ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกเป็นหวัดคัดจมูกแต่ล้างจมูกทีไรเจ็บหูทุกที: ความกังวลใจอันดับหนึ่งของคนเป็นแม่

อาการหวัดและคัดจมูกในเด็กเล็กเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยมากในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในวัยเข้าโรงเรียนหรือเนอสเซอรี ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้เด็กๆ อาจเป็นหวัดได้ถึงห-แปดครั้งต่อปี การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือจึงเป็นหนึ่งในหัตถการทางการแพทย์ที่แพทย์แนะนำให้ทำความสะอาดโพรงจมูก เพื่อช่วยลดความเหนียวข้นของน้ำมูก บรรเทาอาการคัดจมูก และช่วยให้ลูกหายใจได้สะดวกยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม พ่อแม่หลายท่านมักพบปัญหาชวนกังวลใจว่า ลูกเป็นหวัดคัดจมูกแต่ล้างจมูกทีไรเจ็บหูทุกที อาการเหล่านี้เกิดขึ้นจากอะไร และมีอันตรายต่อสุขภาพหูของลูกน้อยหรือไม่ บทความนี้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักกุมารเวชศาสตร์มาให้ทุกท่านได้ทำความเข้าใจอย่างละเอียด

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการเจ็บหูขณะล้างจมูก

ทางเดินหายใจส่วนบน หูชั้นกลาง และคอหอย มีท่อเชื่อมต่อกันโดยตรงที่มีชื่อว่าท่อยูสเตเชียน (Eustachian Tube) ซึ่งท่อนี้ทำหน้าที่ปรับความดันภายในหูชั้นกลางให้เท่ากับบรรยากาศภายนอก และช่วยระบายสารคัดหลั่งจากหูชั้นกลางลงสู่คอหอย ในเด็กเล็ก ท่อยูสเตเชียนจะมีลักษณะสั้น แบนกว้าง และวางตัวอยู่ในแนวราบมากกว่าผู้ใหญ่ ทำให้เชื้อโรค สารคัดหลั่ง และของเหลวต่างๆ จากโพรงจมูกไหลย้อนกลับเข้าไปในหูชั้นกลางได้ง่ายเป็นพิเศษ เมื่อเด็กเป็นหวัด เยื่อบุทางเดินหายใจจะบวมอักเสบอยู่แล้ว และเมื่อมีการสวนล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ หากทำด้วยเทคนิคที่ไม่ถูกต้อง เช่น ใช้แรงดันในการฉีดน้ำเกลือมากเกินไป ฉีดน้ำเกลือเร็วเกินไป หรือเด็กสะบัดหน้าหนีในขณะฉีด จะทำให้แรงดันน้ำเกลือดันน้ำมูกหรือน้ำเกลือเข้าไปอัดแน่นในท่อยูสเตเชียน ส่งผลให้แก้วหูถูกดัน เกิดอาการปวด เจ็บ จี๊ด หรือหูอื้อทันทีหลังล้างจมูก และหากมีเชื้อโรคหลุดเข้าไปสะสมในหูชั้นกลางร่วมด้วย ก็อาจนำไปสู่ภาวะหูชั้นกลางอักเสบตามมาได้

อาการและสัญญาณอันตรายของโรคหูอักเสบที่ต้องระวัง

อาการเจ็บหูหลังล้างจมูกหากเป็นเพียงชั่วครู่และหายไปเองภายในไม่กี่นาที อาจเกิดจากความดันในหูเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่หากเด็กมีอาการเจ็บหูต่อเนื่อง หรือมีสัญญาณเตือนของการอักเสบติดเชื้อในหูชั้นกลาง ผู้ปกครองต้องสังเกตอาการสำคัญดังต่อไปนี้อย่างใกล้ชิด

  • อาการปวดหูรุนแรง โดยเฉพาะเวลากลางคืน เด็กมักจะร้องกวน งอแงผิดปกติ และพยายามเอามือจับ ดึง หรือขยี้ที่ใบหูข้างที่เจ็บ
  • มีไข้สูงร่วมด้วย ซึ่งบ่งบอกถึงการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
  • เด็กทารกหรือไม่ยอมดูดนม เพราะการกลืนน้ำลายหรือนมจะทำให้ความดันในหูเปลี่ยนแปลงและยิ่งทำให้เจ็บหูมากขึ้น
  • มีอาการหูอื้อ ได้ยินไม่ชัด ตอบสนองต่อเสียงรอบข้างลดลง
  • มีสารคัดหลั่ง เช่น ของเหลวใส หนอง หรือเลือดไหลซึมออกมาจากรูหู ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อแก้วหูทะลุจากแรงดันหรือการอักเสบสะสม
  • อาการเวียนหัว ทรงตัวได้ไม่ดี หรือเดินเซ
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากพบว่าเด็กมีหนองไหลออกจากรูหูร่วมกับมีไข้สูง ห้ามหยอดน้ำยาใดๆ ลงในหูโดยเด็ดขาด และควรรีบพาไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก หรือกุมารแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยทันที เนื่องจากปล่อยไว้อาจส่งผลกระทบต่อการได้ยินในระยะยาวได้

สัญญาณเตือนอันตราย Red Flags ที่ต้องพบแพทย์ทันที

การเป็นหวัดร่วมกับการล้างจมูกอาจมีความซับซ้อนขึ้น หากเด็กแสดงอาการวิกฤตที่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างเร่งด่วน โดยมีแนวทางสังเกตอาการดังนี้

  • ไข้สูงเกินสามสิบเก้าองศาเซลเซียสติดต่อกันนานเกินสามวัน หรือไข้ไม่ยอมลดแม้ว่าจะเช็ดตัวและกินยาลดไข้แล้ว
  • มีอาการซึมลง ปลุกตื่นยาก ไม่เล่น ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม ปีกจมูกบาน หรือมีเสียงหายใจผิดปกติ
  • ภาวะขาดน้ำจากอาการดื่มนมหรือน้ำไม่ได้ ปัสสาวะออกน้อยลงมากหรือไม่มีปัสสาวะนานเกินหกชั่วโมง ปากแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา
  • อาการชักจากไข้สูง

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อพาเด็กมาพบแพทย์ด้วยอาการเจ็บหูหลังล้างจมูกและมีอาการหวัดร่วมด้วย แพทย์จะมีกระบวนการตรวจวินิจฉัยอย่างเป็นระบบ ดังนี้

  • การซักประวัติอย่างละเอียด เกี่ยวกับระยะเวลาที่เป็นหวัด ความถี่และวิธีปฏิบัติในการล้างจมูก อุปกรณ์ที่ใช้ และลักษณะของอาการเจ็บหู
  • การตรวจร่างกายทั่วไป รวมถึงการตรวจคอ ต่อมน้ำเหลือง และฟังเสียงปอดเพื่อประเมินความรุนแรงของโรคหวัด
  • การตรวจหูด้วยเครื่องตรวจหู (Otoscope) เพื่อประเมินความผิดปกติของเยื่อแก้วหู ว่ามีการบวมแดง มีน้ำหรือหนองขังในหูชั้นกลางหรือไม่ หรือมีภาวะแก้วหูทะลุหรือไม่
  • การตรวจหาเชื้อไวรัสทางเดินหายใจ เช่น การเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งตรวจหาเชื้อไข้หวัดใหญ่ หรือไวรัสอาร์เอสวี (RSV) ในกรณีที่มีอาการรุนแรง

วิธีดูแลรักษาและการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องเมื่อลูกเจ็บหูจากการล้างจมูก

เมื่อเกิดอาการเจ็บหูขึ้นแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือหยุดการล้างจมูกชั่วคราวเพื่อให้เนื้อเยื่อภายในจมูกและท่อยูสเตเชียนได้พักผ่อน จากนั้นปฏิบัติตามแนวทางการรักษาทางการแพทย์ดังนี้

  • การรักษาตามอาการ โดยการให้ยาลดไข้แก้ปวดพาราเซตามอลตามน้ำหนักตัวที่ถูกต้องเพื่อบรรเทาอาการปวดหู
  • การใช้ยาหยอดจมูกหรือยาลดน้ำมูกตามคำสั่งแพทย์ เพื่อช่วยลดการบวมของเยื่อบุรอบท่อยูสเตเชียน
  • ในกรณีที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคหูชั้นกลางอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แพทย์อาจพิจารณาจ่ายยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ซึ่งผู้ปกครองต้องให้ลูกกินยาให้ครบตามขนาดและระยะเวลาที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด แม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม
  • การดูแลให้เด็กพักผ่อนอย่างเพียงพอ ดื่มน้ำอุ่นมากๆ เพื่อช่วยให้เสมหะเจือจางลง
คำแนะนำจากคุณหมอ: หากจำเป็นต้องล้างจมูกต่อหลังจากอาการเจ็บหูดีขึ้นแล้ว ควรปรับเปลี่ยนเทคนิคโดยใช้ไซริงค์ขนาดที่เหมาะสม ลดแรงดันในการฉีด ให้เด็กอ้าปากขณะฉีดน้ำเกลือเพื่อให้แรงดันระบายออกทางปากแทนที่จะดันเข้าสู่หู และควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลเพื่อขอคำแนะนำในการฝึกเทคนิคการล้างจมูกที่ถูกต้องอีกครั้ง

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในการดูแลเด็กเป็นหวัด

ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในการดูแลเด็กป่วยอาจส่งผลให้โรคมีความรุนแรงมากขึ้น ผู้ปกครองจึงควรระมัดระวังข้อห้ามสำคัญทางการแพทย์ดังต่อไปนี้

  • ห้ามใช้ยาแอสไพรินหรือยาไอบูโพรเฟนในเด็กที่เป็นไข้หวัดโดยไม่1ปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะในเด็กที่ยังไม่ตัดโรคไข้หวัดใหญ่หรือไข้เลือดออก เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการรายน์ซินโดรมที่มีอันตรายถึงชีวิต
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะให้เด็กกินเองเมื่อเป็นโรคหวัดจากไวรัส เพราะการใช้ยาพร่ำเพรื่อไม่เพียงแต่ไม่ได้ผลในการรักษา แต่ยังสร้างปัญหาเชื้อดื้อยาในอนาคต
  • ห้ามใช้น้ำเกลือที่มีความเข้มข้นไม่เหมาะสมมาล้างจมูก เช่น ผสมน้ำเกลือเองที่บ้านโดยไม่ใช้เกลือและปริมาณน้ำที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์
  • ห้ามสอดคอตตอนบัดหรืออุปกรณ์ใดๆ เข้าไปแคะทำความสะอาดภายในรูหูของเด็กเด็ดขาด เพราะอาจดันขี้หูให้แน่นขึ้นหรือทำให้เยื่อแก้วหูฉีกขาดได้

วิธีป้องกันหูอักเสบและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันไม่ให้ลูกเป็นหวัดและเกิดอาการแทรกซ้อนทางหู เป็นแนวทางที่ดีที่สุดในการดูแลสุขภาพของเด็ก โดยสามารถปฏิบัติได้ตามหลักการดังนี้

  • การฝึกเทคนิคการล้างจมูกที่ถูกต้อง โดยเลือกใช้น้ำเกลือปราศจากเชื้อที่มีความเข้มข้นร้อยละเก้าในสิบ (Normal Saline 0.9%) ในปริมาณที่พอเหมาะต่อวัย และใช้อุปกรณ์ฉีดน้ำเกลือที่แรงดันไม่สูงเกินไป
  • การฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามวัยอย่างครบถ้วน เช่น วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ประจำปี วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส (PCV) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหูชั้นกลางอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล เช่น การล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ การสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่แออัด และการหลีกเลี่ยงการพาเด็กไปสัมผัสกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ
  • การเสริมสร้างโภชนาการที่ครบถ้วนตามหลัก 5 หมู่ ส่งเสริมให้เด็กดื่มนมแม่ในช่วงวัยทารกเพื่อรับภูมิคุ้มกันธรรมชาติ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทานร่างกาย

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแลในการจัดการอาการเจ็บหูจากการล้างจมูก

เพื่อความรวดเร็วและปลอดภัยในการดูแลลูกน้อย ผู้ปกครองสามารถใช้เช็คลิสต์ปฏิบัติตามขั้นตอนนี้ได้ทันที:

  • หยุดการล้างจมูกทันทีเมื่อลูกมีอาการเจ็บหู และสังเกตอาการปวดอย่างใกล้ชิด
  • ให้ยาลดไข้แก้ปวดพาราเซตามอลตามน้ำหนักตัวที่คำนวณอย่างถูกต้อง หากมีอาการปวดมาก
  • สังเกตสัญญาณอันตราย เช่น ไข้สูง หูอื้อ มีหนองไหลจากหู หรืออาการซึม
  • รีบพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินแก้วหูและรับการรักษาที่ตรงจุด
  • ปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์เพื่อทบทวนเทคนิคการล้างจมูกที่ถูกวิธี ก่อนกลับมาเริ่มล้างจมูกใหม่อีกครั้งเมื่ออาการหายเป็นปกติ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down