ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกไอมีเลือดออกเรื้อรังไม่หายสักที: ไขคำตอบจากห้องตรวจกุมารแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินหายใจ

อาการไอในเด็กเป็นอาการเจ็บป่วยที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กทารก เด็กเล็ก ไปจนถึงเด็กโต ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน เช่น ไข้หวัด ทอนซิลอักเสบ หรือหลอดลมอักเสบ อาการเหล่านี้มักจะหายไปได้เองภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์หากได้รับการดูแลรักษาตามอาการอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม หากเด็กมีอาการไอเรื้อรังยาวนานติดต่อกันหลายสัปดาห์ หรือที่สำคัญที่สุดคือ มีอาการไอมีเลือดปนหรือเลือดออกเรื้อรังที่ไม่หายสักที อาการเหล่านี้ไม่ใช่เพียงอาการหวัดธรรมดาอีกต่อไป แต่นี่คือสัญญาณเตือนทางการแพทย์ที่รุนแรงและอันตราย ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด จำเป็นต้องพบุแพทย์เฉพาะทางด้านกุมารเวชศาสตร์โรคระบบทางเดินหายใจเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดทันที

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค: จากภูมิแพ้ทางเดินหายใจสู่ภาวะโรคปอดที่ซับซ้อน

อาการไอเรื้อรังที่มีเลือดปนในเด็กสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่โรคเรื้อรังที่พบได้บ่อยไปจนถึงโรคที่มีความรุนแรงและพบได้น้อย กุมารแพทย์จำเป็นต้องทำการแยกโรคอย่างละเอียดเพื่อค้นหาต้นตอที่แท้จริง โดยสาเหตุหลักแบ่งออกเป็นประเด็นสำคัญดังนี้

โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจและโรคหืด

โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ (Respiratory Allergy) และโรคหืด (Asthma) เป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของอาการไอเรื้อรังในเด็ก เมื่อเยื่อบุทางเดินหายใจสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ ละอองเกสรดอกไม้ หรือมลพิษทางอากาศ จะเกิดกระบวนการอักเสบเรื้อรัง มีการสร้างสารคั่งค้างและเสมหะปริมาณมาก ทำให้เด็กมีอาการไอเรื้อรังโดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนหรือตอนเช้ามืด และเมื่อมีการไอติดต่อกันอย่างรุนแรงและเรื้อรังเป็นเวลานาน แรงดันจากการไออาจทำให้เส้นเลือดฝอยบริเวณเยื่อบุหลอดลมหรือคอหอยฉีกขาด ส่งผลให้มีเสมหะปนเลือดสดหรือลิ่มเลือดเล็กๆ ออกมาได้

สิ่งแปลกปลอมในทางเดินหายใจ

ในเด็กเล็ก วัยซนที่ชอบหยิบสิ่งของเข้าปาก มีความเสี่ยงสูงที่จะสำลักสิ่งแปลกปลอม เช่น เมล็ดผลไม้ ชิ้นส่วนของเล่นขนาดเล็ก หรือถั่ว เข้าไปติดค้างอยู่ในหลอดลม สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้จะไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการอักเสบ บวม และติดเชื้อเรื้อรังรอบบริเวณนั้น เด็กจะมีอาการไอเรื้อรัง หายใจมีเสียงหวีด และอาจมีเลือดออกจากการที่สิ่งแปลกปลอมไปเสียดสีกับเนื้อเยื่อหลอดลมหรือเกิดแผลอักเสบเรื้อรัง

การติดเชื้อเรื้อรังและการอักเสบของเนื้อเยื่อปอด

การติดเชื้อแบคทีเรียหรือวัณโรคในเด็ก (Tuberculosis) รวมถึงการติดเชื้อรา สามารถทำให้เกิดเนื้อเยื่อปอดอักเสบเป็นหนอง (Lung Abscess) หรือเกิดแผลเรื้อรังในเนื้อปอด ซึ่งส่งผลให้มีอาการไอเรื้อรัง ไอบอกเสมหะมีเลือดปน ร่วมกับอาการไข้เรื้อรัง น้ำหนักลด และเบื่ออาหาร

เนื้องอกและมะเร็งในปอดหรือทางเดินหายใจ

แม้ว่าเนื้องอกในปอด (Lung Tumor) หรือมะเร็งในเด็กจะเป็นโรคที่พบได้ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ แต่ก็เป็นภาวะความเจ็บป่วยที่สามารถเกิดขึ้นได้ เนื้องอกเหล่านี้อาจเป็นชนิดที่ไม่ร้ายแรง (Benign Tumor) เช่น แฮมาโตมา (Hamartoma) หรือเนื้องอกชนิดร้ายแรง (Malignant Tumor) ซึ่งเนื้องอกจะไปขัดขวางการทำงานของหลอดลม ทำให้เกิดการอุดกั้น มีเลือดออกในเนื้อปอด และแสดงอาการออกมาเป็นอาการไอเรื้อรังมีเลือดออกไม่หายสักที

อาการสำคัญและสัญญาณเตือนอันตราย Red Flags ที่ต้องพบแพทย์ฉุกเฉิน

การสังเกตลักษณะอาการของลูกน้อยอย่างใกล้ชิดถือเป็นหัวใจสำคัญในการประเมินความรุนแรงของโรค หากพบอาการเหล่านี้ร่วมกับอาการไอมีเลือดออกเรื้อรัง พ่อแม่ต้องรีบพาลูกส่งโรงพยาบาลทันทีโดยไม่มีข้อแม้

  • มีเลือดสดหรือเลือดปริมาณมากปนออกมากับเสมหะทุกครั้งที่ไอ
  • อาการไอเรื้อรังเกินกว่าสี่สัปดาห์โดยไม่ตอบสนองต่อยาแก้ไอทั่วไป
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจมีเสียงดังหวีด (Wheezing) หรือมีอาการซี่โครงบุ๋ม ไหปลาร้าบุ๋มขณะหายใจ
  • มีไข้เรื้อรัง น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว เหงื่อออกมากผิดปกติในเวลากลางคืน
  • ริมฝีปาก ปลายมือ หรือปลายเท้ามีสีเขียวคล้ำ (Cyanosis) ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะพร่องออกซิเจน
  • เด็กซึมลง อ่อนเพลีย ไม่ยอมรับประทานอาหารหรือดื่มนม

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์เชิงลึก

เมื่อเด็กมาพบแพทย์ด้วยอาการไอมีเลือดออกเรื้อรัง กุมารแพทย์จะดำเนินการตรวจวินิจฉัยอย่างเป็นระบบเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด ดังนี้

การซักประวัติและการตรวจร่างกายอย่างละเอียด

แพทย์จะซักประวัติระยะเวลาของอาการ ลักษณะของเลือดที่ออกมา ประวัติโรคภูมิแพ้ในครอบครัว ประวัติการสำลักสิ่งแปลกปลอม และประวัติการรับวัคซีน จากนั้นจะทำการตรวจร่างกายด้วยการฟังเสียงปอด เสียงหัวใจ และตรวจประเมินระบบทางเดินหายใจอย่างละเอียด

การตรวจทางห้องปฏิบัติการและรังสีวิทยา

การเอกซเรย์ปอด (Chest X-ray) เป็นขั้นตอนพื้นฐานสำคัญในการดูความผิดปกติของปอดและหลอดลม หากจำเป็นแพทย์อาจพิจารณาทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) เพื่อดูรายละเอียดของเนื้อปอดและหลอดลมอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีการตรวจเสมหะเพื่อหาเชื้อโรค การตรวจเลือดเพื่อหาภาวะการอักเสบ และในบางรายที่มีความจำเป็น กุมารแพทย์อาจต้องส่งต่อเพื่อทำการส่องกล้องตรวจหลอดลม (Bronchoscopy) เพื่อดูรอยโรคโดยตรง หรือตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา

ข้อควรระวังทางการแพทย์: อาการไอมีเลือดออกในเด็กถือเป็นสัญญาณเตือนระดับวิกฤต ห้ามรอให้หายเองหรือซื้อยาแก้ไอรับประทานเบื้องต้นเด็ดขาด เพราะอาจทำให้อาการของโรคที่เป็นต้นเหตุลุกลามและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

วิธีดูแลรักษาและการจัดการตามสาเหตุ

การรักษาอาการไอมีเลือดออกเรื้อรังจะต้องรักษาตามสาเหตุที่ตรวจพบอย่างตรงจุด โดยแบ่งแนวทางปฏิบัติออกเป็น

การรักษาโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจและโรคหืด

แพทย์จะให้ยาควบคุมอาการอักเสบเรื้อรัง เช่น ยาสเตียรอยด์ชนิดสูดพ่น (Inhaled Corticosteroids) ร่วมกับยาขยายหลอดลม เพื่อลดการอักเสบของเยื่อบุทางเดินหายใจ พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ภายในบ้านอย่างเคร่งครัด

การรักษากรณีมีสิ่งแปลกปลอมหรือเนื้องอก

หากพบสิ่งแปลกปลอมติดค้างในหลอดลม กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านทางเดินหายใจจะทำการส่องกล้องเพื่อคีบสิ่งแปลกปลอมออกอย่างปลอดภัย ในกรณีที่ตรวจพบเนื้องอกในปอด ทีมแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมทรวงอกและกุมารศัลยแพทย์จะวางแผนการรักษา ซึ่งอาจต้องอาศัยการผ่าตัดร่วมกับการรักษาจำเพาะอื่นๆ ตามผลพยาธิสภาพ

การดูแลรักษาทั่วไปและการประคับประคองที่บ้าน

ระหว่างการรักษาตามแผนของแพทย์ พ่อแม่ควรดูแลสิ่งแวดล้อมภายในบ้านให้ปราศจากฝุ่นละออง ควันบุหรี่ และมลพิษ จัดให้เด็กดื่มน้ำอุ่นในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อช่วยให้เสมหะไม่เหนียวข้นจนเกินไป และดูแลให้เด็กพักผ่อนอย่างเพียงพอ

คำแนะนำจากคุณหมอ: การป้องกันที่ดีที่สุดคือการสร้างสิ่งแวดล้อมที่สะอาด ปลอดภัยจากควันบุหรี่มือสองและฝุ่นพิษในเด็ก พร้อมทั้งสังเกตพฤติกรรมการเล่นของเด็กเล็กเพื่อป้องกันการสำลักสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ทางเดินหายใจ

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระบบทางเดินหายใจในเด็ก

การปกป้องสุขภาพระบบทางเดินหายใจของลูกน้อยให้แข็งแรงสามารถทำได้ผ่านแนวทางปฏิบัติเหล่านี้

  • หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปอยู่ในพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูง หรือสวมหน้ากากอนามัยที่กรองฝุ่นขนาดเล็กได้เมื่อจำเป็น
  • งดการสูบบุหรี่หรือจุดธูปภายในบ้านและบริเวณใกล้เคียงเด็กอย่างเด็ดขาด เนื่องจากควันเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นการอักเสบของหลอดลมโดยตรง
  • ส่งเสริมให้เด็กรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนห้าหมู่ ผักและผลไม้สด เพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ
  • พาเด็กเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินหายใจตามกำหนดของกระทรวงสาธารณสุขและคำแนะนำของกุมารแพทย์ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี และวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

สรุปขั้นตอนปฏิบัติที่พ่อแม่สามารถทำได้ทันทีเมื่อพบความผิดปกติของลูกน้อย

  • สังเกตลักษณะอาการไอ ระยะเวลา และปริมาณเลือดที่ปนมากับเสมหะอย่างละเอียด
  • ห้ามซื้อยาแก้ไอ ยาขับเสมหะ หรือยาปฏิชีวนะให้เด็กรับประทานเองโดยเด็ดขาด
  • รีบพาลูกไปพบกุมารแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินหายใจเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องมือแพทย์ที่ได้มาตรฐาน
  • ปฏิบัติตามแผนการรักษาของแพทย์อย่างเคร่งครัด และมาพบแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้งเพื่อติดตามอาการ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down