ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำความเข้าใจอาการไอกรนและภาวะเลือดออก

โรคไอกรน (Pertussis) หรือที่มักถูกเรียกว่าโรคไอ 100 วัน เป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย Bordetella pertussis ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ยังได้รับวัคซีนไม่ครบถ้วน อาการไอที่รุนแรงและต่อเนื่องจนกลั้นหายใจอาจส่งผลให้เกิดความดันในช่องอกและช่องท้องสูงขึ้นอย่างเฉียบพลัน จนเป็นสาเหตุให้เส้นเลือดฝอยในเยื่อบุตาหรือลำคอแตก และมีเลือดออกตามมาได้ นี่คือสถานการณ์ที่พ่อแม่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค

เชื้อแบคทีเรียไอกรนจะเข้าไปทำลายเซลล์เยื่อบุผิวทางเดินหายใจ ทำให้เกิดการอักเสบและมีเสมหะเหนียวข้น กลไกการไอในโรคนี้นั้นพิเศษกว่าการไอจากหวัดธรรมดา คือเป็นการไอแบบเป็นชุด (Paroxysmal coughing) จนกระทั่งเด็กไม่มีจังหวะหายใจเข้า ทำให้เกิดอาการหน้าดำ หน้าแดง หรือตัวเขียวในบางราย แรงเบ่งจากการไอที่รุนแรงเกินขีดจำกัดของร่างกายส่งผลให้เกิดแรงดันมหาศาล (Intrathoracic pressure) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของภาวะเลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดกำเดาไหล หรือเลือดออกในตา (Subconjunctival hemorrhage)

ระยะของโรคและการดำเนินอาการ

  • ระยะเริ่มต้น (Catarrhal Stage): อาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป มีน้ำมูก ไอเล็กน้อย และมีไข้ต่ำๆ ระยะนี้เป็นระยะที่แพร่เชื้อได้ง่ายที่สุด
  • ระยะไอ (Paroxysmal Stage): อาการไอจะรุนแรงขึ้นเป็นชุดๆ ตามด้วยเสียงไอที่ดังเหมือนเสียงนกหวีด (Whooping sound) ระยะนี้มักพบภาวะเส้นเลือดฝอยแตกจากแรงไอ
  • ระยะฟื้นตัว (Convalescent Stage): ความถี่และความรุนแรงของการไอจะค่อยๆ ลดลง แต่อาจกินเวลานานหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน
สัญญาณอันตราย (Red Flags) ที่ต้องพบแพทย์ทันที:
  • เด็กมีอาการเหนื่อยหอบ หายใจเร็ว หรือหน้าอกบุ๋มขณะหายใจ
  • มีภาวะตัวเขียว (Cyanosis) ปลายมือปลายเท้าม่วงคล้ำหลังการไอ
  • เด็กซึมลง ไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำ นำไปสู่ภาวะขาดน้ำ (Dehydration)
  • ไอจนอาเจียนรุนแรงทุกครั้งหลังทานอาหาร
  • มีเลือดออกผิดปกติ ไม่ใช่แค่จุดเลือดออกในตา เช่น เลือดออกจากจมูกไม่หยุด หรือเลือดออกในช่องปากปริมาณมาก

วิธีรักษาตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคไอกรนต้องอาศัยการดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางอย่างใกล้ชิด การรักษาหลักประกอบด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ที่ออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงเพื่อกำจัดเชื้อและลดระยะเวลาการแพร่เชื้อ นอกจากนี้ยังเน้นการประคับประคองตามอาการ ได้แก่ การให้น้ำเกลือในรายที่ขาดน้ำ การให้ออกซิเจนเสริมในเด็กที่มีภาวะหายใจลำบาก และการเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ (Pneumonia)

วิธีป้องกันการแพร่เชื้อในครอบครัว

โรคไอกรนติดต่อผ่านละอองฝอยจากการไอจาม การจัดการสิ่งแวดล้อมภายในบ้านจึงสำคัญอย่างยิ่ง:

  • การแยกกักตัว (Isolation): ผู้ป่วยต้องแยกห้องนอนและแยกของใช้ส่วนตัวอย่างเคร่งครัด
  • สุขอนามัยที่ดี: ล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ และสวมหน้ากากอนามัยทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล
  • การให้ยาป้องกัน: แพทย์อาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะแก่คนในครอบครัวที่สัมผัสใกล้ชิด (Post-exposure prophylaxis) เพื่อป้องกันการรับเชื้อและลดโอกาสการเกิดโรค

ข้อควรระวังและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ข้อควรระวังทางการแพทย์:
  • ห้ามซื้อยาแก้ไอทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์: ยาแก้ไอส่วนใหญ่ไม่ได้ผลกับอาการไอจากไอกรนและอาจทำให้เสมหะคั่งค้างในปอด
  • หลีกเลี่ยงสารกระตุ้น: ห้ามสูบบุหรี่หรือให้เด็กอยู่ใกล้ควันธูป ฝุ่นละออง หรือควันไฟ เพราะจะยิ่งกระตุ้นการไอให้รุนแรงขึ้น
  • การใช้ยาลดไข้: หากเด็กมีไข้ ให้ใช้พาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดน้ำหนักตัว (10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) ทุก 4-6 ชั่วโมง ห้ามใช้แอสไพรินในเด็กเด็ดขาดเนื่องจากเสี่ยงต่อโรคเรย์ซินโดรม (Reye's syndrome)

การป้องกันในระยะยาว: ความสำคัญของวัคซีน

วัคซีนป้องกันไอกรนเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันโรค โดยต้องได้รับตามตารางวัคซีนพื้นฐานของกระทรวงสาธารณสุข สำหรับหญิงตั้งครรภ์ การฉีดวัคซีนป้องกันไอกรน (Tdap) ในช่วงไตรมาสที่ 3 จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันส่งผ่านไปยังทารกแรกเกิด ซึ่งเป็นการปกป้องลูกน้อยได้ดีที่สุดในช่วงที่เขายังไม่สามารถรับวัคซีนเองได้

คำแนะนำสรุปสำหรับผู้ปกครอง

  • สังเกตลักษณะการไอ หากเริ่มมีอาการไอชุดและมีเลือดออกแม้เพียงเล็กน้อย ให้รีบพาลูกพบแพทย์ทันที
  • บันทึกความถี่ของการไอและความรุนแรงในแต่ละวันเพื่อแจ้งข้อมูลแก่แพทย์
  • เน้นการให้ลูกดื่มน้ำบ่อยๆ เพื่อช่วยละลายเสมหะ
  • หากลูกเริ่มมีอาการหายใจหอบเหนื่อย อย่ารอช้าให้รีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down