้ว
- ปวดกล้ามเนื้อรุนแรงจนเดินไม่ได้
- มีอาการซึม สับสน หรือคอแข็ง
- ปัสสาวะน้อยลง สีเข้มจัด หรือมีเลือดปน
- อาการหอบเหนื่อย หายใจลำบาก หรือไอเป็นเลือด
วิธีดูแลแผลและป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายหลังลุยน้ำ
หากคุณมีความจำเป็นต้องลุยน้ำท่วม การดูแลความสะอาดเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการป้องกันการติดเชื้อ
- รีบล้างตัว: ทันทีที่ขึ้นจากน้ำ ให้ล้างเท้า ขา และส่วนที่สัมผัสน้ำด้วยสบู่และน้ำสะอาดให้ทั่วถึงหลายๆ รอบ
- ดูแลบาดแผล: หากมีแผลสดหรือรอยถลอก ให้ใช้ยาฆ่าเชื้อ เช่น โพวิโดน-ไอโอดีน (Povidone-Iodine) เช็ดทำความสะอาดและปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำก่อนลงน้ำทุกครั้ง
- เช็ดตัวให้แห้ง: การปล่อยให้ผิวหนังอับชื้นเป็นเวลานานจะทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น ควรเช็ดร่างกายโดยเฉพาะซอกนิ้วเท้าให้แห้งสนิทเสมอ
วิธีรักษาทางการแพทย์
การวินิจฉัยโรคฉี่หนูทำได้โดยการซักประวัติอย่างละเอียด การตรวจเลือดดูระดับการอักเสบ และการตรวจหาเชื้อเฉพาะทาง หากพบว่าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียแพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ที่จำเพาะต่อเชื้อ Leptospira ซึ่งคนไข้ต้องรับประทานยาให้ครบตามจำนวนที่แพทย์สั่งเท่านั้น ห้ามหยุดยาเองแม้จะมีอาการดีขึ้นแล้ว เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำหรือการดื้อยา
- หากต้องลุยน้ำ ควรใส่รองเท้าบูทยางป้องกัน
- ห้ามใช้ยาปฏิชีวนะซื้อทานเองโดยเด็ดขาด เพราะหากไม่ใช่เชื้อแบคทีเรียที่ตรงกับยา อาจทำให้เกิดภาวะดื้อยาได้
- ในรายที่มีไข้สูง ห้ามใช้ยาในกลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน หรือแอสไพริน เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเลือดออกในอวัยวะภายในได้ ให้ใช้เฉพาะพาราเซตามอลตามน้ำหนักตัวเท่านั้น
บทสรุปสำหรับผู้ดูแลและครอบครัว
การป้องกันโรคฉี่หนูที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำท่วมขัง แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ การดูแลแผลและการรักษาสุขอนามัยพื้นฐานถือเป็นเกราะป้องกันชั้นยอด หากมีไข้สูงเฉียบพลันหลังลุยน้ำภายใน 2 สัปดาห์ โปรดรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุดและแจ้งประวัติการลุยน้ำให้แพทย์ทราบทุกครั้ง เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องและทันท่วงทีครับ