ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

น้ำเกลือเข้าหูตอนล้างจมูกอันตรายไหม และเกิดขึ้นได้อย่างไร

การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในการดูแลรักษาและบรรเทาอาการของโรคระบบทางเดินหายใจ ไม่ว่าจะเป็นโรคภูมิแพ้โพรงจมูกอักเสบ โรคไซนัสอักเสบ หรืออาการคัดจมูกจากหวัดทั่วไป โดยช่วยชะล้างน้ำมูก หนอง และสิ่งสกปรกออกจากโพรงจมูก อย่างไรก็ตาม หนึ่งในอุบัติเหตุหรือผลข้างเคียงที่ผู้ปฏิบัติมักพบเจออยู่เสมอคืออาการน้ำเกลือเข้าหู ซึ่งสร้างความตกใจและกังวลใจให้กับผู้ป่วยและผู้ปกครองเป็นอย่างมากว่าภาวะ น้ำเกลือเข้าหูตอนล้างจมูกอันตรายไหม และจะส่งผลกระทบต่อระบบการได้ยินหรือแก้วหูหรือไม่

ทางกายวิภาคศาสตร์ โพรงจมูกและหูชั้นกลางเชื่อมต่อกันผ่านท่อระบายปรับความดันอากาศที่เรียกว่า ท่อยูสเตเชียน (Eustachian Tube) ซึ่งเปิดเข้าสู่บริเวณหลังโพรงจมูก (Nasopharynx) ในภาวะปกติท่อนี้จะปิดอยู่ แต่จะเปิดออกขณะที่เรากลืนน้ำลาย เคี้ยวอาหาร หรือหาว เพื่อปรับความดันภายในหูชั้นกลางให้เท่ากับบรรยากาศภายนอก เมื่อทำการล้างจมูก หากออกแรงดันน้ำเกลือมากเกินไป น้ำเกลือไหลผ่านโพรงจมูกในมุมที่ไม่ถูกต้อง หรือผู้ป่วยมีการสั่งน้ำมูกแรงทันทีหลังล้าง แรงดันภายในโพรงจมูกจะสูงขึ้น ดันให้น้ำเกลือส่วนเกินทะลักผ่านท่อยูสเตเชียนเข้าไปสะสมในหูชั้นกลางหรือช่องหูส่วนนอก ส่งผลให้เกิดความรู้สึกผิดปกติบริเวณหูทันที

อาการแสดงและผลกระทบเมื่อน้ำเกลือเข้าหู

เมื่อน้ำเกลือไหลเข้าไปในหู ผู้ป่วยมักจะมีอาการแสดงที่สังเกตได้ชัดเจนทันทีหรือภายในระยะเวลาอัน อาการเหล่านี้อาจสร้างความรำคาญใจแต่โดยส่วนใหญ่แล้วไม่อันตรายถึงชีวิต โดยอาการทั่วไปประกอบด้วย

  • ความรู้สึกหูอื้อ เหมือนมีน้ำอยู่ข้างในหู หรือมีเสียงก้องเวลาพูดคุย
  • การได้ยินลดลงชั่วคราว เสียงรอบตัวฟังดูอุดอู้หรือเบาลง
  • รู้สึกแน่นตึง หนักๆ บริเวณหู หรือปวดหน่วงเล็กน้อย
  • อาจมีอาการเวียนศีรษะหรือทรงตัวได้ไม่ดีชั่วคราว เนื่องจากน้ำเกลือไปรบกวนอวัยวะควบคุมการทรงตัวในหูชั้นใน (Vestibular System)
คำแนะนำจากคุณหมอ: ในกรณีที่น้ำเกลือเข้าหูเพียงเล็กน้อยและไม่มีโรคประจำตัวทางหู ร่างกายจะมีกลไกตามธรรมชาติในการระบายออกได้เองผ่านการทำงานของท่อยูสเตเชียนและการระเหยตามธรรมชาติ โดยอาการหูอื้อจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงหนึ่งวันโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ แหย่เข้าไปในหู

สัญญาณเตือนอันตรายและอาการที่ควรไปพบแพทย์ทันที

แม้ว่าอาการน้ำเกลือเข้าหูส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่ในบางกรณีอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียในหูชั้นกลาง (Acute Otitis Media) เนื่องจากน้ำเกลือที่เข้าไปอาจนำพาเชื้อโรคจากโพรงจมูกเข้าไปด้วย หรือในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเดิมอยู่แล้ว เช่น แก้วหูทะลุเรื้อรัง ผู้ป่วยจึงต้องเฝ้าระวังกลุ่มอาการที่เป็นสัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) ดังต่อไปนี้อย่างใกล้ชิด

  • อาการปวดหูรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนทนไม่ไหว โดยเฉพาะเวลากลืนอาหารหรืออ้าปาก
  • มีไข้สูงร่วมด้วย ซึ่งบ่งบอกถึงการอักเสบหรือติดเชื้อ
  • มีของเหลวไหลออกจากหู เช่น หนอง เลือด หรือน้ำใสปนเลือด ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าแก้วหูมีความผิดปกติหรือทะลุ
  • สูญเสียการได้ยินถาวร หรือการได้ยินไม่กลับมาเป็นปกติหลังจากผ่านไปสองถึงสามวัน
  • มีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนอย่างรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน หรือเดินเซ
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้คัตตอนบัด กิ๊บติดผม ลวด หรืออุปกรณ์ใดๆ แหย่เข้าไปในรูหูเพื่อพยายามซับน้ำเกลือออกเด็ดขาด การกระทำดังกล่าวอาจดันให้น้ำเกลือและขี้หูอัดแน่นลึกขึ้นไปกดทับแก้วหู หรือทำให้เยื่อบุช่องหูและแก้วหูฉีกขาดเกิดแผลติดเชื้อลุกลามได้

วิธีปฐมพยาบาลและการดูแลรักษาที่ถูกต้องเมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำเกลือเข้าหู

หากเกิดเหตุการณ์น้ำเกลือเข้าหูขณะล้างจมูก ผู้ป่วยควรตั้งสติและปฏิบัติการบรรเทาอาการเบื้องต้นด้วยวิธีที่ปลอดภัยตามหลักการแพทย์ ดังนี้

  • เอียงศีรษะไปด้านข้าง โดยให้ข้างที่มีน้ำเกลือเข้าหูอยู่ด้านล่าง เพื่อให้แรงโน้มถ่วงช่วยให้น้ำเกลือไหลย้อนออกมาเอง
  • ใช้วิธีกลืนน้ำลาย ขยากกราม หรือเคี้ยวหมากฝรั่ง เพื่อกระตุ้นให้ท่อยูสเตเชียนเปิดและระบายความดันรวมถึงน้ำส่วนเกินออกมา
  • ทำ Valsalva Maneuver อย่างนุ่มนวล โดยการสูดหายใจเข้าลึกๆ ปิดปาก และบีบจมูกทั้งสองข้างให้แน่น จากนั้นเป่าลมออกทางจมูกเบาๆ เพื่อดันอากาศให้ผ่านท่อยูสเตเชียนเปิดระบายน้ำออก (ห้ามออกแรงเป่าแรงเกินไปเพราะอาจเป็นอันตรายต่อแก้วหู)
  • ใช้ผ้าขนหนูสะอาดซับบริเวณใบหูส่วนนอกเบาๆ
  • หากจำเป็น อาจใช้ไดร์เป่าผมปรับระดับลมเย็นหรือลมอ่อนที่สุดเป่าห่างจากหูประมาณหนึ่งฟุต เพื่อช่วยให้ความชื้นแห้งลง

วิธีป้องกันไม่ให้น้ำเกลือเข้าหูซ้ำ

การป้องกันไม่ให้น้ำเกลือไหลเข้าหูตั้งแต่แรกเป็นวิธีที่ดีที่สุด ซึ่งสามารถปฏิบัติได้โดยการปรับเทคนิคการล้างจมูกให้ถูกต้องตามหลักการแพทย์ ดังนี้

  • ใช้น้ำเกลือปราเชื้อ (Normal Saline 0.9 เปอร์เซ็นต์) ที่มีอุณหภูมิห้องหรืออุ่นเล็กน้อย
  • ขณะฉีดหรือบีบน้ำเกลือเข้าทางรูจมูก ควรกลั้นหายใจ อ้าปากเล็กน้อย หรือออกเสียงอาค้างไว้ เพื่อยกเพดานอ่อนขึ้นปิดกั้นช่องทางไม่ให้น้ำเกลือไหลย้อนไปทางด้านหลังคอและเข้าสู่ท่อยูสเตเชียน
  • ไม่ควรบีบขวดน้ำเกลือด้วยความแรงจนเกินไป โดยเฉพาะในเด็กเล็กควรใช้กระบอกฉีดยา (Syringe) พร้อมจุกซิลิโคนนิ่ม หรือขวดบีบน้ำเกลือเฉพาะสำหรับล้างจมูกด้วยแรงดันที่พอเหมาะ
  • หลังล้างจมูกเสร็จสิ้น ห้ามสั่งน้ำมูกแรงๆ ในทันที ให้ใช้วิธีสูดเบาๆ และใช้กระดาษทิชชูซับน้ำมูกส่วนเกินบริเวณด้านนอกโพรงจมูก หากต้องการสั่งน้ำมูก ให้สั่งทีละข้างโดยไม่ต้องปิดรูจมูกอีกข้างสนิท

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแล

แนวทางปฏิบัติสำหรับคุณ:

1. หากน้ำเกลือเข้าหูเล็กน้อย: เอียงศีรษะข้างที่มีน้ำลงด้านล่าง กลืนน้ำลาย และปล่อยให้ร่างกายระบายออกเองตามธรรมชาติ ห้ามใช้คัตตอนบัดแคะหูเด็ดขาด
2. สังเกตอาการ: อาการหูอื้อควรดีขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมง หากไม่มีอาการปวดหูหรือการได้ยินลดลง ถือว่าปลอดภัย
3. เมื่อไหร่ควรพบแพทย์: หากมีอาการปวดหูรุนแรง มีไข้ มีหนองหรือเลือดไหลออกจากหู หรือหูอื้อไม่หายเกินสองวัน ให้รีบไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก (ENT Specialist) เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาด้วยยาหยอดหูฆ่าเชื้ออย่างเหมาะสม
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down