ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ซื้อยากินเองรักษาหนองในได้ไหม ความจริงที่อันตรายกว่าที่คิด

โรคหนองใน (Gonorrhea) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยและเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า ไนซีเรีย กอนอร์โรเฮีย (Neisseria gonorrhoeae) หลายคนเมื่อเริ่มมีอาการผิดปกติ เช่น มีหนองไหลจากอวัยวะเพศ หรือมีอาการแสบขัดเวลาปัสสาวะ มักมีความรู้สึกอาย ไม่กล้าไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้อง จึงเลือกใช้วิธีไปร้านขายยาเพื่อซื้อยากินเอง หรือหาซื้อยาปฏิชีวนะตามคำบอกเล่ามาทานเพื่อหวังให้หายขาดอย่างรวดเร็ว ในฐานะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต้องขอยืนยันตรงนี้เลยว่า การซื้อยากินเองรักษาหนองในเป็นเรื่องที่อันตรายและไม่สามารถรักษาโรคให้หายขาดได้อย่างแท้จริง

การซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเองโดยไม่มีแพทย์สั่ง นอกจากจะไม่ตรงกับชนิดของเชื้อที่กำลังติดเชื้ออยู่ในร่างกายแล้ว ขนาดยาและระยะเวลาในการรักษาก็อาจจะไม่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ ซึ่งส่งผลให้โรคไม่หายขาด เชื้อแบคทีเรียยังคงหลงเหลือและลุกลามไปสู่เนื้อเยื่อหรืออวัยวะข้างเคียง จนเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงตามมาในระยะยาว เช่น โรคอุ้งเชิงกรานอักเสบในเพศหญิง หรือภาวะท่อปัสสาวะตีบตันและการอักเสบของต่อมลูกหมากในเพศชาย

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคหนองในและการติดเชื้อ

เชื้อแบคทีเรีย ไนซีเรีย กอนอร์โรเฮีย (Neisseria gonorroeae) เป็นเชื้อแบคทีเรียรูปร่างคล้ายเมล็ดกาแฟที่ชอบอาศัยอยู่ในบริเวณเยื่อบุเมือกที่อบอุ่นและชื้นของร่างกาย เช่น ท่อปัสสาวะ ปากมดลูก มดลูก ท่อนำไข่ ทวารหนัก ลำคอ และเยื่อบุตา การติดต่อเกิดขึ้นได้จากการมีเพศสัมพันธ์ทุกรูปแบบ ทั้งทางช่องคลอด ทางทวารหนัก และทางปาก โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย รวมถึงสามารถติดต่อจากมารดาไปสู่ทารกในครรภ์หรือระหว่างการคลอดได้อีกด้วย

เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านเยื่อบุเมือก เชื้อจะทำการเกาะติดและแทรกZซึมเข้าสู่เซลล์เยื่อบุ ทำให้เกิดกระบวนการอักเสบอย่างรุนแรง ร่างกายจึงตอบสนองโดยการส่งเม็ดเลือดขาวจำนวนมากไปยังบริเวณดังกล่าวเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค จนกลายเป็นหนองข้นสีเหลืองหรือสีเขียวไหลออกมา ซึ่งเป็นลักษณะอาการเด่นชัดของโรคนี้ กลไกการหลบหลีกภูมิคุ้มกันของเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้มีความซับซ้อนสูง ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติของร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อให้หมดไปได้เอง จำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะที่จำเพาะเจาะจงเท่านั้น

อาการสำคัญและระยะลุกลามของโรคหนองใน

อาการของโรคหนองในจะปรากฏให้เห็นหลังจากได้รับเชื้อภายในสองถึงเจ็ดวัน โดยอาการจะมีความแตกต่างกันไปตามเพศและบริเวณที่ติดเชื้อ ดังนี้

  • อาการในเพศชาย: มีอาการแสบขัดอย่างรุนแรงขณะปัสสาวะ มีมูกใสหรือหนองสีเหลืองข้นไหลออกจากท่อปัสสาวะในตอนเช้าหรือตลอดวัน บางรายอาจมีอาการปวดและบวมบริเวณลูกอัณฑะร่วมด้วย
  • อาการในเพศหญิง: ส่วนใหญ่มักมีอาการแสดงไม่ชัดเจนในระยะแรก ทำให้ผู้ป่วยชะล่าใจ อาการที่พบได้แก่ ตกขาวมีปริมาณมากกว่าปกติและมีกลิ่นเหม็น มีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติระหว่างรอบเดือน ปวดท้องน้อยขณะมีเพศสัมพันธ์ และแสบขัดเวลาปัสสาวะ
  • การติดเชื้อบริเวณอื่น: การติดเชื้อที่ทวารหนักจะทำให้มีอาการคัน มีหนองหรือเลือดออก การติดเชื้อที่ลำคอส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ แต่อาจมีอาการเจ็บคอเรื้อรังคล้ายคออักเสบธรรมดา
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ผู้ป่วยโรคหนองในจำนวนมาก โดยเฉพาะเพศหญิง มักไม่มีอาการแสดงใดๆ ในระยะแรก ทำให้เชื้อแพร่กระจายไปสู่คู่นอนโดยไม่รู้ตัว และปล่อยให้เชื้อลุกลามจนเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น มีบุตรยาก หรือท้องนอกมดลูก

อันตรายของการใช้ยาไม่ครบโดสและกลไกการเกิดเชื้อดื้อยา

ประเด็นสำคัญที่สุดที่ทำให้การซื้อยากินเองกลายเป็นหายนะทางการแพทย์ คือ การใช้ยาไม่ครบตามขนาด (Underdose) หรือหยุดกินยาเองทันทีที่อาการเริ่มดีขึ้นหรือหนองหายไป กลไกนี้มีความอันตรายอย่างยิ่งต่อทั้งตัวผู้ป่วยและระบบสาธารณสุขส่วนรวม ดังนี้ครับ

  • การคัดเลือกสายพันธุ์แบคทีเรียที่แข็งแกร่ง: เมื่อรับประทานยาปฏิชีวนะในปริมาณที่ไม่เพียงพอ หรือยาหมดฤทธิ์เร็วเกินไป ยาจะสามารถฆ่าได้เฉพาะแบคทีเรียที่อ่อนแอเท่านั้น ส่วนแบคทีเรียที่มีความทนทานต่อยาจะยังคงรอดชีวิตอยู่
  • การกลายพันธุ์เพื่อเอาชีวิตรอด: เชื้อแบคทีเรียที่รอดชีวิตจะปรับตัวและสร้างกลไกป้องกันตัวเอง เช่น การสร้างเอนไซม์มาทำลายโครงสร้างของยา หรือการเปลี่ยนแปลงผิวเซลล์ไม่ให้ยาเกาะติด ทำให้ยาตัวเดิมใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป
  • การเกิดเชื้อดื้อยาสงวน (Superbugs): ปัจจุบันพบปัญหาเชื้อหนองในดื้อยาปฏิชีวนะหลายขนาน (Multi-drug resistant Neisseria gonorrhoeae) เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก ทำให้โรคหนองในที่เคยรักษาหายได้ง่าย กลายเป็นโรคที่รักษาได้ยากมาก ต้องใช้ยาฉีดราคาแพงร่วมกับยากินหลายตัว และใช้ระยะเวลานานขึ้น
  • การแพร่กระจายเชื้อดื้อยาในสังคม: ผู้ป่วยที่ติดเชื้อหนองในดื้อยาและยังคงมีเพศสัมพันธ์ จะเป็นพาหะแพร่เชื้อที่รักษายากนี้ต่อไปให้แก่คู่นอน ทำให้วงจรร้ายขยายตัวเป็นวงกว้าง

สัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms)

หากผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ร่วมกับการติดเชื้อหนองใน ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าเชื้อได้ลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดหรืออวัยวะภายในแล้ว จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์เฉพาะทางโดยด่วน ห้ามรอช้าเด็ดขาด

  • มีไข้สูงหนาวสั่นร่วมกับปวดท้องน้อยหรือปวดอุ้งเชิงกรานอย่างรุนแรง
  • ข้อต่อบวม แดง ร้อน และมีอาการปวดขยับข้อไม่ได้ (เกิดจากเชื้อหนองในกระจายตัวเข้าสู่ข้อต่อ หรือที่เรียกว่า Disseminated Gonococcal Infection)
  • มีผื่นขึ้นตามผิวหนัง ร่วมกับอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและข้อต่อต่างๆ
  • ปัสสาวะไม่ออกหรือมีเลือดปนออกมาในปัสสาวะปริมาณมาก
  • มีอาการปวดท้องเฉียบพลันจากการอักเสบของเยื่อบุช่องท้อง

วิธีตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

เมื่อมาพบแพทย์ แพทย์จะดำเนินการตรวจวินิจฉัยเพื่อยืนยันชนิดของเชื้ออย่างแม่นยำ เนื่องจากการรักษาหนองในจำเป็นต้องใช้ยาที่จำเพาะเจาะจง วิธีการตรวจมาตรฐานทางการแพทย์ประกอบด้วย

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย: แพทย์จะซักถามประวัติทางเพศสัมพันธ์ ระยะเวลาของอาการ และทำการตรวจร่างกายบริเวณอวัยวะเพศหรือจุดที่สงสัย
  • การเก็บสิ่งส่งตรวจย้อมสีแกรม (Gram Stain): นำหนองหรือสารคัดหลั่งไปย้อมสีเพื่อดูรูปร่างของเชื้อแบคทีเรียใต้กล้องจุลทรรศน์
  • การตรวจด้วยวิธีพีซีอาร์ (Nucleic Acid Amplification Tests - NAATs): เป็นวิธีที่มีความแม่นยำสูงมาก สามารถตรวจหาพันธุกรรมของเชื้อได้แม้จะมีปริมาณน้อย
  • การเพาะเชื้อและความไวต่อยา (Culture and Susceptibility Testing): เพื่อดูว่าเชื้อดื้อยาตัวใดบ้าง และแพทย์ควรเลือกใช้ยาปฏิชีวนะชนิดใดมารักษา

สำหรับการรักษาที่ถูกต้องตามแนวทางสากล แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะในขนาดที่สูงเพียงพอและออกฤทธิ์ครอบคลุม โดยมักเป็นการผสมผสานระหว่างยาฉีดเข้ากล้ามเนื้อ (เช่น ยาเซฟไตรแอกโซน) ร่วมกับยากิน (เช่น ยาอะซิโทรมัยซิน) เพื่อป้องกันการดื้อยาและครอบคลุมการติดเชื้อร่วมกับโรคหนองในเทียม นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือคู่นอนของผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการตรวจและรักษาพร้อมกันด้วย แม้จะยังไม่มีอาการ เพื่อตัดวงจรการติดเชื้อซ้ำซ้อน

คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามมีเพศสัมพันธ์เด็ดขาดในระหว่างที่กำลังรับการรักษา และควรเว้นระยะเวลาจนกว่าจะครบคอร์สยา รวมถึงแพทย์ทำการตรวจซ้ำแล้วยืนยันว่าปลอดเชื้อแล้วเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดต่อตัวท่านและคู่นอน

วิธีป้องกันและการสร้างสุขอนามัยทางเพศที่ยั่งยืน

การป้องกันโรคหนองในและการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์สามารถทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ โดยยึดหลักการปฏิบัติตนดังนี้ครับ

  • ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง: การใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธีทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ทั้งทางช่องคลอด ทางทวารหนัก และการใช้แผ่นยางอนามัยสำหรับการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก สามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง
  • ตรวจสุขภาพทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำ: สำหรับผู้ที่มีคู่นอนหลายคน หรือมีการเปลี่ยนคู่นอนเป็นประจำ ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทุกๆ สามถึงหกเดือน แม้จะไม่มีอาการผิดปกติก็ตาม
  • สื่อสารเปิดใจกับคู่นอน: การพูดคุยและตรวจสุขภาพร่วมกับคู่นอนก่อนเริ่มมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายโรคได้อย่างยั่งยืน
  • งดมีเพศสัมพันธ์ขณะรักษา: หากตรวจพบว่าติดเชื้อ ควร งดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะรักษาหายขาดและแพทย์อนุญาต

สรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยโรคหนองใน

โรคหนองในเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ หากผู้ป่วยมาพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ และรับประทานยาหรือฉีดยาครบถ้วนตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด สรุปขั้นตอนปฏิบัติที่ถูกต้องมีดังนี้ครับ

  • หยุดซื้อยากินเองทันทีเมื่อพบอาการผิดปกติ เช่น มีหนองหรือแสบขัดปัสสาวะ
  • รีบมาพบแพทย์ผิวหนังและกามโรค หรือแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด
  • รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่ถูกต้องตามขนาดและระยะเวลาที่แพทย์กำหนด ห้ามหยุดยาเองแม้ว่าอาการจะหายไปแล้ว
  • พาคู่นอนมารับการตรวจและรักษาพร้อมกัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อวนกลับมาซ้ำ
  • ป้องกันตนเองในอนาคตด้วยการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down