ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

รับมือโรคฉี่หนูในเขตเมืองช่วงน้ำท่วม: สรุปสิ่งที่ต้องทำเมื่อมีอาการไข้สูงหลังเดินลุยน้ำ

ช่วงเวลาที่เกิดน้ำท่วมขังในเขตเมือง ไม่ว่าจะเป็นน้ำรอการระบายหรือน้ำท่วมฉับพลัน มักมาพร้อมกับปัญหาสุขภาพมากมายที่สร้างความกังวลใจให้กับประชาชน โดยเฉพาะโรคติดต่อที่มากับน้ำที่ไม่สะอาด หนึ่งในโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่แพทย์ห้องฉุกเฉินและแพทย์เฉพาะทางด้านโรคติดเชื้อให้ความสำคัญและเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ โรคฉี่หนู (Leptospirosis) ซึ่งเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่มีความรุนแรง หากวินิจฉัยและรักษาไม่ทันท่วงทีอาจนำไปสู่ภาวะไตวาย ตับวาย หรือเสียชีวิตได้ บทความนี้จึงรวบรวมองค์ความรู้ทางการแพทย์อย่างละเอียด เพื่อให้ทุกคนสามารถสังเกตอาการ ตระหนักถึงสัญญาณอันตราย และรู้วิธีรับมือที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคฉี่หนูในเขตเมือง

โรคฉี่หนูเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า เลปโตสไปรา (Leptospira) ซึ่งมักอาศัยอยู่ในปัสสาวะของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยเฉพาะหนู สุนัข โค กระบือ และสัตว์สุกร ในบริบทของเขตเมืองที่มีน้ำท่วมขัง เชื้อโรคเหล่านี้จะถูกขับปัสสาวะออกมาปะปนกับน้ำขังตามท้องถนน พื้นบ้าน หรือใต้ถุนอาคาร

กลไกการติดเชื้อสู่ร่างกายมนุษย์เกิดขึ้นเมื่อผิวหนังที่มีบาดแผล รอยขีดข่วน หรือผิวหนังที่แช่น้ำเป็นเวลานานจนเปื่อยยุ่อ่อนนุ่ม สัมผัสกับน้ำหรือดินที่ปนเปื้อนเชื้อโรคแบคทีเรียนี้โดยตรง นอกจากนี้ เชื้อยังสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านทางเยื่อบุอ่อน เช่น เยื่อบุตา จมูก หรือปาก หากมีการสำลักน้ำท่วมขังเข้าไป เมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว จะเดินทางไปสะสมตามอวัยวะต่างๆ เช่น ตับ ไต และกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดการอักเสบในระดับเนื้อเยื่อและหลอดเลือดฝอยทั่วร่างกาย

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

แม้ว่าโรคฉี่หนูจะเกิดขึ้นได้กับทุกคนที่สัมผัสกับน้ำท่วมขัง แต่มีกลุ่มประชากรบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอาการรุนแรง ได้แก่

  • ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่น้ำท่วมขัง เช่น เจ้าหน้าที่กู้ภัย พนักงานเก็บขยะ พนักงานระบายน้ำ และอาสาสมัคร
  • ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคไตเรื้อรัง โรคเบาหวาน หรือโรคตับ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันและการทำงานของอวัยวะเสื่อมถอย ทำให้เมื่อติดเชื้อแล้วมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ง่าย
  • เด็กเล็กที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำและมักชอบเล่นน้ำท่วมขังโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
  • ผู้ที่มีบาดแผลที่เท้าหรือขาแล้วต้องเดินลุยน้ำท่วมเพื่อสัญจรกลับบ้านหรือไปทำงาน

อาการสำคัญและระยะของโรคที่ต้องสังเกต

ระยะฟักตัวของโรคฉี่หนูโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณสองถึงสัปดาห์หลังจากได้รับเชื้อ อาการของโรคจะแสดงออกอย่างเฉียบพลันและแบ่งออกเป็นระยะที่ชัดเจนเพื่อให้แพทย์สามารถวินิจฉัยได้แม่นยำ

ในระยะแรก ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูงอย่างฉับพลัน ปวดศีรษะรุนแรง หนาั่น มีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณน่อง หลัง และโคนขา ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของโรคนี้ นอกจากนี้อาจมีตาแดง (Conjunctival suffusion) บริเวณเยื่อบุตาขาว คลื่นไส้ อาเจียน และเบื่ออาหาร

หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา อาการจะเข้าสู่ระยะที่สองหรือระยะรุนแรง ซึ่งเชื้อจะทำลายระบบอวัยวะภายในอย่างหนัก ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการตัวเหลืองตาเหลือง ปัสสาวะน้อยลงหรือปัสสาวะไม่ออกเนื่องจากไตวายเฉียบพลัน มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง หรือมีอาการทางระบบประสาท เช่น ซึม สับสน คอแข็ง

ข้อควรระวังทางการแพทย์: อาการปวดน่องและไข้สูงหลังลุยน้ำท่วมเป็นสัญญาณเตือนคลาสสิกที่แพทย์ห้องฉุกเฉินใช้คัดกรองโรคฉี่หนู ผู้ป่วยมักเข้าใจผิดคิดว่าเป็นไข้หวัดใหญ่หรืออาการปวดเมื่อยจากการทำงานหนัก จึงมักมารับการรักษาช้าเกินไป

สัญญาณอันตรายระดับวิกฤตที่ต้องพบแพทย์ทันที

หากผู้ป่วยมีประวัติเดินลุยน้ำท่วมขังภายในสองสัปดาห์ที่ผ่านมา และเริ่มมีอาการป่วยร่วมกับสัญญาณเตือนเหล่านี้ ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยด่วนที่สุด ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด

  • ไข้สูงไม่ลดลงแม้จะเช็ดตัวและรับประทานยาลดไข้แล้ว
  • ปวดกล้ามเนื้อน่องหรือกล้ามเนื้อส่วนอื่นอย่างรุนแรงจนขยับขาหรือเดินแทบไม่ไหว
  • ปัสสาวะออกน้อยมาก ปัสสาวะมีสีเข้มจัด หรือไม่มีปัสสาวะเลยติดต่อกันหลายชั่วโมง ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะไตวายเฉียบพลัน
  • มีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง (Jaundice) ซึ่งแสดงว่าตับเริ่มถูกทำลาย
  • หายใจหอบเหนื่อย แน่นหน้าอก หรือมีเลือดออกผิดปกติ เช่น อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระดำ
  • ซึมลง ปลุกตื่นยาก สับสน หรือกระสับกระส่าย

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการสงสัยโรคฉี่หนู แพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียด โดยเฉพาะประวัติการสัมผัสน้ำท่วมขัง การประกอบอาชีพ และกิจกรรมในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา จากนั้นจะทำการตรวจร่างกายอย่างครอบคลุม รวมถึงการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันโรค

การตรวจเลือดจะช่วยประเมินการทำงานของไต (ค่าครีเอตินินและยูเรีย) การทำงานของตับ และตรวจหาจำนวนเกล็ดเลือด ในปัจจุบันมีชุดตรวจทางห้องปฏิบัติการที่จำเพาะเจาะจง เช่น การตรวจหาแอนติบอดี้ต่อเชื้อเลปโตสไปรา หรือการตรวจหาพันธุกรรมของเชื้อด้วยวิธีพีซีอาร์ ซึ่งช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคฉี่หนูต้องดำเนินการโดยแพทย์ในสถานพยาบาลเท่านั้น เนื่องจากโรคนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนทางไตและตับ

แนวทางการรักษาหลักประกอบด้วยการให้ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ที่ตรงกับชนิดของเชื้อแบคทีเรีย เพื่อกำจัดเชื้อออกจากร่างกายให้เร็วที่สุด ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาชนิดและขนาดยาตามความรุนแรงของโรคและน้ำหนักตัวของผู้ป่วย นอกจากนี้แพทย์จะให้การรักษาตามอาการ เช่น การให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำเพื่อควบคุมความดันโลหิตและป้องกันภาวะขาดน้ำ การให้ยาลดไข้ และการเฝ้าระวังการทำงานของอวัยวะสำคัญอย่างใกล้ชิด

คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อรับประทานเองโดยเด็ดขาด เพราะการใช้ยาที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบโดส นอกจากจะไม่หายจากโรคแล้ว ยังอาจทำให้เชื้อดื้อยาและเป็นอันตรายต่อตับและไตที่กำลังทำงานหนักได้

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการดูแลที่บ้านก่อนถึงมือแพทย์

หากเพิ่งกลับจากการลุยน้ำท่วมและสงสัยว่าอาจได้รับเชื้อ มีข้อปฏิบัติเบื้องต้นที่สามารถทำได้ทันทีเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ

  • รีบล้างทำความสะอาดร่างกายทันที ด้วยสบู่และน้ำสะอาด โดยเฉพาะบริเวณเท้า ง่ามนิ้วเท้า และขา จากนั้นเช็ดให้แห้งสนิท
  • หากมีบาดแผลที่ผิวหนัง ควรทำความสะอาดแผลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น เบตาดีน และปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำเพื่อป้องกันการสัมผัสเชื้อซ้ำ
  • ซักทำความสะอาดเสื้อผ้า รองเท้า และอุปกรณ์ที่ลุยน้ำด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือผงซักฟอกให้สะอาด
  • สังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิดเป็นเวลาสองสัปดาห์ หากมีไข้สูง ปวดน่อง หรือตาแดง ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการลุยน้ำให้แพทย์ทราบเสมอ

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ในสถานการณ์ที่มีไข้สูงหลังลุยน้ำท่วม มีข้อควรระวังและข้อห้ามทางการแพทย์ที่สำคัญมากซึ่งผู้ป่วยและผู้ดูแลควรทราบ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากความเข้าใจผิด

  • ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) หรือยากลุ่มเอ็นเซด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน ในการลดไข้เด็ดขาด เนื่องจากในเขตน้ำท่วมมักมีการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกร่วมด้วย การใช้ยาเหล่านี้จะไปเพิ่มความเสี่ยงทำให้เลือดออก ภายในทางเดินอาหารและเป็นอันตรายถึงชีวิต
  • ให้ใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ในการลดไข้ตามขนาดยาที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวเท่านั้น (ขนาดมาตรฐานคือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง เมื่อมีไข้) และห้ามรับประทานเกินขนาด
  • ห้ามชะล่าใจปล่อยให้มีไข้สูงเรื้อรังเกินสามวันโดยไม่ไปพบแพทย์

วิธีป้องกันและการปฏิบัติตนเพื่อความปลอดภัยระยะยาว

การป้องกันโรคฉี่หนูที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับน้ำท่วมขังโดยตรง แต่หากมีความจำเป็นต้องเดินลุยน้ำหรือทำงานในพื้นที่น้ำท่วม ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้

  • สวมรองเท้าบูทกันน้ำข้อยาวทุกครั้งเมื่อต้องเดินลุยน้ำท่วมขัง และสวมถุงมือยางหากต้องสัมผัสกับสิ่งปฏิกูลหรือขยะในน้ำ
  • หลีกเลี่ยงการลงไปแช่น้ำท่วมขังหากมีบาดแผลที่ขาหรือเท้า หรือหากจำเป็นต้องลงน้ำควรปิดแผลด้วยวัสดุกันน้ำอย่างมิดชิด
  • จัดการสิ่งแวดล้อมภายในบ้านและบริเวณรอบบ้านให้สะอาด กำจัดขยะมูลฝอยอย่างถูกวิธีเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งอาศัยของหนู และเก็บอาหารในภาชนะที่ปิดมิดชิด
  • ในกลุ่มเสี่ยงสูงที่มีอาชีพต้องสัมผัสน้ำท่วมขังเป็นประจำ แพทย์อาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะป้องกันโรค (Chemoprophylaxis) ตามความเหมาะสม

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแล

เพื่อให้สามารถจดจำและนำไปปฏิบัติได้อย่างรวดเร็ว นี่คือขั้นตอนสรุปที่ควรปฏิบัติเมื่อต้องเผชิญกับภาวะเสี่ยงโรคฉี่หนู

  • ขั้นที่ 1 (ป้องกัน): หลีกเลี่ยงการลุยน้ำเปล่าโดยไม่สวมรองเท้าบูท และรีบทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังสัมผัสน้ำท่วม
  • ขั้นที่ 2 (สังเกต): เฝ้าระวังอาการไข้สูง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อน่อง และตาแดง ภายใน 14 วันหลังลุยน้ำ
  • ขั้นที่ 3 (ห้ามทำ): ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะทานเอง และห้ามใช้ยาแอสไพรินหรือไอบูโพรเฟนเด็ดขาด
  • ขั้นที่ 4 (พบแพทย์): หากมีไข้สูงร่วมกับปวดน่องรุนแรง ปัสสาวะน้อยลง หรือตัวเหลือง ให้รีบไปโรงพยาบาลทันทีเพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down