ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกมีไข้สูงหลังลุยน้ำท่วม: ภัยเงียบที่พ่อแม่ต้องระวัง

ในช่วงฤดูฝนหรือยามที่เกิดอุทกภัย น้ำท่วมขังตามถนนหนทางหรือสนามเด็กเล่น มักเป็นภาพที่เด็กๆ หลายคนชื่นชอบในการได้ออกไปเดินลุยน้ำเล่นสนุกสนาน แต่ในมุมมองทางการแพทย์ น้ำที่ท่วมขังเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงความสกปรกธรรมดา หากแต่แฝงไปด้วยเชื้อโรคอันตรายมากมาย โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคฉี่หนู หรือที่ในทางการแพทย์เรียกว่าโรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) ซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายของเด็กผ่านทางรอยแผล รอยขีดข่วน หรือผิวหนังที่แช่น้ำเป็นเวลานาน การที่เด็กมีไข้สูงหลังจากไปลุยน้ำท่วม จึงเป็นสัญญาณเตือนภัยที่พ่อแม่จะนิ่งนอนใจไม่ได้เด็ดขาด จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจเพื่อสังเกตอาการ และรีบพาบุตรหลานมาพบแพทย์ก่อนที่โรคจะลุกลามจนเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงถึงชีวิต

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคฉี่หนูในเด็ก

โรคฉี่หนู (Leptospirosis) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่มสปิโรคีต (Spirochete) ที่มีชื่อว่า เลปโตสไปรา (Leptospira) เชื้อโรคชนิดนี้มักจะอาศัยอยู่ในไตของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด โดยเฉพาะสัตว์ฟันแทะอย่างหนู สุนัข โค กระบือ และสุกร เมื่อสัตว์เหล่านี้ขับปัสสาวะออกมาปนเปื้อนกับน้ำท่วมขัง ดินโคลน หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ เชื้อโรคจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานหลายสัปดาห์

กลไกการติดเชื้อในเด็กเกิดขึ้นเมื่อผิวหนังของเด็กที่มีรอยแผล รอยถลอก รอยข่วน หรือแม้แต่ผิวหนังที่เปื่อยจากการแช่น้ำเป็นเวลานานสัมผัสกับน้ำหรือดินที่มีเชื้อปนเปื้อน เชื้อแบคทีเรียจะสามารถซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การที่เด็กใช้มือเปื้อนน้ำท่วมขังหยิบอาหารเข้าปากโดยไม่ล้างมือให้สะอาด ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านทางระบบทางเดินอาหารได้เช่นกัน เมื่อเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว เชื้อจะกระจายตัวไปยังอวัยวะต่างๆ เช่น ตับ ไต และเยื่อหุ้มสมอง ทำให้เกิดการอักเสบและทำงานผิดปกติ

อาการสำคัญและระยะของโรคที่ต้องสังเกต

อาการของโรคฉี่หนูในเด็กมักจะเริ่มแสดงความผิดปกติหลังจากได้รับเชื้อเข้ามาในร่างกายแล้วประมาณสองถึงย 2 สัปดาห์ (ระยะฟักตัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 5 ถึง 14 วัน) โดยลักษณะอาการจะแบ่งออกเป็นช่วงๆ ดังนี้

ระยะแรกหรือระยะติดเชื้อในกระแสเลือด

ในระยะนี้เด็กจะมีอาการคล้ายกับโรคไข้หวัดใหญ่ทั่วไป ทำให้พ่อแม่หลายคนอาจเข้าใจผิดและซื้อยาทานเองที่บ้าน อาการเด่นชัดได้แก่

  • มีไข้สูงอย่างฉับพลัน บางครั้งมีอาการหนาวสั่นร่วมด้วย
  • ปวดศีรษะรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณหน้าผากหรือท้ายทอย
  • ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยมักจะปวดที่บริเวณน่อง ต้นขา และหลัง ซึ่งเป็นอาการจำเพาะของโรคนี้
  • ตาแดง มีภาวะเลือดคั่งที่เยื่อบุตาขาว แต่ไม่มีขี้ตา
  • เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีอาการปวดท้อง

ระยะที่สองหรือระยะมีภูมิคุ้มกันต่อ

หากเด็กไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาการในระยะแรกอาจทุเลาลงชั่วคราว 1 ถึง 2 วัน ก่อนจะเข้าสู่ระยะที่สอง ซึ่งเชื้อโรคจะเริ่มโจมตีอวัยวะภายในอย่างรุนแรง เด็กอาจจะมีไข้กลับมาสูงอีกครั้ง ตัวเหลืองตาเหลืองจากภาวะตับอักเสบ ปัสสาวะน้อยลงหรือปัสสาวะเป็นเลือดจากภาวะไตวายเฉียบพลัน และอาจมีอาการทางระบบประสาทหากเชื้อลามไปที่เยื่อหุ้มสมอง

ข้อควรระวังทางการแพทย์: อาการปวดน่องและอาการตาแดงร่วมกับไข้สูงหลังลุยน้ำ เป็นจุดสังเกตสำคัญที่แพทย์ใช้คัดกรองโรคฉี่หนู หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบแจ้งประวัติการลุยน้ำให้แพทย์ทราบทันที

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms)

ในเด็กเล็ก อาการอาจดำเนินไปอย่างรวดเร็วกว่าผู้ใหญ่ พ่อแม่ต้องเฝ้าระวังอาการวิกฤตเหล่านี้อย่างใกล้ชิด หากพบอาการดังกล่าวต้องพาไปโรงพยาบาลทันทีโดยไม่มีข้อแม้

  • ไข้สูงมากและไม่ยอมลดลงเลยแม้จะเช็ดตัวและทานยาลดไข้แล้ว นานเกิน 3 วัน
  • ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ปลุกตื่นยาก หรือมีความรู้สึกตัวลดลง
  • เด็กปฏิเสธการดื่มน้ำหรือดื่มนม ไม่ยอมทานอะไรเลย
  • มีอาการขาดน้ำรุนแรง เช่น ปากแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา กระหม่อมยุบ (ในทารก) หรือปัสสาวะไม่ออกนานเกิน 6 ถึง 8 ชั่วโมง
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนอกบุ๋ม หรือมีอาการริมฝีปากเขียวคล้ำ
  • มีผื่นเลือดออกตามผิวหนัง หรือมีเลือดกำเดาไหล ปัสสาวะเป็นสีเข้มหรือมีเลือดปน
  • มีอาการชักเกร็ง หรือคอแข็ง

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาถึงสถานพยาบาล กุมารแพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียด โดยเฉพาะประวัติการสัมผัสน้ำท่วมขัง ดินโคลน หรือการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จากนั้นจะทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อประเมินความรุนแรงของโรค

สำหรับการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรคฉี่หนู แพทย์อาจพิจารณาตรวจดังนี้

  • การตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการเพื่อดูความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count) เพื่อดูภาวะเม็ดเลือดขาวสูง
  • การตรวจการทำงานของไตและตับ (BUN, Creatinine, Liver Function Tests) เพื่อประเมินความเสียหายของอวัยวะภายใน
  • การตรวจหาเชื้อจำเพาะ เช่น การตรวจหาดีเอ็นเอของเชื้อด้วยวิธีปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส (PCR) หรือการตรวจหาแอนติบอดีย์ต่อเชื้อในเลือด

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

โรคฉี่หนูเป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่ตรงกับโรค การรักษาจึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด

  • การใช้ยาปฏิชีวนะ: แพทย์จะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เหมาะสมกับช่วงอายุและน้ำหนักของเด็ก เช่น ยากลุ่มเพนนิลลิน หรือด็อกซีไซคลิน (ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์และความรุนแรงของโรค) พ่อแม่ต้องให้ลูกทานยาให้ครบตามกำหนดแม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม เพื่อป้องกันการดื้อยาและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
  • การรักษาตามอาการ: หากมีไข้สูง แพทย์จะให้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามขนาดยาน้ำหนักตัวที่เหมาะสม พร้อมทั้งให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำในกรณีที่เด็กมีภาวะขาดน้ำหรือทานไม่ได้
  • การดูแลที่บ้านในกรณีอาการไม่รุนแรง: ให้เด็กพักผ่อนให้เพียงพอ เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่นสะอาด ดื่มน้ำเกลือแร่หรือน้ำสะอาดมากๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ และจัดเตรียมอาหารอ่อนที่ย่อยง่ายให้เด็กรับประทาน
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อให้เด็กทานเองเด็ดขาดเมื่อมีไข้ เพราะหากไม่ใช่โรคฉี่หนู การใช้ยาไม่ถูกประเภทอาจส่งผลเสียต่อร่างกายและทำให้เชื้อดื้อยาได้

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ในการดูแลเด็กที่มีไข้สูงหลังลุยน้ำท่วม มีข้อควรระวังทางการแพทย์ที่เคร่งครัดซึ่งพ่อแม่ต้องจำให้ขึ้นใจ

  • ห้ามใช้ยาแอสไพรินหรือไอบูโพรเฟนลดไข้เด็ดขาด: เนื่องจากเด็กที่มีไข้สูงอาจเสี่ยงต่อโรคติดเชื้ออื่นๆ เช่น โรคไข้เลือดออก การใช้ยาในกลุ่มเอ็นเซด (NSAIDs) หรือแอสไพริน จะไปเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะเลือดออกผิดปกติ และอาจทำให้เกิดกลุ่มอาการเรย์ส์ซินโดรม (Reye's syndrome) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต
  • การใช้ยาพาราเซตามอลที่ถูกต้อง: ต้องคำนวณขนาดยาตามน้ำหนักตัวของเด็กเสมอ คือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเมื่อมีไข้ และห้ามทานเกินขนาดที่กำหนด
  • ห้ามปล่อยให้เด็กแช่น้ำท่วมขัง: หากเลี่ยงไม่ได้ควรสวมรองเท้าบูทกันน้ำ และรีบทำความสะอาดร่างกาย ฟอกสบู่เช็ดตัวให้แห้งทันทีหลังขึ้นจากน้ำ

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันไม่ให้เด็กติดเชื้อโรคฉี่หนูเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เนื่องจากโรคนี้มีความรุนแรงและอาจมีภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย

  • หลีกเลี่ยงการให้เด็กเดินลุยน้ำท่วมขัง น้ำนิ่ง หรือลงเล่นน้ำในแม่น้ำลำคลองช่วงที่มีน้ำหลาก โดยเฉพาะเด็กที่มีแผลที่เท้าหรือขา
  • สวมรองเท้าบูทยางกันน้ำทุกครั้งหากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำ และสวมถุงมือยางหากต้องทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลด
  • ทำความสะอาดร่างกาย ฟอกสบู่ และเช็ดให้แห้งทันทีทุกครั้งที่เด็กสัมผัสน้ำท่วมขัง
  • กำจัดขยะมูลฝอยภายในบ้านและรอบบ้าน เพื่อไม่ให้เป็นแหล่ง 1 อาศัยของหนูและสัตว์พาหะนำโรค
  • เก็บอาหารและน้ำดื่มให้มิดชิด ไม่ให้หนูเข้าถึงได้ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรค
คำแนะนำจากคุณหมอ: สุขอนามัยที่ดีและการล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง เป็นเกราะป้องกันโรคระบบทางเดินอาหารและโรคติดเชื้ออื่นๆ ที่มากับน้ำท่วมได้เป็นอย่างดี

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

เพื่อให้พ่อแม่สามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ลูกมีไข้หลังลุยน้ำท่วม สามารถปฏิบัติตามเช็กลิสต์ด้านล่างนี้ได้ทันที

  • ตรวจสอบประวัติ: นึกย้อนดูว่าในช่วง 1 ถึง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ลูกมีประวัติเดินลุยน้ำท่วมขัง ย่ำโคลน หรือมีแผลที่โดนน้ำหรือไม่
  • สังเกตอาการร่วม: ตรวจดูว่ามีอาการปวดน่อง ปวดกล้ามเนื้อ ตาแดง หรือมีไข้สูงฉับพลันร่วมด้วยหรือไม่
  • วัดไข้และเช็ดตัว: ใช้ปรอทวัดไข้ให้แน่ชัด หากมีไข้ให้เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นเพื่อระบายความร้อน และให้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง (ห้ามใช้ยาแอสไพรินหรือไอบูโพรเฟน)
  • เฝ้าระวัง Red Flags: หากเด็กมีอาการซึมมาก อาการทางระบบประสาท อาการหายใจหอบเหนื่อย ปัสสาวะไม่ออก หรืออาเจียนไม่หยุด ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันที
  • พบแพทย์เพื่อรับยา: หากสงสัยโรคฉี่หนู แพทย์จะทำการเจาะเลือดตรวจและให้ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อที่จำเพาะ ซึ่งต้องทานให้ครบตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down