ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกไอมีเลือดออกเรื้อรัง: สัญญาณเตือนที่ละเลยไม่ได้

อาการไอในเด็กเป็นเรื่องปกติที่พบได้ทั่วไปเมื่อลูกน้อยป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น ไข้หวัดทั่วไปหรือทอนซิลอักเสบ แต่หากอาการไอของลูกรักเป็นเรื้อรังไม่ยอมหาย และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือมีเลือดปนออกมากับเสมหะหรือมีเลือดออกทางเดินหายใจ นี่ไม่ใช่เพียงอาการหวัดธรรมดาอีกต่อไป แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยสีแดงที่บ่งบอกถึงความผิดปกติที่รุนแรงภายในระบบทางเดินหายใจ ในฐานะกุมารแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจในเด็ก พบว่าอาการลักษณะนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก และจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างเร่งด่วน

เลือดที่ปนมากับการไอ (Hemoptysis) ในเด็กอาจมีตั้งแต่การมีเสมหะเปื้อนเลือดจางๆ ไปจนถึงการไอออกมาเป็นเลือดสดปริมาณมาก สาเหตุมีความหลากหลายตั้งแต่โรคเรื้อรังที่พบได้บ่อย เช่น ภูมิแพ้ทางเดินหายใจ ไปจนถึงโรคที่มีความซับซ้อนและอันตรายถึงชีวิต เช่น เนื้องอกในปอดหรือความผิดปกติของหลอดเลือด การทำความเข้าใจถึงสาเหตุ อาการ และแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องจึงเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยชีวิตลูกน้อย

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการไอเรื้อรังร่วมกับมีเลือดออก

อาการไอมีเลือดออกเรื้อรังในเด็กเกิดได้จากหลายกลไกทางพยาธิสภาพ โดยแบ่งตามกลุ่มโรคที่พบได้บ่อยในทางการแพทย์ดังนี้

โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจเรื้อรังและการอักเสบ

โรคภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis and Asthma) เป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของอาการไอเรื้อรัง เมื่อเยื่อบุทางเดินหายใจของเด็กเกิดการอักเสบเรื้อรังจากการกระตุ้นของสารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ หรือมลพิษทางอากาศ (PM 2.5) จะทำให้เยื่อบุหลอดเลือดฝอยมีความเปราะบางสูง เมื่อเด็กมีอาการไอติดต่อกันอย่างรุนแรงและเรื้อรัง แรงดันจากการไอจะทำให้เส้นเลือดฝอยบริเวณลำคอ หลอดลม หรือกล่องเสียงฉีกขาด ส่งผลให้มีเลือดสดซึมปนออกมากับเสมหะ นอกจากนี้ภาวะหลอดลมอักเสบเรื้อรัง (Chronic Bronchitis) หรือการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนยังทำให้เนื้อเยื่อทางเดินหายใจถูกทำลายและมีเลือดออกได้ง่ายขึ้น

เนื้องอกในปอดและมวลเนื้อเยื่อผิดปกติ

แม้ว่าเนื้องอกในปอด (Lung Tumors) หรือมะเร็งปอดจะเป็นโรคที่พบได้น้อยมากในเด็กเมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ แต่ก็เป็นภาวะที่ไม่ควรมองข้าม เนื้องอกอาจเป็นชนิดไม่ร้ายแรง (Benign Tumors) เช่น แฮมาโตมา (Hamartoma) หรือชนิดร้ายแรง (Malignant Tumors) ก้อนเนื้อเหล่านี้จะไปเบียดเบียนเนื้อเยื่อปอดและหลอดเลือดฝอยรอบข้าง ทำให้หลอดเลือดมีความเปราะบาง แตกง่าย หรือก้อนเนื้อเองมีเลือดมาเลี้ยงจำนวนมาก เมื่อก้อนเนื้อขยายใหญ่ขึ้นหรือมีการเสียดสีจากการหายใจและการไอ จึงทำให้เด็กมีอาการไอเรื้อรังและมีเลือดออกปนมากับเสมหะอย่างต่อเนื่อง

โรคติดเชื้อเรื้อรังและสิ่งแปลกปลอม

วัณโรคปอด (Pulmonary Tuberculosis) หรือการติดเชื้อราในปอด เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดแผลเรื้อรังในเนื้อปอดและหลอดเลือดแดงใหญ่ในปอดแตกได้ นอกจากนี้ในเด็กเล็กมักพบปัญหาการสำลักสิ่งแปลกปลอม (Foreign Body Aspiration) เช่น เมล็ดถั่ว ชิ้นส่วนของเล่นพลาสติก เข้าไปติดค้างในหลอดลมเป็นเวลานาน ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง เนื้อเยื่อ granulation tissue งอกขึ้นมารอบสิ่งแปลกปลอม และมีเลือดออกเวลาเด็กไอ

อาการร่วมและสัญญาณอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องพบแพทย์ทันที

อาการไอเรื้อรังที่มีเลือดออกมักมาพร้อมกับอาการอื่นๆ ที่พ่อแม่ต้องสังเกตอย่างใกล้ชิด หากพบอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ถือเป็นภาวะวิกฤตที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที:

  • ไอออกมาเป็นเลือดสดปริมาณมากติดต่อกัน หรือมีเลือดไหลไม่หยุด
  • มีอาการหายใจลำบาก หายใจหอบเหนื่อย ซี่โครงบุ๋ม หรือปีกจมูกบานขณะหายใจ
  • ริมฝีปาก ปลายมือ หรือปลายเท้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ (Cyanosis)
  • ไข้สูงเรื้อรังร่วมกับน้ำหนักลด เบื่ออาหาร และเหงื่อออกมากตอนกลางคืน
  • อาการซึมลง เรียกไม่ค่อยรู้ตัว หรือหมดสติ
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กไอมีเลือดออก ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด การไอมีเลือดออกในเด็กถือเป็นอาการผิดปกติรุนแรงที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องมือทางการแพทย์เฉพาะทาง เช่น การเอกซเรย์ปอด (Chest X-ray) หรือการส่องกล้องหลอดลม (Bronchoscopy)

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาพบกุมารแพทย์หรือแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินหายใจ แพทย์จะดำเนินการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ดังนี้:

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย: แพทย์จะซักถามลักษณะของการไอ ระยะเวลา ประวัติการสำลักสิ่งแปลกปลอม ประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว และการสัมผัสควันบุหรี่มือสอง พร้อมทั้งฟังเสียงปอดและตรวจร่างกายอย่างละเอียด
  • การเอกซเรย์ปอดและคอมพิวเตอร์สแกน (Chest X-ray and CT Scan): เพื่อดูความผิดปกติของเนื้อปอด หลอดลม และตรวจหาก้อนเนื้อหรือความผิดปกติของหลอดเลือด
  • การส่องกล้องตรวจหลอดลม (Bronchoscopy): เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในการตรวจหาตำแหน่งที่มีเลือดออก สิ่งแปลกปลอมที่ตกค้าง หรือตรวจชนิตของเนื้องอกในปอด และสามารถเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อไปตรวจทางพยาธิวิทยาได้ทันที
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ: เช่น การตรวจเสมหะหาเชื้อวัณโรคหรือแบคทีเรีย และการตรวจเลือดเพื่อประเมินภาวะการแข็งตัวของเลือด

วิธีดูแลรักษาและการจัดการตามหลักการแพทย์

การรักษาอาการไอมีเลือดออกเรื้อรังขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ตรวจพบ:

  • การรักษาโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ: แพทย์จะให้ยาพ่นขยายหลอดลม ยาสตียอรอยด์ชนิดสูดพ่นเพื่อลดการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุทางเดินหายใจ (Inhaled Corticosteroids) ร่วมกับการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ และการใช้น้ำเกลือล้างจมูก
  • การรักษาเนื้องอกในปอดหรือสิ่งแปลกปลอม: หากพบสิ่งแปลกปลอมแพทย์จะทำการคีบออกผ่านการส่องกล้องหลอดลม หากพบเนื้องอกอาจต้องอาศัยการผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ทรวงอกร่วมกับการรักษาเฉพาะทางตามชนิดของเนื้อเยื่อ
  • การรักษาตามอาการ: ให้ยาแก้ไอชนิดละลายเสมหะที่เหมาะสม ยาปฏิชีวนะกรณีมีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย และการดูแลให้เด็กพักผ่อนอย่างเพียงพอ
คำแนะนำจากคุณหมอ: การป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับโรคภูมิแพ้และปัญหาระบบทางเดินหายใจในเด็ก คือการสร้างสิ่งแวดล้อมภายในบ้านให้ปราศจากฝุ่น ควันบุหรี่ และสารเคมีระคายเคือง รวมถึงการพาเด็กรับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินหายใจตามกำหนดอย่างสม่ำเสมอ

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่ (Parent Actionable Checklist)

ขั้นตอนปฏิบัติที่ถูกต้องเมื่อพบว่าลูกมีอาการไอมีเลือดออก:

  • ตั้งสติและประเมินปริมาณเลือดที่ออก หากออกมากให้รีบนำส่งห้องฉุกเฉินทันที
  • สังเกตอาการร่วมอื่นๆ เช่น ไข้ หอบเหนื่อย หรือน้ำหนักลด เพื่อให้ข้อมูลแก่แพทย์
  • งดการซื้อยาแก้ไอหรือยาปฏิชีวนะให้เด็กรับประทานเองโดยเด็ดขาด
  • จดบันทึกประวัติอาการและสิ่งกระตุ้นที่อาจทำให้เด็กไอ เพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัย
  • ปฏิบัติตามแผนการรักษาของแพทย์อย่างเคร่งครัดและมาตรวจตามนัดหมายทุกครั้ง
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down