ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ภัยใกล้ตัวจากน้ำท่วมขังในกรุงเทพมหานครที่คุณอาจมองข้าม

ปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบายในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มักเกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงฤดูฝนหรือหลังจากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง แม้จะเป็นภาพที่หลายคนคุ้นชิน แต่เบื้องหลังผืนน้ำที่ขังนองตามท้องถนนและทางเดินเท้า กลับแฝงไปด้วยมหันตภัยเงียบที่ร้ายแรงถึงชีวิต นั่นคือ โรคฉี่หนู (Leptospirosis) ซึ่งเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่พบได้บ่อยและมีความรุนแรงสูงในกลุ่มผู้ที่ต้องเดินลุยน้ำขังโดยไม่ระมัดระวัง บทความนี้จะพาทุกท่านทำความเข้าใจตั้งแต่สาเหตุ อาการ การรักษา ไปจนถึงวิธีป้องกันอย่างละเอียด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของตัวท่านเองและคนที่คุณรัก

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคฉี่หนูที่คุณต้องระวัง

โรคฉี่หนูเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่มสไปโรชีท (Spirochete) ที่มีชื่อว่า เลปโตสไปรา (Leptospira) ซึ่งอาศัยอยู่ในปัสสาวะของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด โดยเฉพาะสัตว์ฟันแทะอย่างหนู สุนัขโคกระบือ หรือสุกร เชื้อโรคนี้มีความสามารถในการมีชีวิตอยู่รอดในสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำที่ท่วมขัง ดินที่ชื้นแฉะ หรือโคลนตม ได้เป็นระยะเวลานานหลายสัปดาห์

กลไกการเข้าสู่ร่างกายของเชื้อโรคชนิดนี้เกิดขึ้นได้ง่ายมาก โดยเชื้อแบคทีเรียสามารถไอน์หรือซึมผ่านเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้ผ่านทางผิวหนังที่มีบาดแผล รอยขีดข่วน รอยถลอก หรือแม้แต่ผิวหนังปกติที่แช่น้ำเป็นเวลานานจนเปื่อยยุ่ย นอกจากนี้ เยื่อเมือกต่างๆ เช่น ตา จมูก หรือปาก ก็เป็นช่องทางที่เชื้อโรคสามารถเล็ดลอดเข้าสู่กระแสเลือดได้เช่นกัน เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายแล้ว จะเดินทางไปตามกระแสเลือดและเข้าสู่อวัยวะสำคัญ เช่น ตับ ไต และเยื่อหุ้มสมอง ทำให้เกิดการอักเสบทั่วร่างกายในเวลาต่อมา

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

แม้โรคฉี่หนูจะสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนที่มีประวัติสัมผัสน้ำท่วมขัง แต่มีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ ได้แก่

  • ผู้ปฏิบัติงานกลางแจ้งหรือผู้ที่ต้องเดินลุยน้ำท่วมขังในเมือง เช่น พนักงานทำความสะอาดถนน พนักงานกู้ภัย เจ้าหน้าที่ระบายน้ำ และวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
  • เด็กและเยาวชนที่มักลงไปเล่นน้ำท่วมขังด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
  • ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคไต โรคเบาหวาน หรือมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งหากได้รับเชื้อ อาการอาจรุนแรงได้อย่างรวดเร็ว
  • ประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังและจำเป็นต้องเดินลุยน้ำเพื่อออกไปซื้อหาอาหารหรือเดินทางไปทำงาน

อาการสำคัญและระยะการดำเนินของโรคฉี่หนู

อาการของโรคฉี่หนูมักจะปรากฏหลังจากได้รับเชื้อเข้าไปแล้วประมาณ 5 ถึง 14 วัน (โดยอาจสั้นที่สุดได้ 2 วัน หรือนานที่สุดถึง 30 วัน) การดำเนินของโรคสามารถแบ่งออกได้เป็นระยะสำคัญ ดังนี้

ระยะแรก (Septicemic Phase)

ในช่วง 4 ถึง 7 วันแรก ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายกับไข้หวัดใหญ่หรือโรคติดเชื้อไวรัสอื่นๆ ทำให้หลายคนมักชะล่าใจ อาการเด่นชัดในระยะนี้ประกอบด้วย:

  • ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะรุนแรง
  • หนสั่นสลับร้อน
  • ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณน่อง ต้นขา และหลัง ซึ่งเป็นอาการจำเพาะของโรคนี้
  • ตาแดง มีการอักเสบของเยื่อบุตาขาว
  • เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน

ระยะที่สอง (Immune Phase)

หลังจากผ่านพ้นสัปดาห์แรก อาการไข้ส่วนใหญ่มักจะลดลง แต่ในผู้ป่วยบางรายเชื้ออาจลุกลามจนเข้าสู่ระยะที่รุนแรงขึ้น หรือที่เรียกว่า กลุ่มอาการเวลส์ (Weil's Disease) ซึ่งเป็นภาวะวิกฤตที่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากผู้ป่วยมีอาการตัวเหลืองตาเหลือง ปัสสาวะมีสีเข้มหรือมีปริมาณลดลงอย่างมาก หายใจหอบเหนื่อย หรือมีเลือดออกตามผิวหนัง แสดงว่าโรคได้เข้าสู่ระยะรุนแรงที่มีภาวะตับวาย ไตวาย และเลือดออกในปอดร่วมด้วย ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms)

หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีประวัติลุยน้ำท่วมขังภายใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และเริ่มมีอาการป่วยร่วมกับสัญญาณเตือนเหล่านี้ ควรรีบเดินทางไปโรงพยาบาลทันที:

  • ไข้สูงไม่ยอมลด หรือไข้กลับมาสูงอีกครั้งหลังเคยลดลงไปแล้ว
  • ปวดกล้ามเนื้อรุนแรงจนไม่สามารถเดินได้
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน)
  • ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะมีสีเข้มจัดเหมือนน้ำปลา หรือมีเลือดปน
  • มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง มีรอยช้ำง่าย หรือมีเลือดกำเดาไหล
  • ซึมลง สับสน หายใจหอบเหนื่อย หรือเจ็บแน่นหน้าอก

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการที่สงสัยว่าอาจเป็นโรคฉี่หนู แพทย์จะดำเนินการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดรอบคอบ ดังนี้:

  • การซักประวัติอย่างละเอียด: เน้นเรื่องประวัติการเดินลุยน้ำขัง ยลโคลน การสัมผัสสัตว์ หรือการประกอบอาชีพเสี่ยงภายในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
  • การตรวจร่างกาย: ตรวจวัดสัญญาณชีพ ตรวจดูภาวะตาแดง ตรวจคลำตับและไต และประเมินอาการปวดกล้ามเนื้อ
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Blood Tests): ตรวจหาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) ตรวจการทำงานของตับ (Liver Function Test) และการทำงานของไต (Kidney Function Test) ซึ่งมักพบความผิดปกติเด่นชัด
  • การตรวจทางเซรวิทยา (Serological Tests): เช่น การตรวจหาภูมิต้านทานต่อเชื้อเลปโตสไปรา หรือการตรวจหาพันธุกรรมของเชื้อด้วยวิธีปฏิกิริยาลูกโซ่โพลิเมอเรส (PCR) ในเลือดหรือปัสสาวะ

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคฉี่หนูต้องดำเนินการภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยแบ่งแนวทางปฏิบัติออกเป็น:

  • การใช้ยาปฏิชีวนะ: แพทย์จะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะที่ตรงกับเชื้อ เช่น ด็อกซีไซคลิน (Doxycycline) หรือยาในกลุ่มเพนิซิลลิน (Penicillin) ตามความรุนแรงของโรคและระยะเวลาที่เริ่มมีอาการ ผู้ป่วยต้องรับประทานยาให้ครบตามจำนวนที่แพทย์สั่งแม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม
  • การรักษาตามอาการ: ให้ยาลดไข้แก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำในรายที่มีภาวะขาดน้ำหรือคลื่นไส้อาเจียนมาก
  • การดูแลในภาวะวิกฤต: หากผู้ป่วยมีภาวะไตวายเฉียบพลัน อาจจำเป็นต้องได้รับการบำบัดทดแทนไต (การฟอกเลือด) หรือหากมีภาวะเลือดออกในปอดจะต้องได้รับการดูแลในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) อย่างใกล้ชิด
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเองเด็ดขาดเมื่อมีไข้สูงหลังลุยน้ำท่วม เนื่องจากโรคฉี่หนูต้องอาศัยการประเมินความรุนแรงโดยแพทย์ และการเลือกใช้ขนาดยาต้องเหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละรายเพื่อป้องกันผลข้างเคียงและภาวะดื้อยา

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ในกระบวนการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีอาการไข้และปวดเมื่อยหลังลุยน้ำท่วม มีข้อควรปฏิบัติทางการแพทย์ที่ต้องเคร่งครัด:

  • ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในการลดไข้เด็ดขาด หากยังไม่ได้รับการวินิจฉัยที่แน่ชัด เนื่องจากยาเหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะเลือดออกผิดปกติในทางเดินอาหารและเพิ่มภาระให้กับไตที่กำลังอักเสบจากโรคฉี่หนู
  • การใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) เพื่อลดไข้ ต้องคำนวณขนาดยาให้ถูกต้องตามน้ำหนักตัว (10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 หมื่นกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง) และห้ามรับประทานเกินขนาดเนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อตับ
  • ห้ามเพิกเฉยต่อแผลที่เท้า หากมีบาดแผลเปิด ห้ามเดินลุยน้ำท่วมขังโดยเด็ดขาดจนกว่าแผลจะหายสนิท

วิธีป้องกันและการปฏิบัติตัวเพื่อหลีกเลี่ยงโรคฉี่หนู

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่มีความเสี่ยงจากน้ำท่วมขังบ่อยครั้ง ควรปฏิบัติตนตามคำแนะนำดังนี้:

  • หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำท่วมขัง ยลโคลน หรือลงเล่นน้ำในคลองช่วงที่มีน้ำท่วม หากเลี่ยงไม่ได้ควรสวมรองเท้าบูทกันน้ำยางสูง
  • หากมีบาดแผลที่เท้าหรือขา ควรปิดทับด้วยพลาสติกกันน้ำหรือวัสดุป้องกันการซึมผ่านของน้ำให้แน่นหนาก่อนลงน้ำ
  • ล้างมือ เท้า และขาด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันทีหลังจากขึ้นจากน้ำท่วม และเช็ดให้แห้งสนิท
  • ทำความสะอาดบ้านเรือนและกำจัดขยะมูลฝอยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งอาศัยของหนูและสัตว์พาหะนำโรค
  • ดื่มน้ำที่สะอาดต้มสุก และรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ เสมอ
  • สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงมาก เช่น ผู้ปฏิบัติงานขุดลอกท่อระบายน้ำ อาจต้องปรึกษาแพทย์เพื่อรับประทานยาป้องกันโรค (Chemoprophylaxis) ตามคำแนะนำทางการแพทย์
กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับผู้ดูแลและประชาชนทั่วไป:
1. หลีกเลี่ยงการลุยน้ำท่วมขัง หากจำเป็นต้องสวมรองเท้าบูท
2. ล้างทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังสัมผัสน้ำท่วม
3. สังเกตอาการตนเองอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังลุยน้ำ
4. หากมีไข้สูง ปวดน่อง ตาเหลือง รีบพบแพทย์ทันที ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะทานเอง
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down