ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความจริงที่น่าตกใจเกี่ยวกับโรคหนองในและภัยเงียบที่คุกคามชีวิตคู่

โรคหนองใน (Gonorrhea) เป็นหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยที่สุดในปัจจุบัน เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า เนเซอเรีย โกโนร์เรียอี (Neisseria gonorrhoeae) แม้ว่าในระยะแรกผู้ป่วยหลายคนอาจมองว่าเป็นโรคที่รักษาให้หายขาดได้ง่ายด้วยยาปฏิชีวนะ แต่ในความเป็นจริง หากผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยล่าช้า ได้รับการรักษาไม่ถูกวิธี หรือซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเองจนไม่ครบโดส เชื้อแบคทีเรียเหล่านี้จะไม่ถูกกำจัด100 เปอร์เซ็นต์ และจะลุกลามลึกเข้าไปในระบบสืบพันธุ์ ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนระยะยาวที่รุนแรงถึงขั้นเป็นหมันทั้งในผู้ชายและผู้หญิง ซึ่งถือเป็นภัยเงียบที่สร้างความเสียหายต่อสุขภาพระยะยาวอย่างประเมินค่าไม่ได้

กลไกการเกิดโรคและการแพร่กระจายเชื้อในร่างกายมนุษย์

เชื้อแบคทีเรีย เนเซอเรีย โกโนร์เรียอี (Neisseria gonorrhoeae) มีความสามารถพิเศษในการเกาะติดและทำลายเนื้อเยื่อบุผิวเยื่อเมือกในร่างกายมนุษย์ โดยเฉพาะบริเวณที่มีความชุ่มชื้น เช่น ท่อปัสสาวะ ปากมดลูก มดลูก ท่อนำไข่ ทวารหนัก และเยื่อบุตา เชื้อโรคชนิดนี้ติดต่อผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือทางปาก รวมถึงสามารถติดต่อจากมารดาไปสู่ทารกในครรภ์ระหว่างการคลอดธรรมชาติได้อีกด้วย เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายแล้ว มันจะหลั่งสารพิษและกระตุ้นให้เกิดการอักเสบรุนแรง เม็ดเลือดขาวจะหลั่งสารออกมาต่อสู้กับเชื้อโรคจนกลายเป็นหนองข้นไหลออกมาจากอวัยวะเพศ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาอย่างถูกต้อง การอักเสบเรื้อรังนี้จะทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเกิดแผลเป็น พังผืด และการอุดตัน ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของภาวะมีบุตรยาก

สัญญาณเตือนและอาการแสดงในแต่ละระยะของโรค

การสังเกตอาการของโรคหนองในถือเป็นกุญแจสำคัญในการเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที โดยอาการจะมีความแตกต่างกันไปตามเพศและระยะเวลาของการติดเชื้อ

อาการในผู้ชาย

ผู้ชายมักจะแสดงอาการค่อนข้างชัดเจนหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 2 ถึง 7 วัน อาการเริ่มต้นประกอบด้วยอาการแสบขัดอย่างรุนแรงขณะปัสสาวะ ตามมาด้วยการมีหนองสีเหลืองหรือสีเขียวข้นไหลออกมาจากท่อปัสสาวะ ในบางรายอาจมีอาการปวดและบวมบริเวณลูกอัณฑะร่วมด้วย หากปล่อยให้เชื้อลามขึ้นไปที่ท่อน้ำอสุจิและต่อมลูกหมาก จะทำให้เกิดภาวะอักเสบเรื้อรัง ปวดหน่วงในท้องน้อย และส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพและการสร้างตัวอสุจิ

อาการในผู้หญิง

ผู้หญิงส่วนใหญ่เมื่อได้รับเชื้อในระยะแรกมักจะไม่มีอาการแสดงใดๆ เลย หรือมีอาการน้อยมากจนมักจะมองข้าม เช่น มีตกขาวผิดปกติ มีกลิ่นเหม็น มีเลือดออกกะปริบกะปรอยนอกรอบเดือน หรือมีอาการแสบขัดเวลาปัสสาวะ จุดนี้เองที่อันตรายที่สุดเพราะทำให้ผู้ป่วยไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อและไม่ได้เข้ารับการรักษา จนกระทั่งเชื้อลุกลามขึ้นสู่มดลูกและท่อนำไข่ ทำให้เกิดอาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง มีไข้ และปวดเวลามีนเพศสัมพันธ์

ผลข้างเคียงระยะยาว: ทำไมการรักษาไม่ถูกจุดถึงทำให้เป็นหมัน

ความเข้าใจผิดที่ว่าโรคหนองในเป็นแล้วหายเองได้ หรือการซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเองตามร้านขายยาทั่วไปโดยไม่ทราบชนิดของเชื้อที่แท้จริง ทำให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยาและการรักษาที่ไม่หายขาด ส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงระยะยาวที่น่ากลัวดังนี้

ภาวะการมีบุตรยากในผู้หญิงจากโรคอุ้งเชิงกรานอักเสบ

เมื่อเชื้อหนองในลุกลามจากปากมดลูกขึ้นไปสู่มดลูกและท่อนำไข่ จะทำให้เกิดโรคอุ้งเชิงกรานอักเสบ (Pelvic Inflammatory Disease - PID) การอักเสบเรื้อรังนี้จะสร้างพังผืดและทำให้ท่อนำไข่ตีบตันหรือบวมพอง กลายเป็นถุงน้ำ (Hydrosalpinx) เมื่อท่อนำไข่ตีบตัน ไข่ที่ตกออกมาจากรังไข่จึงไม่สามารถเคลื่อนตัวมาปฏิสนธิกับอสุจิได้ ส่งผลให้เกิดภาวะมีบุตรยากถาวร หรือหากเกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic Pregnancy) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่เป็นอันตรายถึงชีวิตมารดา

ภาวะท่อปัสสาวะตีบตันและการอักเสบเรื้อรังในผู้ชาย

ในผู้ชาย การติดเชื้อที่ได้รับการรักษาไม่ถูกวิธีจะทำให้เกิดแผลเป็นภายในท่อปัสสาวะ ส่งผลให้เกิดภาวะท่อปัสสาวะตีบตัน (Urethral Stricture) ทำให้ปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะไม่สุด และมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อซ้ำซ้อน นอกจากนี้การอักเสบที่ลุกลามไปยังท่อน้ำอสุจิ (Epididymitis) จะทำให้ท่อน้ำอสุจิอุดตันทั้งสองข้าง ส่งผลให้ไม่มีตัวอสุจิออกมาในน้ำอสุจิ กลายเป็นหมันถาวรที่ไม่สามารถมีบุตรได้โดยธรรมชาติ

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเองเด็ดขาดเมื่อสงสัยว่าติดโรคหนองใน เนื่องจากเชื้อโรคในปัจจุบันมีความสามารถในการดื้อยาสูงมาก การใช้ยาที่ไม่ตรงกับชนิดของเชื้อจะทำให้โรคสงบลงชั่วคราวแต่เชื้อยังคงหลงเหลืออยู่ และลุกลามทำลายอวัยวะภายในอย่างเงียบๆ จนเกิดภาวะแทรกซ้อนถาวรในที่สุด

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ที่แม่นยำ

การวินิจฉัยโรคหนองในต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผ่านกระบวนการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อระบุชนิดของเชื้อและวางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

  • การซักประวัติพฤติกรรมทางเพศและอาการแสดงอย่างละเอียด
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการด้วยวิธีนำตัวอย่างหนองหรือสารคัดหลั่งจากท่อปัสสาวะ ปากมดลูก หรือทวารหนัก ไปทำการย้อมสีแกรม (Gram Stain) เพื่อหาเชื้อแบคทีเรีย
  • การตรวจด้วยวิธีเพาะเชื้อ (Culture Test) เพื่อทดสอบความไวของยาปฏิชีวนะ
  • การตรวจหาพันธุศาสตร์ของเชื้อด้วยวิธีปฏิกิริยาลูกโซ่โพลิเมอเรส (Nucleic Acid Amplification Test - NAAT) ซึ่งมีความแม่นยำสูงมาก

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคหนองในที่ถูกต้องและหายขาดได้จริง ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด

  • การใช้ยาปฏิชีวนะในกลุ่มเซฟาโลสปอริน (Cephalosporins) เช่น ยาฉีดเซฟไตรแอกโซน (Ceftriaxone) ร่วมกับการรับประทานยาปฏิชีวนะกลุ่มอื่นตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อป้องกันเชื้อดื้อยา
  • การติดตามผลการรักษาหลังรับยาครบกำหนด เพื่อให้มั่นใจว่าเชื้อโรคถูกกำจัดออกจากร่างกายอย่างสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์
  • การตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ซิฟิลิส เอชไอวี และหนองในเทียม เนื่องจากผู้ป่วยมักมีความเสี่ยงในการติดเชื้อร่วม
  • การงดมีเพศสัมพันธ์ในระหว่างการรักษาและจนกว่าแพทย์จะยืนยันว่าหายขาด เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อและติดเชื้อซ้ำ
  • การพาคู่นอนมารับการตรวจและรักษาพร้อมกัน แม้จะยังไม่มีอาการก็ตาม เพื่อตัดวงจรการติดเชื้อวนกลับมาสู่กันอีก
คำแนะนำจากคุณหมอ: การป้องกันโรคหนองในที่ดีที่สุดคือการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยและการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง หากท่านมีอาการผิดปกติทางระบบทางเดินปัสสาวะ มีหนองไหล หรือมีความเสี่ยง ควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยทันที อย่าอายที่จะรักษาเพราะโรคนี้รักษาให้หายขาดได้หากมาพบแพทย์ในเวลาที่เหมาะสม

สัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

หากผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ ควรรีบเดินทางมาพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยด่วนเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

  • มีไข้สูงร่วมกับอาการปวดท้องน้อยอย่างรุนแรง
  • มีอาการบวมแดงและปวดอัณฑะอย่างเฉียบพลันในเพศชาย
  • มีเลือดออกผิดปกติจากช่องคลอดร่วมกับตกขาวมีกลิ่นเหม็นรุนแรงในเพศหญิง
  • ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะเป็นเลือด หรือมีอาการปวดแสบปัสสาวะรุนแรงจนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้

วิธีป้องกันและการสร้างภูมิคุ้มกันทางพฤติกรรม

การป้องกันโรคหนองในและการรักษาสุขภาพทางเพศระยะยาว สามารถทำได้ผ่านแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน

  • ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือทางปาก
  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนหลายคน หรือการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
  • เข้ารับการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำทุกปี หากมีคู่นอนหลายคนหรือเปลี่ยนคู่นอนบ่อย
  • สื่อสารและเปิดใจกับคู่นอนเกี่ยวกับประวัติสุขภาพทางเพศก่อนมีเพศสัมพันธ์
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down